ผลการศึกษาพบว่า “ผู้หญิงทำงานกะดึก” เสี่ยงเป็นมะเร็งสูง

15.01.18 | 11:07 น.

เอเอฟพี อ้างรายงานจากวารสารระบาดวิทยามะเร็งและการให้ความรู้ด้านชีววิทยาและการป้องกัน ระบุว่า ผู้หญิงในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือที่ทำงานกะดึก หรือทำงานช่วงเวลากลางคืนเป็นประจำมีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคมะเร็งสูงกว่าผู้หญิงที่ทำงานในช่วงเวลาปกติระหว่างวันราว 19% แต่อัตราความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ยังไม่พบในกลุ่มผู้หญิงทำงานช่วงกลางคืนในประเทศออสเตรเลีย และกลุ่มประเทศในเอเชีย

“จากผลการศึกษาของเราชี้ให้เห็นว่าการทำงานกะกลางคืนเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งในผู้หญิง แต่เราก็รู้สึกประหลาดใจที่พบความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานกะกลางคืนกับมะเร็งเต้านม เฉพาะในกลุ่มผู้หญิงในแถบยุโรปและอเมริกาเหนือเท่านั้น ซึ่งมันอาจเป็นไปได้ว่าผู้หญิงในกลุ่มประเทศเหล่านั้นมีระดับฮอร์โมนเพศสูงกว่า ซึ่งมีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็งที่เกี่ยวเนื่องกับฮอร์โมนเพศ เช่นมะเร็งเต้านม” นายซูหลี หม่า ผู้เชี่ยวชาญเนื้องอกและมะเร็งวิทยา ศูนย์การแพทย์ตะวันตก มหาวิทยาลัยเสฉวน ในมณฑลเฉิงตู ประเทศจีน กล่าว

ในการศึกษาครั้งนี้ได้ตรวจสอบ วิเคราะห์ผลการศึกษาในหัวข้อเดียวกันนี้ ซึ่งเคยมีการศึกษาและตีพิมพ์เผยแพร่มาแล้ว 61 ชิ้น ครอบคลุมตัวอย่างผู้เข้าร่วมให้ข้อมูลกว่า 3,900,000 คนจากทวีปยุโรป อเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย เอเชีย โดยในจำนวนนี้มีผู้ป่วยมะเร็งกว่า 110,000 ราย

ข้อด้อยหรือจุดบกพร่องเพียงอย่างเดียวในการศึกษานี้ก็คือ การให้คำจำกัดความของคำว่าการทำงานกะกลางคืนเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งในรายงานการศึกษาบางสำนักให้คำจำกัดความว่าหมายถึง การทำงานช่วงเวลากลางคืน แต่บางสำนักให้คำจำกัดความว่า การทำงานอย่างน้อย 3 คืน/เดือน แต่ไม่ว่าจะให้คำจำกัดความอย่างไรก็ตามผลการศึกษาทั้งหมดที่ได้ออกมาตรงกัน นั่นก็คือ การทำงานกะดึกเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งต่างๆ ราว 19% แต่สามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็น ผู้หญิงที่ทำงานกะกลางคืนเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งผิวหนังเพิ่มขึ้น 41% และเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น 32% ขณะที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งที่ทางเดินอาหารสูงกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้ทำงานกะกลางคืนราว 18%

Advertisement

ทั้งนี้ในผลการศึกษามีการกล่าวถึงหญิงผู้มีอาชีพพยาบาลว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง โดยระบุว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมสูงถึง 58% เสี่ยงเป็นมะเร็งทางเดินอาหารสูงราว 35% เสี่ยงเป็นมะเร็งปอด 28% เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ได้ทำงานกะกลางคืน

นายซูหลี หม่า ได้แนะนำให้พยาบาลควรจะเข้ารับการตรวจร่างกายและตรวจคัดกรองมะเร็ง “คำอธิบายที่น่าจะเป็นไปได้มากสำหรับความเสี่ยงเป็นมะเร็งในคนทำงานกลุ่มนี้น่าจะเกี่ยวกับลักษณะของงานพยาบาลที่ต้องมีการทำงานช่วงกะกลางคืน อย่างเช่นงานพยาบาลในหอผู้ป่วยหนัก”

อนึ่งในการศึกษาที่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ออกมาก่อนหน้านี้ ได้แสดงให้เห็นว่าการทำงานกะกลางคืนอาจส่งผลทำให้ระบบการทำงานในร่างกายถูกรบกวน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบการเผาผลาญในร่างกาย ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคอ้วน และภาวะซึมเศร้าได้

“จากผลการศึกษานี้ เรามีข้อเสนอว่ามีความจำเป็นที่ต้องมีโปรแกรมการป้องกันสุขภาพสำหรับผู้หญิงที่ต้องทำงานกะกลางคืนเป็นเวลานาน โดยผู้หญิงกลุ่มนี้ควรได้รับการตรวจสุขภาพ และการตรวจคัดกรองมะเร็งอย่างสม่ำเสมอ” นายซูหลี หม่า กล่าว