เพราะฝุ่นควันที่สะสมในบ้านทำให้ผู้อาศัยเสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่าย ซึ่งข้อมูลจากสมาคมโรคภูมิแพ้และอิมมูโนวิทยาแห่งประเทศไทยระบุว่า เด็กไทยกว่าร้อยละ 38 และผู้ใหญ่ร้อยละ 20 เป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้นถึง 3-4 เท่า เมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปัญหานี้วีวิธีแก้ไข
นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวแนะนำ 4 เคล็ดลับว่า 1.นำเครื่องนอนออกไปโดนแสงแดด เพราะทุกคนใช้เวลาในการนอนนานที่สุด ขณะที่เครื่องนอนเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย เชื้อโรค เหงื่อ และเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และทำให้เกิดการเจริญเติบโตของไรฝุ่น การซักเครื่องนอนอย่างเดียวอาจไม่พอ ฉะนั้นควรนำเครื่องนอนออกไปโดนแสงแดดทุก 15 วัน 2.เปิดให้แสงแดดส่องเข้ามาในห้อง หลายบ้านในปัจจุบันมีเครื่องปรับอากาศ ทำให้ต้องปิดบ้านเพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศ ทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ส่งผลให้สารเคมีและฝุ่นละอองที่อยู่ภายในบ้านเติบโตได้ดี ฉะนั้นควรเปิดหน้าต่างให้แสงแดดส่องเข้ามาในห้อง
นพ.สุพรรณกล่าวอีกว่า 3.ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศแอร์ เพราะใบพัดลมและพรมทุกสัปดาห์ แอร์ ใบพัดลม และพรมในบ้าน ถือเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ฝุ่น และสิ่งสกปรก โดยเฉพาะพรมเช็ดเท้าที่มีหน้าที่เช็ดความสกปรกออกจากเท้า ที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่จะติดเท้า โดยสามารถทำความสะอาดง่ายๆ คือการใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดพรมบ่อยๆ หรือนำพรมไปซักไม่ต่ำกว่า 1 ครั้งต่อเดือน ตลอดจนทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศแอร์ ใบพัดลมและพรมทุกสัปดาห์
และ 4.หากมีสัตว์เลี้ยง ต้องดูแลความสะอาดบ้านเป็นพิเศษ เพราะสัตว์เลี้ยงมีสิ่งสกปรก และเชื้อโรคที่ตามองไม่เห็นติดอยู่ตามขน สัตว์เส้นเล็กๆ ก็เป็นอีกสาเหตุของโรคภูมิแพ้และโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเช่นเดียวกัน ซึ่งในกรณีแพ้ขนสุนัขหรือขนแมว ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัส ทำความสะอาดบ้านเรือนให้สะอาด ไม่อับชื้น ปราศจากเศษอาหาร
เพราะการมีสุขภาพดี เริ่มตั้งแต่การป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเจ็บป่วย


