เมื่อวันที่ 9 กันยายน นางเทพวัลย์ ภรณวลัย ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการพัฒนาและสวัสดิการเด็ก เยาวชน และครอบครัว กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์ ปฏิบัติการข่าวสาร ดย. เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการแก้ไขปัญหาและรายงานความคืบหน้าในการคัดเลือก สภาเด็กและเยาวชน ระดับตำบลและเทศบาลทั่วประเทศ 7,775 แห่งว่า ตามที่ พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 กำหนดให้มีสภาเด็กและเยาวชนถึงระดับตำบล/เทศบาลเป็นครั้งแรก เพื่อให้เด็กและเยาวชนในระดับพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง รวมถึงกำหนดให้มีสภาเด็กและเยาวชนในระดับอำเภอ จังหวัด กรุงเทพมหานคร และแห่งประเทศไทยที่จะอยู่ในขั้นตอนต่อไปนั้น
ในวันนี้เป็นการจัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนในระดับตำบล/เทศบาล ซึ่งรับทราบรายงานบรรยากาศภาพรวมเบื้องต้นพบหลายพื้นที่เป็นไปด้วยความคึกคัก มีเด็กและเยาวชนหลากหลายช่วงอายุมาใช้สิทธิออกเสียงเลือกสภาเด็กและเยาวชน 21 คน แบ่งเป็นคณะบริหาร 20 คน และประธาน 1 คน ทั้งนี้ ภายหลังที่เด็กและเยาวชนมารวมตัวกัน เราได้ชี้แจงกฎหมายดังกล่าว รวมถึงความสำคัญการมีสภาเด็กและเยาวชนระดับตำบล/เทศบาล ที่จะช่วยเป็นกลไกหนึ่งช่วยสังคมและประเทศชาติ จากนั้นก็ให้เลือกวิธีการจัดให้มี โดยปรากฏว่าแต่ละพื้นที่ก็ใช้วิธีแตกต่างกันไปตั้งแต่การให้แสดงวิสัยทัศน์ จากนั้นยกมือโหวตเลือก หรือหยอดบัตรนับคะแนน และยังไม่มีจังหวัดรายงานปัญหาอุปสรรคเข้ามา อย่างไรก็ดี โดยแต่ละจังหวัดจะส่งข้อมูลสรุปเข้ามาที่ ดย.ในเวลา 12.00 น. วันที่ 10 กันยายน ก่อนจะประมวลรายละเอียดว่ามีเด็กและเยาวชนออกมาใช้สิทธิกี่คน เพศอะไร เป็นผู้พิการหรือไม่ ในวันที่ 15 กันยายนต่อไป

นางเทพวัลย์กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ได้รับเลือกเป็นสภาเด็กและเยาวชนระดับตำบล/เทศบาล จะมีวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี แต่ในช่วงปีแรกจะมีคณะบริหาร 10 คน ต้องหมดวาระก่อนแล้วเลือกใหม่ ขณะที่คณะบริหารอีกส่วนและประธานสภาเด็กและเยาวชนฯจะยังอยู่ต่อ ทำให้คณะบริหารจะหมดวาระและเข้ามาใหม่แบบสลับฟันปลาทุกปี ซึ่งวิธีนี้จะทำให้การดำเนินงานสภาเด็กและเยาวชนขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง มีการสอนงานกัน นอกจากนี้ ดย.ได้จัดเตรียมงบประมาณให้ อบต./เทศบาลแห่งละ 20,000 บาท เพื่อเป็นเงินก้นถุงให้สภาเด็กและเยาวชนระดับตำบล/เทศบาลดำเนินการประชุมคณะบริหารปีละ 2 ครั้ง ประชุมสมาชิกปี 1 ครั้ง ตลอดจนดำเนินกิจกรรมอื่นๆ และภายในระยะเวลา 5 ปี จะถ่ายโอนสภาเด็กและเยาวชนให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล
“การจัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนระดับตำบล/เทศบาลนี้ มีเสียงท้วงติงว่าจะเป็นเครื่องมือให้นักการเมืองท้องถิ่นหรือไม่ เราก็ถามกลับไปว่า ทำไมจะมีนายกอบต.ที่มาจากสภาเด็กและเยาวชนไม่ได้เหรอ” นางเทพวัลย์กล่าว

