“ชรีนาฏ-ทัพพ์เทพ” 2 นิสิต “ผู้อัญเชิญพระเกี้ยว” ฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 72

“พระเกี้ยว” เป็นพิจิตรเรขา (สัญลักษณ์) ประจำรัชกาลที่ 5 และเป็นสัญลักษณ์อันสูงสุดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ การ “อัญเชิญพระเกี้ยว” จึงเปรียบเสมือนการเปิดงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งผู้ที่จะอัญเชิญพระเกี้ยวจะต้องเป็นนิสิตจุฬาฯ ที่สมบูรณ์ เพียบพร้อมทั้งด้านวิชาการ ความประพฤติ ร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัย และมีบุคลิกภาพที่ดี พร้อมที่จะสะท้อนแสดงภาพลักษณ์ที่ดีของชาวจุฬาฯทุกคน

หลังจากผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น ก็ได้ตัวแทนนิสิตชาย 1 หญิง 1 มาเป็น “ผู้อัญเชิญพระเกี้ยว” ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 72 มาทำโอกาสรู้จัก “ดับเบิ้ล-ทัพพ์เทพ จิระประเสริฐกร” และ “ปราง-ชรีนาฏ สิทธิการุณ” ก่อนงานที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ณ สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ

เริ่มที่ดับเบิ้ล-ทัพพ์เทพ จิระประเสริฐกร นิสิตชั้นปีที่ 2 จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เล่าว่า การจะได้เป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยว ต้องผ่านการคัดเลือกจากรุ่นพี่ให้มาเป็นกลุ่มตัวแทนนิสิตก่อน ซึ่งมีตั้งแต่สอบวัดความรู้พื้นฐาน สอบสัมภาษณ์ ให้ทำกิจกรรม เพื่อคัดเลือกให้เหลือ 12 คน แบ่งเป็นชาย 6 หญิง 6 ภายหลังเป็นกลุ่มตัวแทนนิสิตก็ต้องคัดเลือกอีก ด้วยการตอบคำถามจากนายกองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ อาจารย์จากคณะต่างๆ ซึ่งมีคำถามตั้งแต่เรื่องฟุตบอลประเพณีฯ เรื่องในรั้วจุฬาฯ มุมมองความเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย อาเซียน

“ผมรู้สึกตื่นเต้น เพราะเป็นตำแหน่งสำคัญ คนจับตามอง เป็นตำแหน่งที่ทำให้เราต้องปฏิบัติตัวให้เหมาะสม”

ทัพพ์เทพเป็นเด็กเรียนและเด็กกิจกรรม ในส่วนการเรียน เขาพยายามตั้งใจเรียนในห้องให้เต็มที่ เพราะเชื่อว่าจะทำให้จำได้ดีที่สุด เมื่อเรียนจบก็จะทบทวนตำราบ่อยๆ ทำเป็นมายด์แมปสรุปเป็นคำพูดของตนเอง เพื่อทำให้เกิดภาพในหัว นอกจากนี้ ก่อนสอบพยายามนัดกลุ่มเพื่อนมาติวหนังสือกัน ใครมีข้อสงสัยก็ช่วยหาคำตอบจนหมดคำถาม

ส่วนการทำกิจกรรม ทัพพ์เทพเป็นผู้นำเชียร์ของคณะ เป็นสมาชิกในกลุ่มตัวแทนนิสิต ที่ผ่านมาได้ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ของมหาวิทยาลัยซึ่งมีโปรแกรมตลอดทั้งปี ขณะเดียวกันก็ยังเป็นนักกีฬาลีลาศ ซึ่งเพิ่งคว้ารางวัลชนะเลิศประเภทสแตนดาร์ดคลาสดี ในงานกีฬามหาวิทยาลัย สุรนารีเกมส์ ปีการศึกษา 2560

“ตอนมัธยมผมเป็นนักเต้นกีฬาลีลาศ คว้าเหรียญทองกีฬาเยาวชนแห่งชาติ กีฬาแห่งชาติ กีฬานักเรียน จนเกือบติดทีมชาติ แต่ก็หยุดไปเสียก่อน เพราะมามุ่งมั่นกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยและเรียน ปัจจุบันหันมาเป็นครูสอนเต้นลีลาศแทน เสน่ห์อย่างหนึ่งลีลาศคือ ทำให้ผู้เต้นมีบุคลิกภาพดี เพราะในทักษะเชิงลึก ผู้เต้นจะสามารถควบคุมร่างกายแต่ละส่วนได้ดี อีกทั้งลีลาศยังทำให้มีจังหวะในความคิด ทำให้สมองปลอดโปร่ง และเรียนได้ดี” ทัพพ์เทพกล่าว

ส่วนปราง-ชรีนาฏ สิทธิการุณ นิสิตชั้นปีที่ 3 จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ก็เป็นอีกหนึ่งเด็กเรียนและเด็กกิจกรรมไม่แพ้กัน ที่ผ่านมาไปคว้ารางวัล อาทิ รางวัลชนะเลิศการประกวดสุนทรพจน์ภาษาไทย ในงานวันสุนทรภู่ และสุนทรพจน์ภาษาจีน ในโครงการเสริมปัญญาสากลสู่มวลชนอาเซียน ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ และเข้าร่วมการฝึกอบรมอีกมากมาย

ชรีนาฏเล่าว่า ชอบทำกิจกรรมหลากหลาย ตั้งแต่ซีเอสอาร์ บำเพ็ญประโยชน์ รับน้อง เวิร์กช็อปต่างๆ เพราะมองว่าการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการออกไปทำงานจริง ฉะนั้นนอกจากองค์ความรู้ในห้องเรียน ก็ยังมีอีกหลายอย่างอยู่นอกห้องให้ได้ลองลงมือทำ ซึ่งจะทำให้เราได้รู้จักการเข้าสังคม รู้จักบริหารจัดการ จัดการเวลา อย่างปัจจุบันก็ไปเรียนต่อยมวย เต้นสะวิงแดนซ์ ส่วนกิจกรรมที่ทำประจำคือ อ่านหนังสือ เป็นหนังสือหลากหลายแนว แต่ก็มีที่ชอบอ่านที่สุดคือ หนังสือจิตวิทยาเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเอง

“คิดว่ากิจกรรมแต่ละอย่าง หนังสือแต่ละเล่ม ก็ได้เรียนรู้แตกต่างกันไป การได้ลองทำอะไรไม่ถนัด เหมือนเป็นการเปิดมุมมองตัวเอง สร้างความท้าทายให้ตัวเอง”

เช่นเดียวกับการมาคัดเลือกเป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยว ที่ชรีนาฏบอกว่า มองเป็นเรื่องความท้าทาย จึงอยากลองดู ที่ผ่านมาในการคัดเลือกพยายามทำเต็มที่ที่สุด คิดว่าไม่ว่าผลจะเป็นยังไงก็ไม่มีอะไรน่าเสียดาย แม้พี่ๆ ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวที่ผ่านมาจะมีความสามารถมาก ขณะเดียวกันยังมองว่านี่จะเป็นแรงผลักดันที่ดี ที่เราจะพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นเหมือนพี่ๆ เขา

ในด้านการเรียน ชรีนาฏบอกว่า ให้ความสำคัญกับการแบ่งเวลา เพราะการเรียนนิติศาสตร์มีข้อมูลเยอะ ฉะนั้นต้องอ่านหนังสือตลอด เวลาอ่านเธอจะชอบไฮไลต์และเขียนเป็นมายด์แมปด้วยปากกาหลากหลายสี ซึ่งจะช่วยให้อ่านไม่เบื่อ ขณะเดียวกันการมีเพื่อนช่วยติวก็ช่วยได้มาก

ผู้อัญเชิญพระเกี้ยว ครั้งที่ 72

บทความก่อนหน้านี้พระมรณภาพคากุฏิวัด ตร.ชี้ไฟชอร์ตเพราะชาร์จมือถือ
บทความถัดไปเลื่อนเลือกตั้ง สะท้อนภาพ พลาดเป้า คสช.เข้าสู่”จุดเสี่ยง”