“คาเฟ่สัตว์เลี้ยง” ธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้ที่ตกหลุมรักสัตว์ เทรนด์ธุรกิจมาแรงที่ผสมผสานระหว่างอาหารอร่อย และความน่ารักน่าชังของสัตว์เลี้ยง ล่าสุดมีคาเฟ่ที่นำสุนัขจิ้งจอกทะเลทรายเอาใจกลุ่มเลิฟสัตว์เอ็กซ์โซติก เป็นแห่งแรกในประเทศไทย จนมีผู้สนใจแห่เข้าไปอุดหนุนเป็นจำนวนมาก ร้านนี้มีชื่อว่า “ลิตเติ้ลซูคาเฟ่” (Little ZOO Cafe) ตั้งอยู่โครงการสุโขทัย 99 เมืองทองธานี ถนนบอนด์สตรีท กรุงเทพฯ มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
คุณวชิราภรณ์ อร่ามพิบูลผล หรือ คุณเบียร์ เธอเป็นคนรักสัตว์ มีฟาร์มเลี้ยงสุนัขจิ้งจอก เพาะพันธุ์ชูก้าไกลเดอร์, แร็กคูน, ชินชิล่า (สัตว์ฟันแทะเหมือนกระต่าย) แมวไทยขาวมณี สุนัขพันธุ์ยอร์กเชียร์ ฯลฯ สัตว์ที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมด
การที่หญิงสาวอยู่ในแวดวงสัตว์เลี้ยง บ่อยครั้งมักจะมีคนเข้ามาสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสัตว์ โดยเฉพาะสุนัขจิ้งจอกทะเลทราย เธอเลยตัดสินใจเปิดคาเฟ่เพื่อจะใช้เป็นสถานที่มาแลกเปลี่ยนความรู้ในการเลี้ยง เสมือนเป็นที่เวิร์กช็อปให้คนที่สนใจมาทดลองเล่น มาสัมผัส มาเรียนรู้ลักษณะนิสัย ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสุนัขจิ้งจอกทะเลทรายมาเลี้ยง เพราะสัตว์ชนิดนี้บางตัวมีอายุยืนยาวเป็น 10 ปี หากไม่ศึกษาพฤติกรรม อุปนิสัย ซื้อไปไม่เลี้ยงเอาไปปล่อย เท่ากับเป็นการเพิ่มภาระให้กับสังคม

คุณเบียร์ตั้งใจอยากให้ผู้เลี้ยงได้เรียนรู้ก่อนจะไปซื้อสุนัขจิ้งจอกทะเลทราย รวมถึงสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ ไม่อยากให้เลี้ยงตามกระแส จึงตัดสินใจเปิดเป็นคาเฟ่ทำเป็นอาชีพ โดยสัตว์เลี้ยงในคาเฟ่แห่งนี้จะประกอบไปด้วย เฟนเน็กฟ็อกซ์, เรดฟ็อกซ์, เมียร์แคต, แร็กคูน, สุนัข ทั้งหมดแล้วกว่า 20 ตัว หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนมาให้กอดอุ้ม และแชะภาพถ่ายรูป
“เฟนเน็กฟ็อกซ์” อยู่ในตระกูลจิ้งจอกที่ตัวเล็กที่สุดในโลก ต้นกำเนิดอยู่ทะเลทรายซาฮาร่า ซูดาน ประเทศอียิปต์ สามารถเลี้ยงในประเทศไทยได้ เพราะไทยมีอากาศไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป ลักษณะเหมือนสุนัข กินอาหารเม็ด พฤติกรรมไม่เหมือนสุนัขคล้ายแมวมากกว่า ชอบให้คนเข้าหา จุดเด่นคือ ความซน น่ารัก ใบหูจะมีขนาดใหญ่ คุณเบียร์ใช้วิธีนำเข้าพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ราคาเฉลี่ยตัวละ 60,000 กว่าบาท
ด้านกลุ่มลูกค้าของทางร้านมีทั้งชาวไทยที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่รักสัตว์ ชอบอะไรแปลกใหม่ ที่ทราบข่าวจากกระแสโซเชียลจึงแห่เข้ามาถ่ายรูป มาเล่น เพราะบางคนไม่เคยเห็นสัตว์ชนิดนี้ ชาวต่างชาติก็มีเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ไต้หวัน ฮ่องกง สเปน รัสเซีย ที่ได้รับข่าวสารจากสื่อต่างชาติที่เผยแพร่ไป
“ลูกค้าทราบจากการบอกต่อจริงๆ ทั้งที่ร้านไม่ได้โปรโมต คิดว่าเป็นเพราะความน่ารักของสัตว์ พนักงานดูแลดี รักสัตว์ ไม่เหวี่ยงลูกค้า จึงได้รับคำชมเสมอ รวมถึงรสชาติอาหารของที่นี่ก็มีดีไม่แพ้ร้านอื่นอย่างแน่นอน”
สำหรับข้อแนะนำและการปฏิบัติตัวในการใช้บริการ คุณเบียร์ บอกว่า ต้องล้างมือด้วยสบู่และแอลกอฮอล์ให้สะอาดก่อนเข้าเล่นกับสัตว์ เพื่อความสะอาดและป้องกันทั้งตัวเราและสัตว์จากเชื้อโรค ถ้าสัตว์ไม่เล่นด้วยห้ามฝืน ห้ามปลุกสัตว์ที่กำลังหลับ ห้ามเปิดแฟลชตอนถ่ายรูป ห้ามส่งเสียงดังรบกวน ตลอดจนวิ่งต้อนสัตว์หากสัตว์ไม่พร้อมให้เล่น เพราะสัตว์เลี้ยงยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับคนแปลกหน้า เพราะฉะนั้น ต้องสร้างความสนิทสนม ไม่เช่นนั้นหากสัตว์ตกใจแล้วอาจจะเกิดการบาดเจ็บได้ทั้ง 2 ฝ่าย และห้ามให้อาหารที่คนกินกับสัตว์โดยเด็ดขาด
ขนาดพื้นที่ของ “ลิตเติ้ลซูคาเฟ่” พื้นที่ชั้นละ 60 ตารางเมตร ใช้เงินลงทุน ค่าตกแต่ง เครื่องใช้ รวมแล้วร่วม 5 ล้านบาท สาเหตุที่หญิงสาวเลือกทำเลนี้เพราะใกล้บ้าน เข้ามาดูแลได้ 24 ชั่วโมง อันที่จริงตอนแรกเธอดูไว้หลายที่ อาทิ ทองหล่อ เอกมัย พระราม 9 แต่ทุกที่เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ถึงเวลาปิดต้องปิดตามนั้น ไม่สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้ทั่วถึง
อ่านต่อ วิธีดูแลธุรกิจคาเฟ่สัตว์เลี้ยง คลิกที่นี่

