‘ปั่นไปไม่ทิ้งกัน’ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ชวนสังคมให้ ‘กำลังใจ’ คนตาบอด

25.01.18 | 11:14 น.

จากพระราชปณิธาน ‘พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9’ ที่ทรงอยากให้คนพิการสามารถช่วยตัวเองได้ เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม สู่แรงบันดาลใจ ศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ทดลองก่อตั้งศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนแห่งแรกที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการฝึกอาชีพให้คนพิการตั้งแต่ต้นปี 2560

โดยผลการดำเนินงานของศูนย์ดังกล่าวประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี

ศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ (คนกลาง)

จากตรงนี้ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ ศ.วิริยะเดินหน้าก่อตั้งศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนแห่งที่ 2 ซึ่งมีขนาดใหญ่และได้มาตรฐานกว่า เพื่อระดมทุนก่อตั้งศูนย์แห่งที่ 2 จึงเป็นที่มาของงานเปิดตัวโครงการ “ปั่นไปไม่ทิ้งกัน สานต่องานที่พ่อทำ No One Left Behind” ณ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

ศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ กล่าวว่า โครงการต้องการระดมทุนก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อจะเป็นสถานที่ฝึกอบรมอาชีพด้านบริการโรงแรม ท่องเที่ยว ทำอาหาร ทำการเกษตร การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่ได้มาตรฐาน ซึ่งผู้พิการสามารถเข้ามาเรียนฟรี เพราะมีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการสนับสนุน เมื่อฝึกอบรมจบ เราจะให้ทดลองตลาดด้วยการทำและขาย ก่อนกลับมาสุมหัวร่วมกันว่า ทำไมบางคนถึงขายได้ บางคนถึงขายไม่ได้ เพื่อช่วยกันคิดแก้ปัญหาและฝึกต่อไป คาดว่าศูนย์แห่งนี้จะสร้างเสร็จอย่างเร็วประมาณต้นปี 2562

ศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

“ในการระดมทุน เราได้สร้างความท้าทายหนึ่งซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่คนตาบอดจะปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่ รวมระยะทาง 867 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 28 มกราคมถึง 5 กุมภาพันธ์ เป็นเวลา 9 วัน 9 จังหวัด ซึ่งผมจะร่วมปั่นไปด้วยตลอดเส้นทาง” ศ.วิริยะเล่าทั้งรอยยิ้ม

Advertisement

ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการสาธิตการปั่นจักรยาน 2 ตอน ของ “คนตาบอด” จับคู่ปั่นกับ “จิตอาสาตาดี” ซึ่งจิตอาสาตาดีอยู่เบาะหน้าคอยบังคับทิศทางและออกเสียง ส่วนคนตาบอดที่เบาะหลังคอยฟังและออกแรงปั่น

นายวรศักดิ์ คำเจริญ อายุ 58 ปี ช่างซ่อมจักรยานที่มาเป็นจิตอาสาตาดี เล่าว่า การปั่นจักรยานกับคนตาบอดไม่ยาก หากรู้จังหวะกัน อย่างที่ผ่านมาพยายามฝึกซ้อมปั่นกับบัดดี้อยู่ตลอด เพื่อเรียนรู้จังหวะกัน อาทิ เวลาเปลี่ยนเกียร์ต้องบอกให้เขาผ่อนแรงปั่น เวลาขึ้นสะพานหรือขึ้นเนินก็บอกให้เขาช่วยปั่น

วรศักดิ์ คำเจริญ

“ผมจะคอยบอกตลอดว่าเส้นทางข้างหน้าเป็นอะไร ตรงไหนสามารถผ่อนแรงได้ เพื่อจะเฉลี่ยแรงกันปั่น เขาจะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป แต่แน่นอนว่าคนตาบอดมองไม่เห็น บางจังหวะด้วยความกลัว เขาก็จะเกร็งและฝืนตัว ซึ่งผมจะต้องคอยบอกให้เชื่อใจว่าสามารถควบคุมรถอย่างปลอดภัยได้ ซึ่งจากการฝึกซ้อมที่ผ่านมา ก็มั่นใจว่าจะปั่นถึงจุดหมาย 100 เปอร์เซ็นต์” นายวรศักดิ์กล่าว

ส่วน น.ส.กาญจนา เสลาคุณ อายุ 32 ปี หนึ่งในผู้พิการตาบอดที่ร่วมปั่นในเส้นทางนี้ เล่าว่า ปกติปั่นจักรยานอยู่กับที่ ไม่เคยปั่นอย่างนี้มาก่อน จนช่วงปลายปีที่ผ่านมาทราบว่าจะมีโครงการนี้ จึงสนใจและเริ่มฝึกซ้อมกับคู่ปั่นจนรู้จังหวะและเชื่อใจกัน

กาญจนา เสลาคุณ

“คนตาบอดปั่นจักรยานได้ไม่ยาก อาศัยต้องเชื่อใจกัน คอยฟังเสียงบัดดี้ว่าทางข้างหน้าเป็นอย่างไร เราต้องทำอะไร ฉะนั้นก็มั่นใจว่าสามารถปั่นไปถึงจุดหมายได้” น.ส.กาญจนากล่าว

เชิญชวนคนไทยออกมาให้กำลังใจและสมทบทุนก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนแห่งที่ 2 งบประมาณ 67 ล้านบาท ผ่านทางโทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย เพียงกด*948*6666*100# แล้วโทรออก ก็จะบริจาค 100 บาท