เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่องการจัดทำและพัฒนาระบบการรับแจ้งเหตุช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศและการค้ามนุษย์ ผ่าน SMS และเลขหมายโทรศัพท์เบอร์เดียวทั่วโลก ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยมี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม. ผู้บริหาร พม.-กสทช.ร่วมในพิธี ว่า ก่อนหน้านี้ได้สั่งการให้ พม. และ กสทช. ดำเนินการหาวิธีแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มหญิงไทยที่พำนักในต่างประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดย กสทช.ได้ดำเนินงานในเรื่องนี้ประมาณ 10 เดือน มีการประสานงานร่วมกับ พม.มาโดยตลอด และเห็นว่าควรมีการเปิดหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้งานฟรีทั่วโลก เพื่อรับแจ้งเหตุการค้ามนุษย์ เป็นการยกระดับการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ของประเทศให้ดีขึ้น
ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า ความร่วมมือนี้เพื่อยกระดับการให้ความช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศที่ประสบปัญหาสังคมได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านการโทรหมายเลข +66 99 130 1300 โดย พม.ได้จัดเตรียมบุคลากรรองรับการรับแจ้งเหตุ เพื่อดำเนินการประสานงานและบูรณาการงานไปยังภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาสังคมในต่างประเทศ การให้ข้อมูลและความรู้ที่เกี่ยวกับการดำเนินการรับแจ้งเหตุช่วยเหลือ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงช่องทางในการรับแจ้งเหตุ ตลอดจนการจัดทำระบบการจัดเก็บข้อมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำมาใช้ในการติดตามประเมินผลร่วมกับ กสทช. เพื่อพัฒนาและปรับปรุงงานในอนาคต
“ผมเชื่อว่าการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนจะช่วยให้ปัญหาการค้ามนุษย์คลี่คลายและมีทิศทางที่ดีขึ้น เพราะทุกนาทีคือชีวิต” พล.ต.อ.อดุลย์กล่าว
ด้าน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.กล่าวเสริมว่า กสทช.ได้จัดทำระบบรับแจ้งเหตุ ซึ่งเป็นเลขหมายโทรศัพท์เดียวแจ้งเหตุได้ทั่วโลก แบ่งเป็นการแจ้งปัญหาผ่าน SMS และระบบคอลเซ็นเตอร์ ทั้งนี้ สำหรับรูปแบบ SMS ผู้แจ้งเหตุจากต่างประเทศสามารถส่งข้อความผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 00 หรือกด +66 99 130 1300 ซึ่งเป็นเลขหมายเดียวใช้ได้ฟรีทั่วโลก และจดจำได้ง่าย โดยข้อมูล SMS จะส่งมาที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 ของ พม. และระบบจะมีการบันทึกข้อมูล จากนั้นเจ้าหน้าที่ของ พม.จะติดต่อกลับไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ส่งข้อความมาเพื่อให้ความช่วยเหลือ ซึ่งการส่ง SMS ถือเป็นช่องทางการแจ้งเหตุที่ดีที่สุด เนื่องจากมีความรวดเร็ว สามารถระบุข้อความที่ต้องการได้ชัดเจน และค่าส่ง SMS มีราคาถูกไม่ว่าผู้แจ้งเหตุจะพำนักในประเทศใด ส่วนอีกรูปแบบ คือ โทรศัพท์เข้ามายังระบบ Call Center ผ่านหมายเลขโทรศัพท์เดียวกันทั่วโลก คือ 00 หรือกด +66 99 130 1300 โดยเมื่อผู้แจ้งเหตุโทรเข้ามาจะมีเสียงตอบรับอัตโนมัติ และระบบจะมีการบันทึกเลขหมายต้นทางที่โทรแจ้งเหตุ และจากนั้นเจ้าหน้าที่ พม.จะติดต่อกลับไปยังผู้แจ้งเหตุเพื่อให้ความช่วยเหลือ ซึ่งกรณีนี้ผู้แจ้งเหตุต้นทางไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโทร


