หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที “กลุ่มสามารถ”...

“กลุ่มสามารถ” ลั่น ปี 61 พร้อมลุยธุรกิจดิจิทัล หลังปรับทัพเสริมแกร่งครบเครื่อง ตั้งเป้ารายได้ 2 หมื่นล้านบาท

26.01.18 | 14:27 น.

กลุ่มสามารถ ตั้งเป้าปี 2561 ขยายตัวทั้งรายได้และกำไร หลังการปรับองค์กรครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา โดยชู สามารถ เทเลคอมส์ (SAMART Telcoms) ขึ้นแท่นผู้ให้บริการโทรคมนาคม ซิสเต็ม อินติเกรเตอร์ (System Integrator) เบอร์หนึ่ง จ่อเซ็นสัญญาสร้างรายได้สูงสุดทะลุหมื่นล้าน ด้าน สามารถ ดิจิทัล (SAMART Digital ) จะเห็นการพลิกฟื้นและเติบโตจากธุรกิจใหม่ๆ ที่เจาะตลาดเฉพาะกลุ่มและก่อให้เกิดรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง ส่วนกลุ่ม สามารถ ยูทรานส์ ​(SAMART Utrans ) กำลังศึกษาธุรกิจด้านคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม รวมทั้งมีแผนนำบริษัท แอร์ ทราฟฟิก คอนโทร เซอร์วิส (Air Traffic Control Services) เข้าจดทะเบียนในตลท. ภายในสิ้นปีนี้ โดยกลุ่มสามารถตั้งเป้ารายได้รวม ปี 2561 จำนวน 20,000 ล้านบาท

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า “ในปี 2560เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของสายธุรกิจไอโมบาย แม้บริษัทจะได้รับผลกระทบ ทั้งด้านรายได้และภาพลักษณ์จากการตัดธุรกิจมือถือออก แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพื่อวางรากฐานให้กับธุรกิจใหม่และสร้างความแข็งแกร่งในอนาคต ในปีที่ผ่านมาบริษัทจึงเน้นการปรับปรุงองค์กรและการแสวงหาแหล่งรายได้ใหม่ จนเกิดธุรกิจ ดิจิทัล ทรังค์ เรดิโอ ( Digital Trunked Radio ) และธุรกิจให้เช่าเสาสัญญาณ โค-ทาวเวอร์ (Co-Tower ) ในกรมอุทยาน ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 61 ส่วนสายธุรกิจ ไอซีที โซชูชั่น ภายใต้การบริหารของสามารถเทลคอม ถือว่ามีผลการดำเนินงานที่น่าพอใจ สามารถเซ็นสัญญาได้ 80 โครงการ รวมมูลค่า 6,000 ล้านบาท ส่งผลให้มีงานในมือมูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน อาทิ โครงการจัดซื้อและว่าจ้างบํารุงรักษาระบบ คอร์ แบงกิ้ง (Core Banking) ธนาคารอาคารสงเคราะห์, โครงการซื้อขายพร้อมติดตั้งระบบเครือข่ายโทรคมนาคมทหารกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นต้น ด้านสายธุรกิจ ยู-ทรานส์​ (U-trans) ก็ประสบความสำเร็จในการขยายอายุสัมปทานการให้บริการควบคุมการจราจรทางอากาศ ในประเทศกัมพูชา โดยบริษัท แคมโบเดีย แอร์ทราฟฟิค เซอร์วิส จำกัด (CATS) ได้ต่อสัญญาเพิ่มอีก 7 ปี จากเดิม 32 ปี เป็น 39 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2544-2583 นอกจากนี้ บริษัท เทด้า ก็สร้างรายได้จากการบริหารงานก่อสร้างโครงการสายส่งสถานีไฟฟ้าแรงสูง โดยมีงานในมือแล้วกว่า 2 พันล้านบาท และอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการเติบโตโดดเด่น คือ ธุรกิจกล้องวงจรปิด ของบริษัท วิชั่น แอนด์ ซิเคียวริตี้ ซิสเต็ม ทำรายได้สูงสุดและมีกำไรพุ่งขึ้นเกือบ 500 เปอร์เซ็นต์ ในปีที่ผ่านมา

ปี 2018 แต่ละสายธุรกิจจะมีจุดมุ่งเน้นที่แตกต่างกันไปตาม บิสเนส ไลฟ์ ไซเคิล (Business Life Cycle ) เช่น SAMART Digital : Year of Changes & Progressive เน้นการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างธุรกิจ, SAMART Telcoms : Year of Challenges to beat New High เน้นการทำสถิติสูงสุดทั้งมูลค่าสัญญาที่เซ็นได้และการเติบโตของรายได้ประจำ, SAMART Utrans : Year of Chances & New Business Expansion เป็นปีแห่งการขยายธุรกิจและการลงทุน ทั้งนี้ SAMART Corporation ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ยังมีนโยบายที่จะดำเนินธุรกิจด้วยตนเอง ไม่จำกัดบทบาทแค่ Holding Company อีกต่อไป เพื่อสร้าง คุณค่า (Value) สูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยจะเปิด SAMART NextForum เพื่อค้นหาธุรกิจ และพร้อมลงทุนกับกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่น่าสนใจ

ในปี 2561 คาดว่ากลุ่ม สามารถ เทเลคอม จะมีรายได้ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท ด้วยปัจจัยหนุนมากมายโดยเฉพาะการผลักดันของภาครัฐต่อการพัฒนาประเทศ 4.0 ประกอบกับความตื่นตัวของภาคเอกชน ซึ่งคาดว่าในช่วง 3 ปีนี้ จะมีการลงทุนด้านไอทีภายในประเทศมากถึง 5 แสนล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มโครงการในมือ ( Backlog )ให้ได้ถึง 20,000 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น ยังเน้นการเพิ่มรายได้ประจำให้สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกเหนือจากบริการด้านไอซีทีแล้ว ยังจะมีการเปิดตัวบริการ ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ โซลูชั่น (Cyber Security Solution ) ที่สอดคล้องกับโลกดิจิทัล ภายใต้ชื่อบริษัท สามารถ ซีเคียวอินโฟ (SAMART SecureInfo ) ให้บริการป้องกันความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลระดับสูงสุด โดยใช้โซลูชั่นหลักของไอบีเอ็ม ที่จะมีการนำปัญญประดิษฐ์ หรือเอไอ มาใช้ด้วย ซึ่งมีลูกค้ารอใช้งานอยู่แล้ว ซึ่งสามารถ ซีเคียวอินโฟ ไม่ใช่แค่ยาม แต่จะเข้าไปช่วยแก้ไขให้ด้วย

ด้าน สามารถ ดิจิทัล (SAMART Digital ) หรือ เอสดีซี (SDC) หลังการเปลี่ยนแปลงธุรกิจครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมาในปีนี้จะเห็นความคืบหน้าของธุรกิจใหม่ชัดเจน คือ ดิจิทัล ทรังค์​เรดิโอ (Digital Trunked Radio ) ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้ ทั้งจากการจำหน่ายเครื่องลูกข่ายวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล (ราคาเครื่องละ 20,000-60,000 บาท ตามสเปคในแต่ละรุ่น ) และรายได้จากค่าใช้บริการรายเดือนๆละ 800 บาทต่อเครื่อง โดยภายในปีนี้ คาดว่าจะติดตั้งโครงข่ายสถานีฐานได้ประมาณ 1,000 แห่งและตั้งเป้าจำหน่ายเครื่องลูกข่ายจำนวน 50,000-100,000 เครื่อง นอกจากนี้ บริษัทยังเริ่มต้นธุรกิจ โค-ทาวเวอร โดยได้รับสัญญาสัมปทานในการติดตั้งเสาโทรคมนาคม ในกรมอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้ โมบาย์ โอปะเรเตอร์ เช่าใช้ ภายในระยะเวลา 10 ปี โดยในปีนี้ จะติดตั้งเสา โค-ทาวเวอร์ให้ได้ 250-300 ต้น ส่วนบริการ คอนเทนต์ ทั้ง BUG และ EDT ได้มีการยกเครื่อง การให้บริการข้อมูลด้วยการนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการมากขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดท่องเที่ยวซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตไม่จำกัด ทั้งนี้ จะมีการเปิดตัวบริการใหม่ภายใต้ความร่วมมือกับภาครัฐ ในเร็วๆนี้

Advertisement

สำหรับ สามารถ ยู-ทรานส์ ก็จะมีการเคลื่อนไหวที่โดดเด่นเช่นกัน ล่าสุดมีการจัดตั้งบริษัทใหม่ สามารถ ทรานโซลูชั่นส์ (SAMART Transolutions) เพื่อบริหารธุรกิจด้านคมนาคมอย่างชัดเจน โดยมี แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิก เซอร์วิสเซส (Cambodia Air Traffic Services) เป็นหัวหอกสำคัญ และคาดว่าจะนำบริษัท สามารถ ทรานโซลูชั่นส์ เข้าจดทะเบียนในตลท.ภายในปลายปีนี้ ส่วนบริษัท เทด้า ก็มีโอกาสในการเพิ่มรายได้จากงบประมาณโครงการสายไฟฟ้าใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวงอีกหลายพันล้านบาท

นายวัฒน์ชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า “หลังการปรับองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความมั่นคงและยังคงมุ่งเน้นการส่งมอบความเป็นเลิศ 4 ด้านหรือ “SAMART 4 Excellence” คือ 1.Digital Solutions Excellence การพัฒนาสินค้าและบริการที่เป็น Digital มากขึ้น 2.Service Excellence การพัฒนาบริการ 3.Operation Excellence การนำเทคโนโลยีมาใช้ในขบวนการทำงานอย่างเต็มที่ และ 4.Offering Excellence การส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าและผู้ใช้บริการทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปี 2561 จำนวน 20,000 ล้านบาท”

ทั้งนี้ “กลุ่มบริษัทสามารถ” มุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการด้านเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าอย่างครบวงจร ภายใต้บริษัทในเครือกว่า 20 บริษัท และมี 4 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) และล่าสุด บริษัท วันทูวัน คอนแทคส์ จำกัด (มหาชน)