ความก้าวหน้า? “ผู้หญิง”ใน”วงการสีกากี”

22.03.16 | 13:41 น.

“เกียรติตำรวจของไทย เกียรติวินัยกล้าหาญมั่นคง… เกิดมาแล้วต้องตาย ชาติชายเอาไว้ลายตำรวจไทย…” เป็นเนื้อร้องส่วนหนึ่งของเพลงมาร์ชพิทักษ์สันติราษฎร์ ประพันธ์ขึ้นโดย “นารถ ถาวรบุตร” เมื่อปี 2500 เป็นเพลงความหมายดี เรียกความฮึกเหิมได้เหลือคณานับ

ทว่าในยุคปัจจุบัน เนื้อร้องอาจไม่ทันยุคสมัยแล้ว เพราะวงการตำรวจไทยไม่ได้มีเพียง “ผู้ชาย” เท่านั้น!

ในงานเสวนา “พลังคนรุ่นใหม่เพื่อโลกที่ทุกเพศเท่าเทียม” จัดโดยโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ร่วมกับสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (ทีไอเจ) สถานเอกอัครราชทูตสวีเดน และยูเอ็นวีแมน ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จังหวัดนครปฐม

พล.ต.ท.มโนช ตันตระเธียร รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีบุคลากรทั้งสิ้น 215,607 คน แบ่งเป็นตำรวจชายร้อยละ 92 ตำรวจหญิงร้อยละ 8 แยกตำรวจชั้นสัญญาบัตร 57,999 คน มีผู้ชาย 49,987 คน หรือเป็นร้อยละ 86 ผู้หญิง 8,515 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 14 และตำรวจชั้นประทวน 157,608 คน มีผู้ชาย 148,834 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 94 ผู้หญิง 8,774 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 5 ทั้งนี้ สัดส่วนดังกล่าวอาจมองว่า สตช.มีตำรวจหญิงน้อย แต่ก็เป็นที่น่าดีใจว่า สตช.มีตำรวจหญิงระดับนายพล 16 ท่าน ซึ่งมียศและตำแหน่งสำคัญๆ ไม่แพ้ตน

“5-10 ปีมานี้ สตช.พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในเรื่องนี้ อย่างโรงเรียนนายร้อยมีนโยบายให้มีนักเรียนนายร้อยหญิง โดยเปิดโอกาสให้ทั้ง 2 เพศเข้าถึงวิชาชีพนี้อย่างเท่าเทียม เมื่อเข้ามาแล้วจะได้รับการคุ้มครองดูแลเท่าเทียมกันเช่นกัน ขณะเดียวกันโรงเรียนนายร้อยยังได้บรรจุวิชาเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินงานและกฎหมายด้านเด็กและผู้หญิงในหลักสูตร รวมถึงจัดอบรมเกี่ยวกับงานสอบสวนคดีเกี่ยวกับเด็กและผู้หญิงเมื่อจบชั้นปีที่ 4” พล.ต.ท.มโนชบรรยายถึงความเปลี่ยนแปลงของวงการสีกากี

Advertisement

นางสาวอันนา-คาริน จัดฟอร์ รองผู้อำนวยการยูเอ็นวีแมน ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก กล่าวว่า แม้ไทยออกฎหมายเกี่ยวกับผู้หญิงหลายฉบับ แต่ในทางปฏิบัติก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง บางครั้งตำรวจอาจไม่รู้กฎหมายพวกนี้เลยด้วยซ้ำ ทั้งที่เป็นผู้พิทักษ์กฎหมาย

“ที่ผ่านมายูเอ็นวีแมนจึงร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุดจัดอบรมนักเรียนนายร้อยตำรวจให้รู้กฎหมายด้านนี้ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในอนาคต” ผู้แทนจากยูเอ็นวีแมนกล่าว

อย่างไรก็ตาม เธอย้ำว่า ผู้หญิงในวิชาชีพตำรวจเป็นสิ่งสำคัญ

“นอกจากจะเป็นตัวอย่างให้สังคมรับรู้ถึงความเท่าเทียมระหว่างเพศที่เกิดขึ้นแล้ว ตำรวจหญิงยังเข้าใจผู้เสียหาย ทำให้ได้มาซึ่งความจริงอย่างลึกซึ้ง ทั้งยังช่วยตีความทางกฎหมาย ตลอดจนสามารถประสานทีมสหวิชาชีพ เพื่อให้คุ้มครองเยียวยาผู้เสียหายได้อย่างทันท่วงที” อันนา-คารินกล่าว

ด้าน นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือทีไอเจ กล่าวว่า งานวิจัยทั่วโลกระบุตรงกันว่า หากมีผู้หญิงในพนักงานสอบสวน จะทำให้ผู้หญิงที่เป็นผู้เสียหายกล้าเข้ามาร้องทุกข์มากขึ้น และทำให้ผู้กระทำผิดมีน้อยลง

“การมาพูดเรื่องนี้ในโรงเรียนนายร้อยตำรวจถือเป็นความก้าวหน้า เชื่อว่าพนักงานสอบสวนหญิงจะทำให้พนักงานสอบสวนชายเข้าใจเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศ ตลอดจนสามารถเข้าใจผู้เสียหายที่เข้ามาขอความเป็นธรรมการถูกละเมิด” นายกิตติพงษ์กล่าว

การเสวนาได้ยกตัวอย่างประเทศสวีเดน ที่ความเท่าเทียมระหว่างเพศสูงระดับต้นๆ ของโลก ซึ่งมาถึงจุดนี้ได้เพราะ “คนในสังคม” กล้าที่จะเปิดพื้นที่พูดคุย ตั้งคำถามหาคำตอบกับวัฒนธรรมดั้งเดิม ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ขณะที่ผู้นำรัฐบาลสวีเดนยังให้ความสำคัญเรื่องนี้ โดยตั้งปณิธาน เช่น เพิ่มการจ้างงานสตรีให้มากขึ้น ให้สิทธิพ่อแม่ลาหยุดเพื่อดูแลบุตรอย่างเท่าเทียม ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับภาระเพียงลำพังจนเสียโอกาสทำงาน ตั้งเป้าหมายสัดส่วนผู้บริหารหญิงในภาคเอกชนจะต้องสูงเพิ่มร้อยละ 40 ของผู้บริหารทั้งหมด ก่อนรัฐบาลจะหมดวาระในปี 2561 ตลอดจนปรับปรุงกฎหมายและเพิ่มบทลงโทษต่อการข่มขืน

ขณะที่เรื่องตำรวจหญิง สวีเดนมีตำรวจเป็นผู้หญิงถึงร้อยละ 30 ทำทุกหน้าที่ ตั้งแต่งานสืบสวนสอบสวน อารักขาราชวงศ์ จราจร ด้วยเชื่อว่าความหลากหลายจะทำให้งานมีคุณภาพ

 

tik_6405_25554341996_o

tik_4529_25212821799_o

tik_6450_24949985134_o

 

ภายในงานยังเปิดให้พนักงานสอบสวนรุ่นใหม่ที่ผ่านการอบรมมาร่วมเปิดประสบการณ์ทำงาน ซึ่งตำรวจหญิง ร.ต.ท.หญิง อภิชญา ปานพรม รองสารวัตร (สอบสวน) สน.พลับพลาไชย 2 กล่าวในทำนองเดียวกับ ร.ต.ท.หญิง ฐานิดา มั่นกตัญญู รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บางแก้ว ว่า พนักงานสอบสวนชายมีมากกว่าหญิง แต่พบว่าพนักงานสอบสวนชายยังมีทัศนคติและความเชื่อที่อาจไม่เข้าใจผู้เสียหาย อย่างเคยได้ยินคำพูดเล่นๆ เช่น ให้เล่าเหตุการณ์ละเอียดเหมือนหนังโป๊ บ้างตีตราผู้เสียหายคดีข่มขืนว่าสมยอมก่อนหรือไม่ ก็ฝากให้เข้าใจในผู้เสียหายว่าต้องการขอความช่วยเหลืออะไร

เช่นเดียวกับ ร.ต.ท.ธนุส วิสุทธาภรณ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.คลองตัน เล่าว่า ที่โรงพักมีคดีข่มขืนเข้ามาทุกวัน ก็อยากให้พนักงานสอบสวนเข้าใจผู้เสียหาย พยายามเอาใจเขามาใส่ใจเรา ตั้งแต่การตั้งคำถามที่ต้องระวังคำพูด เพื่อหาความจริงที่ดีที่สุด เราต้องเข้าใจว่าหากเขาไม่เดือดร้อนเขาไม่มาหาเราหรอก ขณะเดียวกันก็ไม่ควรตีตราผู้เสียหายจากภายนอก อย่างคดีข่มขืนที่ผู้เสียหายใส่กระโปรงสั้น อย่าไปมองว่าสมควรแล้ว แต่ให้มองว่านี่คือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

“ปัญหาความเท่าเทียมระหว่างเพศเป็นปัญหาใหญ่ระดับต้นๆ ของประเทศ เพราะเป็นต้นตอให้เกิดปัญหาอื่นๆ เช่น อาชญากรรม อย่างสามีที่ไม่ช่วยเหลือภรรยาเลี้ยงบุตร ทำให้บุตรไม่ได้รับความอบอุ่น ต้องออกไปก่อเหตุความวุ่นวาย ก่ออาชญากรรม

“เราต้องร่วมกันปรับความคิด สร้างความเท่าเทียมระหว่างเพศ” ร.ต.ท.ธนุสกล่าวทิ้งท้าย

 

 

พล.ต.ท-horz

พล.ต.ท.มโนช ตันตระเธียร, อันนา-คาริน จัดฟอร์, กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ 

ร.ต.ท-horz

ร.ต.ท. หญิง ฐานิดา มั่นกตัญญู, ร.ต.ท. หญิง อภิชญา ปานพรม, ร.ต.ท.ธนุส วิสุทธาภรณ์