“ย้อนกลับไปเมื่อ 35 ปีที่แล้ว ผมมีโอกาสได้ไปตลาดแถววัดมหาธาตุฯ เจอธนบัตร 20 บาท มีพระบรมสาทิสลักษณ์ของรัชกาลที่ 7 และ 8 ก็อดนึกถึงอดีตไม่ได้ว่ายุคนั้นมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 และอัญเชิญพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลขึ้นครองราชย์แทน นับแต่นั้นจึงรู้สึกว่าแบงก์แต่ละใบมีคุณค่าและเรื่องราว ก็ได้เก็บสะสมเรื่อยมา”
เริ่มจากการสะสมธนบัตรใบแรกของ บุญชัย เบญจรงคกุล ณ ตอนนั้น เกิดเป็นแรงบันดาลใจให้บุญชัยเก็บสะสมธนบัตรแบบต่างๆ ของไทย ตั้งแต่เคยมีใช้มา ซึ่งหากนับเฉพาะแค่ธนบัตรที่เริ่มใช้ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชแล้วนั้น บุญชัยมีสะสมครบทั้ง 8 รุ่น ครบทุกลายเซ็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จนอยากถ่ายทอดความรู้ที่เก็บสะสมไว้ให้กับนักสะสมรุ่นหลัง ในหนังสือ ธนบัตร ร.9 : 70 ปี ใต้ร่มพระบารมี
และเมื่อคิดจริงจังกับการเก็บสะสมธนบัตรแล้วก็ต้องหาข้อมูลไม่น้อย
บุญชัยเผยว่า ตอนที่เก็บสะสมช่วงแรก เสาร์-อาทิตย์ต้องไปสนามหลวง ไปดูว่าวันนี้มีใครเอาอะไรมาอวด พวกรุ่นใหญ่เขาก็จะโชว์ เราก็ได้แต่รอว่าใครจะเอาอะไรมาขาย บางทีซื้อมาหลักหมื่น ขายออกไปหลักแสนต่อหน้าต่อตาของเราเลยก็มี เราก็ต้องไปหาข้อมูลถามเขาว่าฉบับไหนเป็นอย่างไร ไปหาหนังสือของฝรั่งมาอ่านแม้ว่าจะไม่ครบทุกฉบับ เพราะไม่งั้นเราจะไม่รู้ว่าสิ่งไหนจริงสิ่งไหนปลอม เพราะนักสะสมก็ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ อย่างเช่น แบงก์รุ่นที่มีลายเซ็นของ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ อดีต รมว.คลัง ซึ่งสงสัยกันอยู่ว่าท่านเซ็นชนิดไหนบ้าง ปรากฏว่าเซ็นแค่ชนิด 50 บาท และ 100 บาท เพราะอยู่ได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น
“ลายเซ็นที่มีน้อยๆ รัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่งไม่นาน ยิ่งเป็นที่ต้องการของนักสะสมมาก
“ผมเริ่มเก็บมา 35 ปี จึงต้องตามเก็บอีก 35 ปี ในรัชสมัยของในหลวง ร.9 บางรุ่นก็ตามหายากและมีมูลค่าสูง ใบที่หายากก็อย่างเช่นธนบัตรรุ่นแรกของในหลวงรัชกาลที่ 9 ชนิด 20 บาท เลขแดง มีลายเซ็นจอมพล ป.พิบูลสงคราม รมว.คลัง และเดช สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ว่าการ ธปท. ในสมัยนั้นเรียกว่ารุ่น ป.เดชแดง ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าประมูลล่าสุดที่ 250,000 บาท เป็นใบที่มีค่ามากที่สุดในรัชสมัย อีกใบหนึ่งก็อย่างเช่นแบบ 12 หมวดนำเลขคู่ ที่มีลายเซ็นนายสมหมาย ฮุนตระกูล นายนุกูล ประจวบเหมาะ เรียกว่านุกูลเล็ก จากใบละ 100 บาท ทุกวันนี้มีราคาใบละหมื่นสองหมื่นบาทแล้ว

“เวลาที่ผมเก็บ ก็จะแลกธนบัตรทีละพันใบเก็บไว้ เราอาจจะเก็บไม่กี่ใบ ที่เหลือมีคนมาขอแบ่งแลกไปก็มี ความน่าสนใจในการสะสมอยู่ตรงนี้ที่ไม่ได้มีแค่ชิ้นเดียวเหมือนงานศิลปะอื่นๆ ธนบัตรทุกใบมีค่าในตัวเอง และเพิ่มขึ้น 50% ทุกใบ บางใบ 300% เรียกได้ว่าดีกว่าฝากเงินกินดอกเบี้ยธนาคาร และก็เน้นเก็บให้ครบไม่ได้ดูเลขสวยเหมือนคนอื่น เก็บแค่เลขวันเกิดตัวเอง บางใบที่ตามหายากๆ ก็ต้องไปประมูล อย่างครั้งหนึ่งไปประมูลที่สิงคโปร์ พอราคาสูงขึ้นๆ ก็ไม่กล้ายก จนคนที่ชนะนำมาประมูลที่ไทย จาก 50,000 เหรียญ ผมต้องจ่ายเป็นล้านบาท” บุญชัยเผย
ซึ่งจะขายให้ได้ราคา ก็ต้องเก็บรักษาให้ดี เจ้าสัวบุญชัยเล่าว่า ในอดีตเมื่อเห็นแบงก์เป็นรอย ก็เอายางลบมาลบ เอาน้ำยามาลบน้ำหมึก หรือเห็นแบงก์ยับก็นำไปแช่น้ำ แล้วมาเป่าสอดในหนังสือให้แบงก์เรียบ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นวิธีที่ผิด และทำให้เสียราคาไปถึง 80% ไม่ว่าจะได้มาอย่างไรควรเก็บรักษาในสภาพนั้นมากกว่า
แต่แม้จะต้องตามหายากแค่ไหนกว่าจะครบ แต่ทั้งหมดคือความสุข เพราะเสน่ห์ของธนบัตรไม่เหมือนสิ่งอื่น
“ในธนบัตรแต่ละใบล้วนมีเรื่องราวของตัวเอง เราจะเห็นได้ว่าในรัชสมัยของในหลวง ร.9 การเงินของเรามีเสถียรภาพมาก ไม่เหมือนช่วงก่อนหน้านั้นที่ต้องจ้างเขาพิมพ์ มีใช้บ้างไม่มีบ้าง เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ดี
“นอกจากนี้บนธนบัตรแต่ละใบยังมีพระบรมสาทิสลักษณ์ของในหลวง ร.9 ขณะทรงประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ ซึ่งบางครั้งที่เราเหนื่อย เราก็ได้คิดว่าพระองค์ทรงเหนื่อยกว่าเรา นั่นทำให้เรามีแรงสู้ต่อไป และเป็นแรงบันดาลใจที่อยากทำอะไรเพื่อคนอื่น ทุนใหญ่ช่วยทุนเล็ก เพื่อให้สังคมเราก้าวหน้าไปได้
“ด้วยเรื่องราวทั้งหมดนี้ ผมจึงอยากนำความรู้ที่เก็บสะสมทั้งหมด มาให้กับนักสะสมรุ่นใหม่ต่อไป” บุญชัยทิ้งท้าย


