ร่อนตามลม…ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์’ภาษากาย’เจ้าชายแฮร์รีกับพระคู่หมั้น เห็นความรัก ความอบอุ่น

4.12.17 | 11:01 น.
Britain's Prince Harry poses with Meghan Markle in the Sunken Garden of Kensington Palace, London, Britain, November 27, 2017. REUTERS/Toby Melville

 

 

 

 

Advertisement

 

เพราะ “คำพูด” เป็นสิ่งที่คนเราสามารถ “ควบคุม” กันได้ เราจึงมักได้ยินกันบ่อยๆ ว่า อย่าเชื่อคนที่คำพูด แต่ต้องดูที่การกระทำ ต่างจาก “ภาษากาย” ซึ่งควบคุมได้ยาก ดังนั้น ขณะที่ใครบางคนอาจจะพูดว่า ตัวเองกำลังแฮปปี้ มีความสุขกับชีวิตมากขนาดไหนก็ตาม แต่บางครั้งมันอาจ “สวนทาง” กับภาษากายที่แสดงออก ไม่ว่าจะเป็น อาการของมือ หรือแววตา ท่าทาง ซึ่งเรื่องนี้ต้องยกให้เป็นหน้าที่ของ “Body Language Experts” หรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากายเป็นคนถอดรหัสแล้วการออกมานั่งให้สัมภาษณ์สื่อครั้งแรกของเจ้าชายแฮร์รี รัชทายาทลำดับที่ 5 แห่งราชวงศ์อังกฤษ กับ เมแกน มาร์เคิล นักแสดงสาวอเมริกันวัย 36 หลังจากประกาศข่าวหมั้นเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่เต็มไปด้วยท่าที แววตา และรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขของทั้งคู่ ก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากายออกมาให้ความเห็นดังนี้

เทรซี บราวน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากาย ผู้เขียนหนังสือชื่อ Persuasion Point : Body Language and Speech Influence พูดถึงท่าทีของเมแกนว่า ตลอดเวลาที่ให้สัมภาษณ์ นักแสดงสาวสวยมีแววตาที่เปี่ยมสุข และดูเหมือนสายตาเธอจะจับจ้องมองที่เจ้าชายแฮร์รีชายคนรักเป็นเวลานาน มันสื่อให้เห็นว่า “พวกเขาทั้งสองไม่มีอะไรปิดบัง ซ่อนเร้นต่อกัน หรือพยายามจะเก็บซ่อนอารมณ์ ความรู้สึกไม่ให้พวกเราเห็น”

อย่างไรก็ตาม เทรซีก็ยอมรับว่าด้วยมุมกล้องทีวี มันจึงยากจะบอกได้ชัดๆ ว่าที่เราเห็นกันว่า เมแกนกำลังมองจ้องไปที่เจ้าชายแฮร์รีนั้น แท้จริงแล้ว เธอมองจ้องไปที่เจ้าชายแฮร์รีตลอดเวลาหรือเปล่า หรือบางครั้งจะมองไปที่แหวนหมั้น หรือมองไปที่ด้านข้างบ้าง แต่เทรซีก็ว่าน่าจะเป็นไปได้ทั้งหมดรวมๆ กัน

ขณะที่ บลังกา ค็อบบ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากายอีกคน ซึ่งเขียนหนังสือชื่อ Method of Masters ได้พูดถึงการที่เจ้าชายแฮร์รีและหญิงคนรักนั่ง “กุมมือ” กันตลอดเวลาระหว่างให้สัมภาษณ์ ว่านี่เป็นสัญญาณของการให้ความมั่นใจแก่กันและกัน “ระหว่างให้สัมภาษณ์ เจ้าชายแฮร์รีทรงวางแขนข้างหนึ่งบนหน้าขาของเมแกน ขณะที่เมแกนใช้มือทั้งสองของเธอกุมมือของเจ้าชายแฮร์รีไว้ มันแสดงถึงความอบอุ่น และเป็นการให้ความมั่นใจกันระหว่างทั้งสองคน”

บลังกายังพูดถึงการที่มือของเมแกนเป็นฝ่ายกุม และอยู่เหนือมือของเจ้าชายแฮร์รีว่า นั่นไม่จำเป็นต้องแปลความหมายว่า เมแกนต้องการเป็น “ฝ่ายควบคุม” โดยว่า “โดยทั่วไปมือของคนที่วางอยู่ข้างบนมือของคู่ครอง จะถูกแปลความว่า จะเป็นฝ่ายที่ควบคุม มีอำนาจกว่าอีกฝ่าย แต่ในกรณีนี้ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเจ้าชายแฮร์รีจำเป็นต้องขอความยินยอมจากเมแกน บางครั้งการที่คุณกุมมือใครสักคนแน่นๆ ก็เพื่ออยากให้ตัวเองรู้สึกสบายใจ”

บลังกายังได้วิเคราะห์ท่าทีของทั้งสอง เมื่อถูกถามถึงเรื่องการวางแผนมีรัชทายาทตัวน้อยว่า ทั้งคู่พยายามตัดบทสนทนา แต่ก็มีท่าทีกระตือรือร้นว่าต้องมีแน่ในอนาคต “เมื่อเจ้าชายแฮร์รีพูดถึงเรื่องมีรัชทายาท เมแกนมีท่าทีที่แสดงถึงความประหม่า 2 อย่างเมื่อเธอยกมือขึ้นเสยผม และหัวเราะโดยมีการกะพริบตาถี่ๆ การกะพริบตาเป็นสิ่งที่คนเราไม่สามารถควบคุมได้ และเป็นอาการที่มักจะเกิดขึ้นตอนเรารู้สึกกังวลหรือรู้สึกตื่นเต้น”

ทั้งนี้ ถึงแม้เนื้อหาที่ให้สัมภาษณ์โดยรวมจะเป็นเรื่องเบาๆ มีความสุข แต่ก็มีบางช่วงที่แสดงให้เห็นว่า ทั้งสองรู้สึกอึดอัด ลำบากใจ รวมถึงช่วงที่เจ้าชายแฮร์รีตรัสถึงเจ้าหญิงไดอานา พระมารดา และเรื่องเชื้อชาติของเมแกน (เมแกนมีมารดาเป็นคนผิวสี ส่วนพ่อเป็นคนผิวขาว)

“เมื่อผู้สัมภาษณ์พูดถึงข่าวซุบซิบต่างๆ เกี่ยวกับเชื้อชาติของเมแกน เธอได้เบือนหน้าไปจากกล้องทีวีและริมฝีปากเธอตกลงเล็กน้อยไป 2 วินาที ซึ่งคุณจะเห็นด้วยว่า เจ้าชายแฮร์รีทรงเหลียวมองดูที่เมแกนเพื่อจะดูว่า เธอโอเคมั้ย”

“แล้วเมื่อเจ้าชายแฮร์รีตรัสถึงการนำเพชรของเจ้าหญิงไดอานามาทำเป็นอัญมณีส่วนหนึ่งในแหวนหมั้น” เมแกนได้ใช้นิ้วหัวแม่มือของเธอลูบ สัมผัสมือของเจ้าชายแฮร์รีอย่างนุ่มนวล อ่อนโยน เป็นการให้กำลังใจและปลอบโยนแทนคำพูดว่า “ไม่เป็นไรนะ ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณ”

เพราะเธอและชาวโลกต่างรู้ดีว่า เจ้าหญิงไดอานาทรงมีความสำคัญต่อเจ้าชายแฮร์รีมากเพียงใด

 

(ภาพจาก GoodHousekeeping.com)