‘ความจริง’ จากผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

7.12.17 | 11:11 น.
ผู้หญิงนักปกป้องกับสมุดบันทึก

แม้ว่าสหประชาชาติ รวมถึงทั่วโลกจะให้ความสำคัญกับสิทธิของ “นักสิทธิมนุษยชนสตรี” มากเท่าใด แต่ทุกวันนี้ก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าพวกเธอเหล่านี้จะไม่ถูกลิดรอนสิทธิ และไม่อาจพูดได้ว่าสามารถมีปากมีเสียงในสังคมได้อย่างไม่มีอุปสรรคใด

องค์กรโปรเทคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จึงร่วมกับสถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทย จัดโครงการ CFLI “Her Life, Her Diary” จัดทำ Side by Side WHRDs 2018 Diary สมุดบันทึกความหวังและความฝันของ 20 ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เนื่องในวันที่ 29 พฤศจิกายนของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นวันผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เพื่อไม่ให้คนเหล่านี้ถูกทอดทิ้งให้ต้องสู้เพียงคนเดียว

แต่ก่อนที่จะได้เข้าไปสัมผัสกับเรื่องราวของผู้หญิงเหล่านี้ ปรานม สมวงศ์ จากองค์กรโปรเทคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล ได้หยิบเอาความจริงที่ผู้หญิงเหล่านี้ต้องเจอมาเล่าต่อ โดยยกสถิติมาเล่าว่า นับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557-29 พฤศจิกายน 2560 มีผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี 179 คน ส่วนใหญ่เป็นคดีความผิดฐานบุกรุกที่ดินป่าไม้ 82 คน และผิด พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ หมิ่นประมาท กีดขวางทางสาธารณะ ขัดคำสั่ง คสช.3/2558 ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน และถูกโยงให้เกี่ยวกับคดียาเสพติดด้วย โดยนับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคมเป็นต้นมา สถิติของผู้หญิงที่ถูกดำเนินคดีมากที่สุดได้เปลี่ยนจากภาคใต้ไปอยู่ที่ภาคอีสาน 119 คน

ที่น่าตกใจคือ ตั้งแต่ปี 2544 มีผู้หญิงที่ถูกลอบสังหาร 5 คน

จากข้อมูลที่ได้เก็บรวบรวมสถิติ ปรานมเผยว่า ผู้หญิงได้ถูกคุกคามในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ถูกข่มขู่ทางโทรศัพท์ โดยเฉพาะขู่ถึงครอบครัว ทั้งลูกและพ่อแม่ที่แก่เฒ่า เขยิบขึ้นมาอีกนิดก็จะถูกเจ้าหน้าที่ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบบุกมาหาถึงบ้าน ตีตราว่าบ้านนี้กระทำความผิด ยิ่งหากเป็นข้าราชการก็มักจะโดนตรวจสอบว่าใช้เวลางานมาเคลื่อนไหวหรือไม่ ไปจนถึงการดักฟังโทรศัพท์ เสนอเงินและตำแหน่งงานให้ยุติการเคลื่อนไหว ที่สุดคือการลอบสังหาร

Advertisement

 

ปรานม สมวงศ์

 

นอกจากนี้ในไดอารี่ยังได้บอกเล่าเรื่องราวสตรีนักสิทธิมนุษยชนหลากหลายด้านทั้งสิ่งแวดล้อม การเมือง และเพศวิถี

เริ่มด้วย ชุทิมา ชื่นหัวใจ กลุ่มรักษ์บ้านแหง จ.ลำปาง ที่ต้องลุกขึ้นมาปกป้องพื้นที่ ซึ่งชาวบ้านเคยฝากชีวิตไว้กับป่า ทำนา ปลูกกระเทียม มาถูกนายทุนกว้านซื้อทำเหมืองลิกไนต์ กว่า 7 ปีที่ผ่านมามีเหตุปะทะจนเกิดการฟ้องร้อง พ่อแม่ที่อยู่ที่บ้านถูกข่มขู่ระหว่างที่เธอไม่อยู่บ้านเพื่อให้ขายที่ดิน ที่กดดันที่สุดคือถูกเรียกไปปรับความเข้าใจในค่ายทหาร เมื่อมีข่าวว่าพวกเธอจะไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล ห้ามติดต่อสื่อสารโลกภายนอก 4 ชั่วโมง ต้องสูญเสียสิ่งต่างๆ ไปไม่น้อย แต่ที่สุดแล้วก็ขอสู้ต่อไปเพียงเพื่อให้แผ่นดินนี้ยังบริสุทธิ์เพื่อลูกหลาน

หรือแม้แต่เรื่องราวในสถาบันการศึกษา ชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.เกษตรศาสตร์ ก็ได้ออกมาบอกเล่าเรื่องราวว่า ด้วยเห็นนิสิต นักศึกษาถูกจับหลังออกมาเดินขบวนที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ 14 คน หลังจากนั้นจึงคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง นักวิชาการกว่า 300 รายชื่อออกแถลงการณ์ และเธอก็ขอใช้ห้องเรียนมหาวิทยาลัยที่ควรจะเป็นพื้นที่เสรีให้เด็กได้มีโอกาสเพิ่มเติมความรู้ สิ่งที่ต้องเจอคือเหล่านักวิชาการหลายคนโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยต่างจังหวัดขนาดเล็ก ถูกเรียกเข้าพบและปรับทัศนคติ พื้นที่วงเสวนาวิชาการเด็กๆ ถูกเจ้าหน้าที่เข้าไปกดดันไม่ให้พูด ไม่เว้นแม้แต่ประเด็นศิลปวัฒนธรรม แต่ชลิตาก็ยังขอทำหน้าที่ต่อไปแม้จะมีนักเรียนที่เข้าใจไม่มาก เพราะมองว่าคนรุ่นนี้ก็คืออนาคตของคนยุคต่อไป

อันธิฌา แสงชัย ผู้ร่วมก่อตั้งห้องเรียนเพศวิถี และอาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญาและศาสนา ม.สงขลานครินทร์ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ลุกมาต่อสู้เพื่อเพศที่แตกต่างใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ให้มีความเท่าเทียม เปิดห้องเรียนเพศวิถีจนถึงสนามฟุตบอล แน่นอนว่าพื้นที่ที่ศาสนาเข้มแข็งเช่นนี้เธอย่อมโดนโจมตีไม่น้อย ถูกเหยียดเพศ แสดงความเกลียดชังอย่างชัดเจนให้ปิดห้องเรียน เจอกับผู้หญิงที่ถูกบังคับให้แต่งงาน ผลักจากครอบครัว แต่ด้วยเชื่อมั่นในพลังและความหวังหลังจากคนในพื้นที่มีองค์ความรู้เรื่องเพศวิถีมากขึ้น ทำให้เธอขอสู้ต่อไป

ขณะที่ รอกีเย๊าะแอ เครือข่ายคนสงขลา ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้า ลุกขึ้นมาปกป้องบ้านของเธอ เมื่อรับฟังโครงการโรงไฟฟ้าเทพาแล้วพบว่าต้องเป็นปัญหา เพราะโรงไฟฟ้านี้เผาตลอด 24 ชั่วโมง และกระทบต่อคน 5 จังหวัดภาคใต้ เจอการคุกคามทุกรูปแบบทั้งเคาะประตูตามหาที่บ้าน ไปจนถึงพี่น้องถูกสกัดกั้นไม่ให้ยื่นหนังสือจากเหตุ ครม.สัญจร สงขลา ปัตตานี แม้จะมองว่าตัวเองถูกทำร้ายเหมือนไม่ใช่คน แต่เมื่อมองเห็นพี่น้องทั่วไทยที่สู้ในประเด็นคล้ายๆ กัน ใช้เวลานานกว่า ก็ทำให้รู้สึกว่ายอมแพ้ไม่ได้ เพราะหากไม่สู้วันนี้ วันหนึ่งก็คงไม่มีที่อยู่เฉกเช่นชาวโรฮีนจา

 

อรนุช ผลภิญโญ
ชุทิมา ชื่นหัวใจ
ชลิตา บัณฑุวงศ์ – อันธิฌา แสงชัย

รอกีเย๊าะ สะมะแอ

 

ความจริงนักสิทธิมนุษยชนสตรี