กระเป๋ารถเมล์ชี้ ‘เบาะนั่ง’ รถเมล์จุดไหนเสี่ยงถูกคุกคามทางเพศที่สุด

24.11.17 | 10:54 น.
ภาพจำลองสถานการณ์การคุกคามผู้หญิงบนรถโดยสารสาธารณะ

การเผือกเรื่องชาวบ้านบางครั้งก็มีประโยชน์!! เพราะสามารถช่วยให้ผู้หญิงคนหนึ่งหลุดพ้นจากสถานการณ์ฉุกเฉินไปได้ จึงถือโอกาสเดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง เปิดตัวแคมเปญ “ถึงเวลาเผือก” จัดโดยองค์การแอ๊คชั่นเอด ประเทศไทย (ActionAid Thailand) ร่วมกับภาคีเครือข่ายรณรงค์เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง ณ บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า การลวนลามหรือคุกคามทางเพศบนขนส่งสาธารณะเกิดขึ้นตลอด เพียงแต่ไม่เป็นข่าว และยังไม่เคยเก็บบันทึกเป็นข้อมูลสถิติ เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงจึงจัดให้มีการวิจัยสำรวจความชุกของปัญหาการคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะขึ้น พบว่าร้อยละ 35 เคยถูกคุกคามทางเพศขณะใช้บริการขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะผู้หญิง

ลักษณะพฤติกรรมคุกคามทางเพศ 5 อันดับแรก ได้แก่ ลวนลามด้วยสายตา, ตั้งใจเบียดชิด แต๊ะอั๋ง ลูบคลำ, ผิวปากแซว, พูดจาแทะโลม เกี้ยวพาราสี และพูดลามก ชวนคุยเรื่องเพศ

ประเภทขนส่งสาธารณะที่พบการคุกคามทางเพศ 5 อันดับแรก ได้แก่ รถเมล์, มอเตอร์ไซค์รับจ้าง, รถแท็กซี่, รถตู้ และรถไฟฟ้าบีทีเอส

อย่างไรก็ตาม พบว่าร้อยละ 35 ของผู้ตอบแบบสำรวจ เคยเห็นเหตุการณ์คุกคามทางเพศบนขนส่งสาธารณะ โดยร้อยละ 13 เลือกที่จะนิ่งเฉย หลีกเลี่ยง หรือเดินหนี แต่จะมีร้อยละ 28 ที่กล้าเข้าไปช่วยด้วยการแจ้งพนักงานประจำรถ

Advertisement

“คนรอบข้างมีส่วนช่วยหยุดยั้งการคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ ส่วนวิธีการเผือกที่สามารถทำได้ อาทิ ทำทีชวนผู้ที่ถูกคุกคามพูดคุย หรือชวนให้ขยับหาที่นั่งหรือที่ยืนในจุดอื่น และการพูดเสียงดังบอกให้ผู้คุกคามหยุดการกระทำ” ดร.วราภรณ์กล่าว

โดยมีข้อสังเกตของพนักงาน ขสมก. ถึง “จุดนั่งบนรถเมล์” ที่เสี่ยงถูกคุกคามทางเพศมากสุดคือ “เบาะเดี่ยว” กรณีผู้หญิงนั่งแล้วผู้กระทำมายืนประชิด โดยมักเอาอวัยวะเพศมาถูไถที่ไหล่ โดยที่ผู้หญิงไม่สามารถหลีกหนีไปไหนได้ รองลงมาเป็น “เบาะนั่งสองคน” กรณีผู้หญิงนั่งด้านในสุดโดยมีผู้กระทำนั่งข้าง โดยมักมานั่งเบียดข้างแบบประชิดและพยายามเอามือลวนลาม

ทั้งนี้ แนะนำว่าให้แจ้งหรือส่งสัญญาณให้พนักงานประจำรถโดยสารรู้เพื่อยุติพฤติกรรมดังกล่าว หรือหากต้องการเอาผิดก็จะพาไปแจ้งความที่สถานีตำรวจได้

 

ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท