โรงเรียนในอังกฤษเริ่มให้ความสำคัญกับการ ‘ไม่ระบุเพศ’ ในโรงเรียนเพื่อหยุดการรังแก

18.12.17 | 11:42 น.

ปัจจุบันสังคมในหลายประเทศเริ่มรับรู้และยอมรับกันมากขึ้นว่า ในโลกนี้ไม่ได้มีแค่เพศชาย เพศหญิงเท่านั้น แต่ยังมีคนข้ามเพศ และคนอีกหลากหลายเพศสภาพ ซึ่งถือเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีสิทธิเท่าเทียมกับเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ ซึ่งตอนนี้ที่อังกฤษก็เริ่มมีโรงเรียนหลายแห่งหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องเพศสภาพ และสนับสนุนให้เด็กนักเรียนได้มีโอกาสสำรวจอัตลักษณ์ ความเป็นตัวตนของตัวเอง รวมทั้งสร้างบรรยากาศในโรงเรียนให้เป็น gender neutral หรือสถานที่ที่ไม่มีการระบุเพศ เพื่อเป็นหนทางหนึ่งในการลดปัญหาบุลลีอิง ( bullying) หรือการกลั่นแกล้งรังแก

โรงเรียนมัธยมศึกษาคัมเบอร์แลนด์ทางตะวันออกของกรุงลอนดอนที่มีนักเรียนเกือบ 1,500 คนเป็น 1 ในโรงเรียนหลายร้อยแห่งในอังกฤษที่เข้าร่วมโครงการนี้ในการเดินหน้าทลายความเชื่อที่ว่าโลกเรามีแค่เพศชาย เพศหญิง โดยนอกจากจะมีการผ่อนปรนเรื่องชุดเครื่องแต่งกายนักเรียนให้นักเรียนมีอิสระในการแต่งชุดเสื้อผ้าเวลามาเรียนได้อิสระกว่าเมื่อก่อน โรงเรียนคัมเบอร์แลนด์ยังมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน หรือสถานที่บางแห่งในโรงเรียน อย่างเช่นห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายในอาคารกีฬา ให้นักเรียนสามารถเข้าไปใช้ได้ด้วยความสบายใจมากขึ้น

“ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นปัญหาสำหรับนักเรียนบางคน ดังนั้นเราจึงมีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เป็นกลาง ไม่มีการระบุเพศ ที่ใครก็ได้สามารถเข้าไปใช้ได้ และเรายังพยายามหลีกเลี่ยงการใช้คำศัพท์ที่ระบุเจาะจง อย่างเช่นครูในโรงเรียนของเราจะหลีกเลี่ยงการเรียกว่า เด็กชาย เด็กหญิง แต่เราจะใช้คำพูดที่เป็นกลางๆ ไม่มีการระบุเพศ อย่างเช่น ใช้คำว่านักเรียน หรือเด็กแทน “เจค โจนส์” ครูสอนวิชาพลศึกษา และหัวหน้าภาควิชาสังคมศึกษาและสาธารณสุข บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพี

ขณะที่โรงเรียนบรินดิช ทางใต้กรุงลอนดอน นักเรียนถูกสอนว่าพวกเขาสามารถเลือกใช้คำว่า ซี (Zie) เป็นทางเลือกสำหรับการไม่ระบุเพศ แทนการใช้คำว่า ฮี (He) แทนเพศชาย หรือชี (She) แทนเพศหญิง

Advertisement

ชาร์ลอตต์ ดอแกน ผู้ช่วยครูใหญ่โรงเรียนบรินดิช บอกว่า “เมื่อคุณทำบางสิ่งบางอย่างให้มีความเป็นกลางมากขึ้น เด็กๆ เหล่านั้นก็จะรู้สึกคลายความกังวล ไม่ต้องกลัวว่าพวกเขาจะแตกต่างจากคนอื่น และเด็กๆ เหล่านั้นก็สามารถที่จะเป็นตัวเขาเองได้”

ลอว์เรน แคมป์เบล รองหัวหน้าโรงเรียนบรินดิชให้ความเห็นว่า “ไม่มีคำว่าเด็กเกินไปที่จะเริ่มต้น ฉันคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราควรให้ความรู้แก่เด็กๆ ตั้งแต่ช่วงอายุยังน้อยๆ เท่าที่เราจะสามารถทำได้ในเรื่องของการสอนให้พวกเขาได้มีความรู้ในเรื่องเพศสภาพ และอัตลักษณ์ทางเพศในรูปแบบต่างๆ”

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าพ่อแม่ ผู้ปกครองทุกคนในอังกฤษจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้ และเสียงวิพากษ์วิจารณ์คัดค้านจากพ่อแม่ ผู้ปกครองและนักกฎหมาย ก็ทำให้หน่วยบริการสุขภาพแห่งชาติจำต้องถอนแบบสอบถามเกี่ยวกับเรื่องเพศสภาพในแบบสอบถามที่ใช้ในโรงเรียนประถมศึกษาในมณฑลแลงคาเชียร์ออก โดยคำถามเหล่านั้นที่มีอยู่ในแบบสำรวจสอบถามเด็กอายุ 10-11 ปีว่า เขามีความรู้สึกภายในตรงกับเพศสภาพที่ปรากฏภายนอกหรือไม่ แล้วยังมีคำถามให้เลือกตอบว่าเขาเป็นเพศใด โดยมีให้เลือก 3 หัวข้อ ได้แก่ เด็กชาย เด็กหญิง หรืออื่นๆ

แต่ไม่ว่าพ่อแม่จะรู้สึกเช่นไรก็ตาม ทางหน่วยงานบริการพัฒนาอัตลักษณ์ทางเพศ ที่ให้คำปรึกษาแก่เด็กเยาวชนในกรุงลอนดอน และเมืองลีดส์ ก็มีหลักฐานว่าปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนที่มีคำถามเกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางเพศเพิ่มมากขึ้น โดยจากเมื่อปี 2553 ที่มีเยาวชนมาขอคำปรึกษาเพียง 95 ราย ได้เพิ่มพรวดขึ้นเป็น 2,016 รายในปี 2560

ด้านหน่วยงานชื่อว่า Educate and Celebrate ซึ่งส่งเสริมการศึกษาที่ไม่ระบุเพียง 2 เพศ กล่าวว่า ปัจจุบันมีโรงเรียนราว 220 แห่งในอังกฤษที่ยอมรับนโยบายเรื่องชุดเครื่องแต่งกายแแบบเดียวที่ใช้ได้ทั้งกับเด็กนักเรียนชายและเด็กนักเรียนหญิง

“โรงเรียนบางแห่งยังไม่เชื่อว่าเรื่องนี้คือพื้นฐานสำหรับชีวิตเด็กและการเป็นตัวตนของเด็ก ถ้าหากคุณไม่สามารถเป็นตัวเอง หรือถ้าคุณถูกบอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าคุณไม่สามารถทำแบบนั้น เพราะคุณเป็นแบบนี้ คุณก็ไม่มีทางที่จะหยิบส่วนดีที่สุดของเด็กคนนั้นออกมาได้เลย” เอลลี บาร์น ผู้ก่อตั้ง Educate and Celebrate กล่าว