“แม่เจ็บปวดใจเหลือทน ที่ต้องทิ้งหนูไว้บ้าน” เป็นคำพูดร่ำลาสัตว์เลี้ยงแสนรักก่อนออกเดินทางลำพัง ซึ่งที่ต้องทิ้งหัวใจไว้บ้านเพราะอันตรายเกินไปที่จะนำเจ้าตูบเจ้าเหมียว โดยสารไปด้วยอย่างสะดวกและปลอดภัย
ทว่า…หากได้มาดูเคล็ด(ไม่)ลับจากนี้ ชีวิตจะเปลี่ยนไปเกิดเป็นความสุขล้น ความทรงจำดีๆ โดย ฟอร์ดแนะนำวิธีดูแลสัตว์เลี้ยงให้ทุกการเดินทางปลอดภัย ดังนี้
สิ่งแรก ไม่ควรปล่อยให้สัตว์เลี้ยงนั่งตักหรือเบาะนั่งแถวหน้า แม้คุณจะอยากให้สัตว์เลี้ยงแสนรักนั่งคู่กับคุณเป็นตุ๊กตาหน้ารถก็ตาม เพราะแม้จะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำกว่า 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้รับการดูแลที่ถูกวิธีและมีน้ำหนักตัวเพียง 30 กิโลกรัม อาจกลายเป็นจรวดมิสไซล์ขนาดจิ๋วที่มีน้ำหนักมากถึง 1,350 กิโลกรัมได้
ฉะนั้น เพื่อความปลอดภัยควรให้พวกเขาอยู่ในกรงที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หรือใช้สายรัดออกแบบพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยงเกี่ยวยึดกับเข็มขัดนิรภัย เพื่อมอบความปลอดภัยขณะขับขี่
สำหรับการเตรียมความพร้อม อาจทดลองพาสัตว์เลี้ยงนั่งรถไปด้วยในระยะทางสั้นๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มระยะทางให้ไกลขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้กับสัตว์เลี้ยงและให้ทุกการเดินทางราบรื่นไร้กังวล และควรระวังไม่ทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ในรถตามลำพัง สำหรับประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทย อุณหภูมิภายในรถสามารถเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงได้ เจ้าของไม่ควรปล่อยให้สัตว์เลี้ยงต้องขาดน้ำระหว่างการเดินทาง ควรวางแผนเส้นทางการเดินทางที่เหมาะสมและสามารถแวะจอดพักได้บ่อยครั้ง เพื่อให้สัตว์เลี้ยงได้หยุดพักกินอาหารหรือเดินเล่น ทั้งยังช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล ควรให้อาหารย่อยง่ายกับสัตว์เลี้ยงก่อนการเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนหรือเวียนหัว เนื่องจากอาการเมารถของสัตว์เลี้ยง
สุดท้ายอย่าลืมว่าสัตว์เลี้ยงของคุณก็มีสัมภาระส่วนตัวที่ต้องเตรียมไปด้วยเช่นกัน อาทิ ชามใส่อาหารและน้ำ ถุงใส่ขยะ ยาสามัญสำหรับสัตว์เลี้ยง บันทึกการฉีดวัคซีน ของเล่นชิ้นโปรดหรือของที่คุ้นเคยเพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัย และช่วยลดความเครียดให้สัตว์เลี้ยงระหว่างการเดินทาง
เย้..ทริปหน้าหนูไปเที่ยวกับแม่แล้ว

