คณะนักวิทยาศาสตร์จากห้องปฏิบัติการเจ็ท โพรพัลชั่น ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ของสหรัฐอเมริกา ประสบความสำเร็จในการพัฒนาโดรนที่ติดตั้งปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพื่อให้บินไปสู่เป้าหมายได้ด้วยตัวเอง ทั้งยังประลองความสามารถกับโดรนที่ควบคุมโดยมนุษย์อีกด้วย
โครงการพัฒนาโดรนสมองกลดังกล่าวได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากกูเกิล โดยมี โรเบิร์ต รีด เป็นหัวหน้าโครงการ ประลองขีดความสามารถบนเส้นทางบินในอาคารกับโดรนที่บินโดย เคน ลู วิศวกรของกูเกิลและเป็นผู้เชี่ยวชาญการบินโดรนจาก “โดรน เรซซิ่ง ลีก” แม้ว่าผลการแข่งขันจะลงเอยด้วยชัยชนะของโดรนที่บังคับด้วยมนุษย์ ซึ่งสามารถทำความเร็วได้เฉลี่ยเร็วกว่าโดรนปัญญาประดิษฐ์กว่า 2 วินาทีต่อรอบ แต่ก็นับว่าโดรนที่บินโดยอัตโนมัติด้วยการควบคุมของซอฟท์แวร์และปัญญาประดิษฐ์ประสบความสำเร็จอย่างงดงามทีเดียว
โรเบิร์ต รีด ระบุว่า เพื่อให้โดรนบินได้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องให้มันรู้ว่าตัวเองอยู่ ณ จุดใด โดยการติดตั้งกล้องวิดีโอ 2 ตัวไว้บนเครื่อง ตัวแรกจะจับภาพด้านหน้าป้อนให้กับระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนอีกตัวจะจับภาพลงด้านล่าง นอกจากนั้นบนโดรนยังติดตั้งเซนเซอร์อีกจำนวนหนึ่งสำหรับตรวจจับอัตราเร่งและการหมุนตัว เนื่องจากเป็นการแข่งขันในอาคารที่มีสภาพแวดล้อมซับซ้อนจึงไม่สามารถพึ่งพาระบบจีพีเอสได้ โดยระดับความเร็วในการบินอยู่ระหว่าง 30-40 ไมล์ต่อชั่วโมง
เพื่อให้โดรนอัตโนมัติสามารถกำหนดเส้นทางบินได้ จำเป็นต้องป้อนข้อมูลแผนที่สามมิติให้กับระบบ เพื่อใช้อ้างอิงกับภาพที่โดรนได้จากกล้องขณะทำการบิน ทำให้มันรู้ตลอดเวลาว่า อยู่ในจุดใดในความเป็นจริง ซึ่งมีศัพท์เรียกเฉพาะว่าการ “รีโลคอลไลเซชั่น” โดยระบบจะทำรีโลคอลไลเซชั่นใน 2-3 ครั้งต่อวินาทีตลอดเวลา ทำให้ไม่ตกหรือไม่ชนสิ่งกีดขวาง
เทคโนโลยีที่นาซานำมาใช้เป็นพื้นฐานมานั้นมาจาก “กูเกิลแทงโก” ชุดซอฟท์แวร์ความจริงเสมือน (เออาร์) ที่กูเกิลใส่ไว้ในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนอย่าง เลอโนโว แฟ็บ 2 โปร กับ เอซุส เซนโฟน เออาร์ สำหรับใช้ในการสร้างแผนที่สามมิติซึ่งโดรนใช้ในการกำหนดเส้นทางบิน
เพื่อให้โดรนอัตโนมัติเรียนรู้เส้นทางการบิน โรเบิร์ต รีด ระบุว่าจำเป็นต้องบังคับให้โดรนบินด้วยมือมนุษย์ก่อน 1 รอบ หรือจะเลือกใช้วิธีการถือโดรนไปตามเส้นทางก็ได้เช่นกัน ในขณะเดียวกันก็อนุญาตให้ เคน ลู สามารถฝึกซ้อมการบินด้วยรีโมทคอนโทรลได้ไม่จำกัด หลังจากโดรนอัตโนมัติเรียนรู้เส้นทางแล้ว ยังอนุญาตให้ทีมปรับแต่งเส้นทางด้วยทีมงานอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่ามันสามารถบินได้ตามเส้นทางที่เร็วที่สุดโดยปลอดภัย ซึ่งทำให้การบินครั้งนี้ไม่ได้เป็นการบินอัตโนมัติด้วยตัวเองทั้งหมด แต่มีการปรับแต่งเส้นทางโดยทีมงานอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม โรเบิร์ต รีด เชื่อว่าความสำเร็จที่ได้สามารถใช้เป็นพื้นฐานที่สำคัญเพื่อพัฒนาระบบการบินอัตโนมัติด้วยปัญญาประดิษฐ์ให้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้
ทั้งยังเชื่อด้วยว่า แข่งกันคราวต่อไป ผู้ชนะอาจไม่ใช่มนุษย์อีกด้วย

