‘เทรนด์ แล็บส์’ เผย แนวโน้มภัยคุกคามทางไซเบอร์ ปี 2561

26.12.17 | 15:08 น.

ทักษะและทรัพยากร คือองค์ประกอบ 2 อย่างที่ผู้โจมตีใช้สร้างอาวุธ แต่ผู้โจมตีจะไม่มีวันเจาะผ่านระบบความปลอดภัยหรือทำการโจมตีที่ซับซ้อนได้หากไม่ค้นพบจุดอ่อนในระบบตั้งแต่แรก การโจมตีด้วยมัลแวร์จำนวนมาก กลโกงทางอีเมล์ การเจาะระบบอุปกรณ์ และการสร้างความเสียหายให้กับบริการ ทั้งหมดนี้ล้วนอาศัยช่องโหว่ของเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นจากเทคโนโลยีหรือบุคลากร เพื่อให้บรรลุภารกิจดังกล่าว

มีหลายตัวอย่างที่ทราบกันดี เช่น การเชื่อมต่อและการมีปฏิสัมพันธ์ที่เพิ่มมากขึ้นในเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย แต่โชคร้ายที่การนำเทคโนโลยีที่ไม่สมบูรณ์ไปใช้ยิ่งเพิ่มโอกาสของการเกิดภัยคุกคามเพิ่มมากขึ้น การป้องกันในจุดที่จำเป็นและในเวลาที่จำเป็นจึงกลายเป็นเสาหลักของการรักษาความปลอดภัยในโลกที่ภัยคุกคามมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ในปี 2561 การขู่กรรโชกทางดิจิทัลจะเป็นโมเดลธุรกิจหลักของอาชญากรคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ และเป็นแรงผลักดันให้เกิดอุบายอื่นๆ ที่จะหลอกลวงเหยื่อกระเป๋าหนักตามมา ขณะที่ช่องโหว่ในอุปกรณ์ไอโอทีจะเริ่มขยายพื้นที่ของการโจมตีอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้จะเชื่อมต่อถึงกันมากยิ่งขึ้นจนเป็นสภาพแวดล้อมแบบอัจฉริยะในทุกแห่งหน อุบายหลอกลวงทางอีเมล์ธุรกิจจะดักเหยื่อที่เป็นองค์กรมากขึ้นเพื่อหลอกเอาเงิน ยุคสมัยของข่าวปลอมและการโฆษณาชวนเชื่อทางอินเตอร์เน็ตจะยังคงดำเนินต่อไปด้วยลูกไม้เก่าๆ ของอาชญากรคอมพิวเตอร์ การเรียนรู้ของเครื่องจักร (แมชีนเลิร์นนิ่ง) และแอพพลิเคชั่นด้านบล็อกเชนจะให้ทั้งความหวังและเป็นหลุมพรางอันตราย บริษัทต่างๆ จะต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวให้ทันกับการบังคับใช้กฎหมายการปกป้องข้อมูลทั่วไป (General Data Protection Regulation-GDPR) ไม่เพียงแต่องค์กรจะเต็มไปด้วยจุดอ่อนเท่านั้น แต่ช่องโหว่ในกระบวนการภายในจะถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อบ่อนทำลายการผลิตด้วยเช่นกัน

สิ่งเหล่านี้คือภัยคุกคามที่เข้ามามีบทบาทในปี 2561 และภัยคุกคามเหล่านี้จะเป็นข้อพิสูจน์ว่าโซลูชั่นความปลอดภัยแบบเดิมๆ ล้าสมัยเกินกว่าที่จะระบุและตรวจจับภัยคุกคามได้ เมื่อสภาพแวดล้อมเริ่มเชื่อมต่อถึงกันมากขึ้นและซับซ้อนยิ่งขึ้น มุมมองของเราที่มีต่อภัยคุกคามจึงเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิมอย่างมาก โดยบริษัทเทรนด์ ไมโครได้ดำเนินการตรวจสอบภัยคุกคามทั้งในปัจจุบันและที่อุบัติใหม่ รวมถึงแนวทางการรักษาความปลอดภัยที่จัดทำขึ้นเฉพาะสำหรับสภาพการณ์นั้นๆ อย่างละเอียด โปรดอ่านเอกสารฉบับนี้เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจด้านการรักษาความปลอดภัยซึ่งถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในปี 2561

ภัยคุกคามที่มีอยู่มากมายหลายชนิดทำให้สภาพในปัจจุบันมีความเสี่ยงและคาดว่าจะเผชิญต่อภัยร้ายในปี 2561 ตั้งแต่ช่องโหว่ของระบบ ซอฟต์แวร์เรียกค่าไถ่ และการโจมตีที่เป้าหมายเฉพาะ สิ่งที่ทั้งองค์กรและผู้ใช้งานทำได้มากที่สุด คือการลดความเสี่ยงไม่ให้ความปลอดภัยลดลงในทุกชั้นของระบบ

Advertisement

การต่อสู้กับภัยที่มีจำนวนมากขึ้นในทุกวันนี้และการป้องกันภัยดังกล่าวที่ยังมาไม่ถึงนั้น องค์กรต่างๆ ควรนำโซลูชั่นด้านความปลอดภัยที่สามารถมองเห็นภัยคุกคามได้ทั่วเครือข่าย และสามารถให้การป้องกันและปกป้องช่องโหว่และการโจมตีในแบบเรียลไทม์ ทั้งยังต้องเลี่ยงไม่ให้เกิดการบุกรุกใดๆ ในอนาคตและการละเลยปกป้องข้อมูลหรือสินทรัพย์โดยใช้วิธีรักษาความปลอดภัยที่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาอยู่เสมอ ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะต้องรองรับการรักษาความปลอดภัยทั้งในรูปแบบเดิมและแบบใหม่ได้เพื่อให้เหมาะกับภัยคุกคามที่มีอยู่อย่างหลากหลาย สำหรับเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยดังกล่าว มีดังนี้

1.การสแกนแบบเรียลไทม์ การสแกนที่ทำงานอัตโนมัติตลอดเวลาจะช่วยให้สามารถตรวจพบมัลแวร์ที่มีฤทธิ์รุนแรงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ให้ดียิ่งขึ้นได้

2.การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์และไฟล์ การตรวจจับมัลแวร์ และการป้องกันผ่านการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ เทคนิคการต่อต้านสแปม และการควบคุมแอพพลิเคชั่น ช่วยปกป้องผู้ใช้งานจากการโจมตีด้วยซอฟต์แวร์เรียกค่าไถ่และการหาประโยชน์ในทางที่ผิดได้

3.การวิเคราะห์พฤติกรรม ต้องมีการตรวจจับและกีดกันมัลแวร์และเทคนิคต่างๆ ที่ทันสมัยที่สามารถเอาชนะการรักษาความปลอดภัยแบบเดิมได้

4.แมชีนเลิร์นนิ่งที่มีความเที่ยงตรงสูง การป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบด้วยมนุษย์พร้อมการเพิ่มข้อมูลด้านการเรียนรู้ต่อภัยคุกคาม เปิดทางให้มีการตรวจจับที่รวดเร็วและรักษาความปลอดภัยที่แม่นยำต่อภัยทั้งที่เรารู้จักและยังไม่รู้จัก

และ 5.การรักษาความปลอดภัยที่อุปกรณ์ปลายทาง คือการรักษาความปลอดภัยที่นำคุณสมบัติแซนด์บ็อกซิ่ง การตรวจหาช่องโหว่ และความสามารถต่างๆ จากเซ็นเซอร์ที่อุปกรณ์ปลายทางมาใช้ จะช่วยตรวจจับกิจกรรมที่น่าสงสัยและป้องกันการโจมตี การเคลื่อนไหวแบบลับๆ ภายในเครือข่ายได้