“แคสเปอร์สกี้ แลป” ยกทัพกูรู เปิดโปงการก่อจารกรรมไซเบอร์

24.10.17 | 11:48 น.
สเตฟาน นิวไมเออร์ กรรมการผู้จัดการ แคสเปอร์สกี้ แล็บ เอเชียแปซิฟิก

ในงานประชุมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ของแคสเปอร์สกี้ แล็บ ซึ่งเป็นงานประจำปีระดับภูมิภาค ที่ปีนี้จะขึ้นที่ จ.ภูเก็ต มีกูรูระดับสูงของแคสเปอร์สกี้ แล็บ มาร่วมให้ข้อมูลเรื่องความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์กันอย่างคับคั่ง

นายสเตฟาน นิวไมเออร์ กรรมการผู้จัดการ แคสเปอร์สกี้ แล็บ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า การจารกรรมไซเบอร์ เป็นมหันตภัยที่มีมูลค่าความเสียหายสูงมาก มีเป้าหมายที่องค์กรระดับรัฐและองค์กรธุรกิจทั่วโลก แม้แต่ประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และแคสเปอร์สกี้ แล็บเองได้วางเป้าหมายประกาศเรียกร้องให้ผู้คนสนใจตระหนักถึงมหันตภัยนี้กันมากขึ้น เพื่อที่พวกเราจะได้ยกระดับการป้องกันความปลอดภัยให้แก่โครงสร้างไอทีของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมทั้งหันมาป้องกันสาธารณชนกันมากขึ้นด้วย

นายวิทาลี คามลุก ผู้อำนวยการทีมวิเคราะห์และวิจัยของแคสเปอร์สกี้ แล็บ หรือ ทีม GReAT (Global Research & Analysis Team) เปิดเผยว่า การก่อจารกรรมไซเบอร์เป็นเพียงส่วนย่อยของวิธีการสืบหาข้อมูลความลับในโลกไซเบอร์ จะต้องปฏิบัตการเป็นความลับที่ถูกปกปิดอยู่แล้วโดยธรรมชาติของตัวมันเอง สปายยุคใหม่ไม่ต้องออกแรงเหมือนเจมส์ บอนด์ อีกแล้ว เพราะสปายยุคนี้ล้วนแล้วแต่เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือซิสเต็มโอเปอเรเตอร์นี่เอง ผลความสำเร็จของคนกลุ่มนี้อยู่ในความมืด จนกว่าจะถูกค้นพบเปิดโปงโดยนักวิจัยอย่างทีมแคสเปอร์สกี้ GReAT ที่สืบค้น แกะรอย และบันทึกหลักฐานข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมรูปแบบการปฏิบัติ โดยผู้ดำเนินการปฏิบัติการโจมตีเหยื่อนั้น มิได้เป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์เกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์ หากแต่นักวิจัยต่างหากที่เป็นคนเขียนประวัติศาสตร์ และไม่ได้ได้มาง่ายๆ กว่าจะสืบค้นแกะรอยข้อมูลเพื่อทำประวัติ ลงบันทึก รายละเอียดขั้นตอน กว่าที่งานของนักวิจัยแต่ละชิ้นจะสำเร็จออกมา ต้องอาศัยความมุ่งมั่น แรงจูงใจ และสมาธิจดจ่อสูงมาก อีกทั้งยังต้องแก้ตรรกะที่ซับซ้อนมากมายหลายขั้นตอน กว่าจะแก้ได้ในแต่ละขั้นตอน ในแต่ละชั้น และนี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมเรื่องราวการสืบค้นเหล่านี้ถึงมีคุณค่าอย่างยิ่ง

นูชิน ชาบับ นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยอาวุโส ทีม GReAT จากออสเตรเลีย พูดถึงเบื้องหลัง บุคคล และวิธีการของการจารกรรมไซเบอร์ รวมทั้งเทคนิคการวิเคราะห์หลักฐานที่บรรดานักวิจัยใช้กันอยู่ เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับการโจมตี และเปิดโปงผู้ที่อยู่เบื้องหลังได้ชัดเจนขึ้น

“เช่นเดียวกับนักโบราณคดีที่ต้องบุกค้นเก็บรวบรวมหลักฐานชิ้นเล็กชิ้นน้อยให้ได้ภาพรวมที่ชัดเจน นักวิจัยไซเบอร์ซีเคียวริตี้ต้องตรวจหาร่องรอยที่หลงเหลืออยู่ของแคมเปญ แกะรอยไปจนกว่าจะรวบรวมชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ที่จำเป็นในการมาต่อเป็นภาพใหญ่ เปรียบเทียบหลักฐานระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้วยกันเพื่อหาสมมุติฐานของผู้บงการการก่ออาชญากรรม เป้าหมายที่แท้จริง เทคนิค และช่วงระยะเวลาของการโจมตี ประวัติข้อมูลเก่าๆ ที่เก็บได้ระหว่างการสืบสวนในช่วงหลายปีมานี้ ช่วยทำให้ค้นพบความจริง หรือความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับจารกรรมไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”

Advertisement

โดยในรายงานของแคสเปอร์สกี้ แล็บ เกี่ยวกับการจารกรรมไซเบอร์ ย้ำไว้ด้วยว่า ไม่ว่าธุรกิจใด ขนาดใด ก็ต่างมีสิทธิที่จะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีแบบมีเป้าหมายได้ทั้งนั้น บริษัทที่ติดฟอร์จูน 500 มีความเสี่ยงเท่าๆ กับสตาร์ตอัพที่มีคนทำงานแค่คนสองคน

เพราะไม่ว่าธุรกิจขนาดใด ต่างก็มีข้อมูลที่มีค่าทางธุรกิจทั้งนั้น ดังนั้น ไม่ประมาทไว้เป็นดีที่สุด