เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน กระทรวงแรงงานและการจ้างงานของฟิลิปปินส์ได้ออกประกาศกฎข้อบังคับใหม่ โดยสั่ ง”ห้าม” บริษัทห้างร้านทุกแห่งบังคับลูกจ้างหญิงสวมรองเท้าส้นสูงในที่ทำงาน ซึ่งได้รับเสียงแซ่ซ้องจากกลุ่มผู้ใช้แรงงานว่าเป็นชัยชนะต่อการเหยียดเพศ และความเจ็บปวดที่ผู้หญิงต้องทนจากการสวมรองเท้าส้นสูง
ทั้งนี้กระทรวงแรงงานได้ออกกฎข้อบังคับใหม่นี้ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน เพื่อเห็นแก่ปัญหา และความทรมานของพนักงานหญิงที่ต้องยืนเป็นเวลานานในชั่วโมงทำงาน ซึ่งมีทั้งพนักงานในห้างสรรพสินค้า พนักงานต้อนรับตามโรงแรม และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
ในกฎข้อบังคับที่ได้รับการแก้ไขใหม่ระบุว่า นายจ้างควรจะส่งเสริมให้พนักงานได้สวมใส่รองเท้าที่สวมสบาย เอื้ออำนวยความสะดวกในการทำงาน และเป็นผลดีต่อสุขภาพของพนักงานที่ต้องยืนติดต่อกันเป็นเวลานาน ทั้งระบุว่า รองเท้าที่เหมาะสมควรมีส้นสูงราว 2.54 เซนติเมตร หรือ 1 นิ้ว แต่หากพนักงานต้องการสวมรองเท้าส้นสูงกว่านั้น ก็แล้วแต่พนักงานจะเลือก

“มันเป็นรูปแบบของการทรมานรูปแบบหนึ่ง รูปแบบของการกดขี่ และการเป็นทาส คุณลองคิดดูสิถึงความเจ็บปวดที่ต้องยืนทำงานวันละ 8-10 ชั่วโมง และนี่ยังถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการเหยียดเพศด้วย เพราะโดยทั่วไปนายจ้างมักจะบอกว่า ผู้หญิงที่สวมส้นสูงนั้นดูสูงกว่า ดูเซ็กซี่กว่า และน่าดึงดูดกว่า และมีผลทำให้ขายสินค้าได้มากกว่าด้วย โดยพวกเขาไม่รู้เลยว่าลูกจ้างหญิงเหล่านั้นกำลังทรมาน” อลัน ตันจูเซย์ โฆษกของสหภาพแรงงานบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ และว่า เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาสหภาพแรงงานได้เรียกร้องให้กระทรวงแรงงานแก้กฎข้อบังคับ หลังจากได้รับการร้องเรียนจากพนักงานขาย พนักงานต้อนรับตามโรงแรม และพนักงานต้อนรับของสายการบิน
อนึ่งจากข่าวยังว่า ในกฎข้อบังคับใหม่ กระทรวงแรงงานยังสั่งให้บริษัททุกแห่งต้องให้พนักงานหญิงเหล่านี้มีเวลาพัก หรือได้นั่งเพื่อลดเวลาที่พวกเธอต้องยืน หรือเดินในชั่วโมงการทำงานด้วย

