ทำดีถวาย ร.9 ครั้งสุดท้าย ด้วยหัวใจ ‘เหล่าจิตอาสาเฉพาะกิจฯ’

2.11.17 | 11:46 น.

ถือเป็นช่วงเวลาที่คนไทยทุกคนร่วมมือร่วมใจส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สู่สวรรคาลัย ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่เพิ่งผ่านพ้นไป ซึ่งไม่เพียงแต่ได้ร่วมส่งเสด็จที่ท้องสนามหลวง รวมถึงพระเมรุมาศจำลองทั่วประเทศ แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ร่วมกันทำความดีถวายพระองค์ด้วยหัวใจ

โดยเฉพาะกับเหล่าจิตอาสาเฉพาะกิจ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมถวายความอาลัย และน้อมส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในห้วงเดือนตุลาคม จึงมีพระราชานุญาตให้จัดตั้ง “จิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” ขึ้น เพื่อเป็นการรวมความรักถวายแด่พระองค์ และสานต่อโครงการจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ

ประกอบด้วยจิตอาสาประเภทต่างๆ 8 ด้าน ได้แก่ ดอกไม้จันทน์ ประชาสัมพันธ์ โยธา ขนส่ง งานบริการประชาชน งานแพทย์ งานรักษาความปลอดภัย และงานจราจร โดยเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 18-31 ตุลาคม ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาพของเหล่าจิตอาสา หมวกสีฟ้า ผ้าพันคอสีเหลือง พร้อมปลอกแขนหมายเลข ๙ จะเป็นภาพติดตาของคนไทยทั่วประเทศ เมื่อได้สัมผัสกับคนกลุ่มนี้ที่พร้อมอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ รวมไปถึงยังทำให้พื้นที่ต่างๆ สะอาดขึ้นด้วย

หนึ่งในจิตอาสาคนรุ่นใหม่ ที่ขอลุกขึ้นมาทำความดีด้วยหัวใจอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ไอซ์-ชนัญชิดา พรเงิน วัย 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพฯ ซึ่งติดตามคุณแม่มาสมัครจิตอาสาด้านประชาสัมพันธ์ โดยกล่าวว่า เป็นช่วงเวลาปิดเทอมพอดี จึงรู้สึกว่าอยากทำอะไรให้เป็นประโยชน์แก่คนอื่น เลยมาสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่ที่ลานคนเมืองในวันที่ 26 ตุลาคม คอยบอกทางให้ประชาชนไปจุดคัดกรองได้ถูกต้อง ก่อนจะเก็บขยะ แจกพัด ช่วยอำนวยความสะดวกประชาชน โดยทำหน้าที่ตั้งแต่ช่วงเช้าต่อเนื่องจนช่วงบ่าย เมื่อเปลี่ยนเวรแล้วจึงได้ทำหน้าที่คนไทยมาวางดอกไม้จันทน์

“การทำหน้าที่ตรงนี้ แม้แดดจะร้อนหรือคนจะมาก ก็ไม่รู้สึกเหนื่อย เพราะคือการได้ทำเพื่อคนอื่น ซึ่งที่ผ่านมาได้ไปทำโรงทานแจกอาหารให้กับประชาชนตามวัดแถวบ้านญาติหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงมีช่วงเวลาจิตอาสาที่เคยทำตอนเรียนมัธยม แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ทำจิตอาสาอย่างจริงจัง การทำหน้าที่ตรงนี้ทำให้รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้ส่วนหนึ่งของพระราชพิธี แม้ว่าจะไม่ได้ชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ แต่เราก็ได้ทำความดีอื่นถวายแด่ในหลวง ร.9 ซึ่งพระองค์ทรงเป็นต้นแบบการทำดี เป็นผู้ปิดทองหลังพระ จากที่ได้ร่วมทำงานก็ได้เห็นความสามัคคีที่จะทำอะไรเพื่อใครสักคน เหมือนได้แรงบันดาลใจที่จะทำดีต่อไปหากมีโอกาส” ชนัญชิดาเผย

Advertisement

 

 

นายปฏิญญา เพราทองชมพูนุช อายุ 45 ปี พ่อค้าจาก จ.อุดรธานี เริ่มปฏิบัติงานจิตอาสาเฉพาะกิจฯ ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม จนถึงวันนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการปฏิบัติหน้าที่จิตอาสาเฉพาะกิจฯ เผยว่า เดินทางจากอุดรธานีมาเพียงลำพัง และได้เช่าห้องเล็กๆ ไว้สำหรับพักอาศัยช่วงงานพระราชพิธี โดยเช่าไว้ 1 เดือน แต่อาศัยอยู่จริงแค่ช่วงพระราชพิธี เพราะคิดว่าหากอยู่ที่บ้านก็จะร่วมงานได้แค่วันเดียวคือ 26 ตุลาคม ตามสถานที่ที่ทางราชการจัด แต่เราอยากมาทำประโยชน์เพื่อคนอื่น ในสถานที่ที่ใกล้ชิดในหลวง ร.9 มากที่สุดเป็นครั้งสุดท้าย

“รู้สึกเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิต เพราะเราทำหน้าที่จิตอาสาเฉพาะกิจฯ กลุ่มงานโยธา ซึ่งมักจะได้ปฏิบัติหน้าที่ในการเตรียมพื้นที่ ขนของ ปลูกต้นไม้ ปูเบาะรองนั่งกันร้อนที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้ประชาชน ตลอดจนเก็บขยะ และคงเป็นโชคดีของเราที่ได้มีโอกาสเข้าไปเตรียมสถานที่ในเขตพระเมรุมาศซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้เข้าไป” ปฏิญญากล่าว และว่า

“ในคืนของวันที่ 25 ตุลาคม ขณะกำลังเดินเก็บขยะ เห็นประชาชนที่มาปักหลักรอเพื่อเข้าจุดคัดกรองจำนวนมาก ก็รู้สึกตื้นตันในความจงรักภักดี จำได้ว่าตอนนั้นฝนตกหนักมากแต่ทุกคนไม่ย่อท้อ ในฐานะที่เป็นจิตอาสา ทำได้แค่อำนวยความสะดวกและให้กำลังใจ แต่ไม่เห็นความท้อแท้เลย เป็นภาพเหตุการณ์ที่จะประทับอยู่ในใจตลอดไป” ปฏิญญาเผย

ด้าน “ยาย-หลานจิตอาสา” ศิริวรรณ กุหลาบเพ็ชร์ ที่พาหลาน น้องโฟกัส-ด.ญ.ณิชาพร พิจารย์ ชั้น ป.4 โรงเรียนราชวินิต มาร่วมสมัครทำความดี โดยศิริวรรณเผยว่า เนื่องจากตนเป็นครูต้นแบบสอนประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ที่สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า จึงได้พาหลานมาร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ด้วยตลอดทุกเสาร์-อาทิตย์ เพราะอยากให้หลานได้ซึมซับการทำกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ ไว้ ก่อนหน้านี้ก็มีโอกาสพาหลานไปช่วยงานต่างๆ ไปสมัครเหล่าสมาชิกกาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดูแลคนที่มาบริจาคโลหิต จนมีโครงการนี้จึงได้สมัคร โดยมองว่าการทำความดีนั้นแม้ทำยาก แต่ต้องอดทน ทำดีต่อไป เพราะเมื่อไหร่ที่ได้ช่วยให้คนอื่นมีความสุขได้ เมื่อนั้นความภูมิใจจะเกิดขึ้นแก่เรา ความมุ่งมั่นที่จะทำดีนี้จะส่งผลให้แก่เราเอง

เช่นเดียวกับ ณิชาพร ที่รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำความดีครั้งนี้ แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ แต่ก็ถือว่าได้ทำ และคิดว่าการทำความดีไม่ใช่เรื่องยาก หากตั้งใจจะทำจริงๆ ประเทศชาติกำลังรอเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่จะช่วยพัฒนา ที่สำคัญคือการทำดีจะได้ผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ หากเราเลือกจะทำอย่างไม่หวังผลตอบแทน

เป็นภาพความประทับใจอันเป็นหนึ่งเดียว

 

ไอซ์-ชนัญชิดา พรเงิน
ศิริวรรณ กุหลาบเพ็ชร์ – ด.ญ.ณิชาพร พิจารย์
ปฏิญญา เพราทองชมพูนุช