บริษัทสเปซเอ็กซ์ ประสบความสำเร็จในการทดสอบจรวดขนส่งขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาอย่าง “ฟอลคอน เฮฟวี่” เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยจรวดที่มีกำลังส่งมากที่สุดในโลกความสูงเท่าตึก 23 ชั้นถูกยิงขึ้นจากฐานที่ศูนย์ปฏิบัติการอวกาศเคนเนดี ที่แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกาพร้อมด้วยสัมภาระจำลองเป็นรถยนต์เทสลาร์รุ่น “โรดสเตอร์” รถสปอร์ตไฟฟ้า รุ่นปี 2008
รายงานระบุว่าจรวดที่ขับเคลื่อนด้วยจรวดขับดัน 27 ชุดพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลางสายตาผู้สังเกตการณ์ราว 2,000 คน โดยใช้เวลา 3 นาทีก่อนเครื่องยนต์ขับดันที่ขนาบข้างสองตัวจะแยกตัวและบินกลับลงสู่ฐานจอดได้อย่างปลอดภัยตามแนวทางการนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ของสเปซเอ็กซ์ ทว่าจรวดส่วนกลางที่แยกตัวออกตกลงสู่มหาสมุทรแอทแลนติก ขณะที่รถเทสลาร์โรดสเตอร์ที่มีชุดอวกาศนั่งบนเบาะคนขับถูกส่งไปสู่วงโครจรของดวงอาทิตย์ในระยะไกลเท่ากับโลกกับดาวอังคาร
ความสำเร็จดังกล่าวนับเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดในอุตสาหกรรมขนส่งอวกาศโดยฟอลคอนเฮฟวี่ มีระวาง 70 ตันด้วยราคา 90 ล้านดอลลาร์ต่อครั้ง มากกว่าจรวดของบริษัทคู่แข่งอย่างเดลต้า 4 เฮฟวี่ ของบริษัทยูไตเต็ดลันช์อัลไลแอนซ์ (ยูแอลเอ) บริษัทร่วมทุนระห่างล็อคฮีด มาร์ติต คอร์ป และ บริษัทโบอิ้ง ถึง 2 เท่าด้วยราคาเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น
การทดสอบดังกล่าวมีขึ้นที่ฐานปล่อยจรวดเดียวกันกับโครงการขององค์การนาซ่า ที่ใช้จรวดแซทเทิร์น 5 ส่งทีมภารกิจอพอลโล่ ขึ้นสู่ดวงจันทร์เมื่อ 40 ปีก่อน ขณะที่สเปซเอ็กซ์ ของมหาเศรษฐีแห่งซิลิคอนวัลเลย์อย่าง อีลอน มัสก์ นั้นวางแผนที่จะทำภารกิจสู่ดาวอังคารในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้
ทั้งนี้ฟอลคอน เฮฟวี่ เคยถูกวางแผนให้เป็นจรวดที่ใช้นำนักท่องเที่ยวขึ้นสู่ทริปรอบดวงจันทร์ อย่างไรก็ตามอีลอน มัสก์ ระบุเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า จะใช้จรวดที่ทรงพลังมากกว่าอย่าง “บิ๊กฟอลคอนร็อกเก็ต” หรือ บีเอฟอาร์ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในโครงการดังกล่าวแทน โดยมัสก์ ระบุว่า บีเอฟอาร์ มีความก้าวหน้าในการพัฒนาอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดไว้






