ไอโฟน 8 และไอโฟน 8 พลัส ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนเรื่องรูปร่างหน้าตาไปจากรุ่น 7 เสียเท่าไหร่ เพราะขนาดตัวเครื่องต่างจากรุ่น 7 ก็เพียงแค่หนาขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น ถึงขนาดที่เรียกว่าสามารถนำเคสของไอโฟน 7 และ 7 พลัสมาใส่กันได้เลย
โดยไอโฟน 8 หน้าจอ 4.7 นิ้ว และรุ่น 8 พลัส มีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ทั้งสองรุ่นตัวเครื่องจะมีกระจกอยู่ทั้งตัวและทั้งสองด้าน ซึ่งทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นมาหน่อยและหนาขึ้นอีกนิด แต่เป็นกระจกที่มีความแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน ส่วนขอบเป็นอะลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศและมีสีเดียวกับกระจก ที่ช่วยสร้างความหรูหราให้กับตัวเครื่องเพิ่มขึ้นอีก
หลายคนอาจจะมองว่าเป็นกระจกก็จะเป็นรอยนิ้วได้ง่าย ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง หากแต่ก็สามารถเช็ดออกได้ง่ายเช่นกัน
นอกจากนี้ยังคงมีความสามารถในการกันน้ำและฝุ่น ซึ่งกันน้ำในที่นี้หมายถึงการโดนน้ำโดยอุบัติเหตุ ไม่ใช่การนำไปแช่ลงในน้ำ
มาถึงจอภาพเป็นเรตินา เอชดี ที่ใช้เทคโนโลยีทรูโทน เนื่องจากเทคโนโลยีทรูโทนจะช่วยปรับไวท์บาลานซ์ให้ตรงกับสภาพแสงรอบๆ ตัวเราโดยอัตโนมัติ ทำให้ได้ภาพที่แสดงมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น และสบายตามากยิ่งขึ้น
มาถึงเรื่องของกล้องกันบ้าง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกล้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกตัวหนึ่ง และรุ่น 8 นี้ คุณภาพของกล้องก็ดีขึ้นกว่ารุ่น 7 อีก ด้วยความละเอียด 12 ล้านพิกเซลและเซ็นเซอร์ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะ โหมดภาพถ่ายบุคคล หรือพอร์เทรต ในรุ่น 8 พลัส ที่มีกล้องถึง 2 ตัว ทำให้ได้ภาพที่คมชัดกว่า และฉากหลังที่เบลอได้อย่างเป็นธรรมชาติกว่ารุ่นก่อน
ด้วยโปรเซสเซอร์และกล้องคู่ที่มีอยู่ในไอโฟน 8 พลัส ทำให้การจัดแสงภาพถ่ายบุคคล สามารถสร้างเอฟเฟ็กต์แสงระดับสตูดิโอได้ถึง 5 แบบด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่การใช้ฟิลเตอร์ เนื่องจากเครื่องจะสามารถเก็บแสงและรายละเอียดต่างๆ เอาไว้ได้ทั้งหมด แล้วนำมาปรับภาพโดยที่ยังคงรายละเอียดของเดิมเอาไว้ทั้งหมด
ไอโฟน 8 และ 8 พลัส ยังรองรับระบบการชาร์จไฟแบบไร้สายได้ด้วย ซึ่งเครื่องชาร์จไร้สายนั้นจะต้องซื้อแยกต่างหาก
โดยชิปที่ใช้นั้นเป็น เอ11 ไบโอนิก ซึ่งถือเป็นชิปที่ทรงพลังและมีความฉลาดที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน และยังมาพร้อมกับซีพียูแบบ 6 คอร์ ที่ประกอบด้วยคอร์ประมวลผลการทำงาน 2 คอร์ที่เร็วขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ และคอร์ประหยัดพลังงาน 4 คอร์ที่เร็วขึ้นกว่าชิป เอ10 ฟิวชั่น ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้การประมวลผลเร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็ประหยัดพลังงานมากด้วย
ในส่วนเรื่องของแสงสีเสียงนั้น บอกได้เลยว่าดีขึ้นมากๆ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ด้วยลำโพงสเตอริโอที่ออกแบบใหม่ ทำให้มีเสียงที่ดังขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ และยังมีเสียงเบสที่ทุ้มลึกกว่าเดิมด้วย
สำหรับราคาเริ่มต้นในรุ่นไอโฟน 8 อยู่ที่ประมาณ 28,500 บาท ส่วนไอโฟน 8 พลัส ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 32,500 บาท โดยความจุของเครื่องมีให้เลือก 2 ความจุ คือ 64GB กับ 256GB ก็เลือกเอาว่าต้องการความจุมากน้อยเพียงใด แต่บอกได้เลยว่าคุ้มราคาสำหรับทุกรุ่น

