เด็กติดโทรศัพท์ ไม่แฮปปี้เท่าเด็กที่เล่นกีฬา และใช้ชีวิตในโลกความจริง

3.02.18 | 13:59 น.

มีผลการศึกษาเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตคนเรามาให้อ่านกันอีกแล้ว คราวนี้เป็นผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา ที่ทำการศึกษาในเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาเกรด 8, เกรด 10 และเกรด 12 กว่า 1,000,000 คน พบว่าเด็กวัยรุ่นที่ใช้เวลาอยู่กับสมาร์ทโฟน อยู่กับโซเชียลมีเดีย การส่งข้อความ แชต หรือเล่นเกมบนโทรศัพท์มือถือ

ไม่มีความสุขเท่าเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ออกไปเล่นกีฬา ออกไปพบปะกับผู้คนในโลกแห่งความจริง

สำหรับคำถามตามมาที่ว่า เป็นเพราะการมัวแต่ใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์มือถือหรือเปล่า ที่กลายเป็นสาเหตุทำให้เด็กๆ เหล่านั้นไม่มีความสุข หรือที่จริงแล้วเป็นเพราะเด็กที่ไม่มีความสุข หรือมีความเศร้า ชอบหันไปหาโทรศัพท์มือถือ เพื่อหนีออกจากโลกแห่งความจริงนั้น จีน เอ็ม. ทเวนจ์ อาจารย์ด้านจิตวิทยา ผู้นำทีมสำรวจมีความเชื่อว่า เป็นเพราะโทรศัพท์มือถือนั่นล่ะที่ทำให้เด็กๆ ไม่มีความสุข

“ถึงแม้ในผลการศึกษาไม่ได้กล่าวถึงเหตุผล แต่จากผลการศึกษาหลายชิ้นก่อนหน้านี้ ก็พบว่าการที่เด็กใช้เวลาอยู่กับมือถือมากเป็นสาเหตุทำให้เด็กไม่มีความสุข แต่การไม่มีความสุขไม่ได้เป็นสาเหตุทำให้เด็กมีการใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้นแต่อย่างใด”

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การหยุดเล่นมือถือดูเหมือนไม่ได้ช่วยแก้ปัญหานี้ แต่จากผลการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคติดต่อของสหรัฐ ซึ่งทเวนจ์เป็นผู้นำทีมศึกษาก็พบภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายในกลุ่มเด็กสาวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในกลุ่มเด็กสาวที่ใช้เวลาอยู่กับมือถือมากๆ

ที่น่าห่วงก็คือ จากผลการศึกษาพบว่าปัจจุบันเด็กที่มีสมาร์ทโฟน ยิ่งมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ จากที่มีอายุ 12 ปี เมื่อปี 2555 ลดเหลืออายุเฉลี่ย 10.3 ปี ในปี 2559 นอกจากนั้นในการติดตามศึกษาพฤติกรรมของเด็กวัยรุ่นมาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1990?s Twenge ยังพบความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมและอารมณ์ของเด็กวัยรุ่นเนื่องจากการใช้สมาร์ทโฟนอย่างเห็นได้ชัด เริ่มจากปี 2555 ที่เด็กๆ เริ่มใช้สมาร์ทโฟน ทั้งยังพบด้วยว่าความรู้สึกพึงพอใจในชีวิต ความมั่นใจในตัวเอง และความสุขของเด็กๆ ได้ลดฮวบลงตั้งแต่ปี 2555

รายงานผลการศึกษาของทเวนจ์ก่อนหน้านี้ก็พบว่าเด็กที่ใช้เวลาอยู่กับมือถืออย่างน้อย 4-5 ชม./วัน มีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตายพุ่งสูงถึง 71% โดยไม่สำคัญว่าเนื้อหาที่เด็กเหล่านั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร เพราะอัตราเสี่ยงดังกล่าวขึ้นอยู่กับเวลาที่เด็กใช้หมดไปกับสมาร์ทโฟน

“การเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในชีวิตวัยรุ่นระหว่างปี 2555-2559 เป็นผลมาจากการใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในโลกดิจิทัล การมีกิจกรรมทางสังคมลดน้อยลง นอนหลับน้อยลง”

ทั้งนี้ ทเวนจ์มีคำแนะนำแก่วัยรุ่นว่าควรใช้เวลาอยู่กับสมาร์ทโฟน ไม่ควรเกินวันละ 2 ชม. และควรหาเวลาไปออกกำลังกาย

ไปพบปะกับเพื่อนฝูง เพื่อทำให้ตัวเองมีความสุข โดยผู้ใหญ่ก็ควรทำแบบเดียวกันนี้เช่นกัน