ความรักเป็นสิ่งสวยงาม แต่ถ้าความรักนั้น ไปเกิดกับคนต่างชาติต่างภาษาความแตกต่างทางวัฒนธรรมอาจทำให้ชีวิตครอบครัวของชายหญิงที่ตกลงปลงใจแต่งงานกันอาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ที่ประสบความสำเร็จก็มีเยอะ แต่ล้มเหลวก็มีแยะ ไม่ว่าจะถูกสามีทำร้ายร่างกาย ถูกหลอกใช้แรงงาน แสวงหาประโยชน์ทางเพศ ซึ่งเป็นข้อมูลและคำแนะนำดีๆ จากผู้หญิงไทยที่ไปมีสามีและครอบครัวอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์กว่า 44 ปี
นงลักษณ์ ใจสงฆ์ เทร็พพ์ ประธานเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป (Thai Women Network in Europe: TWNE) ซึ่งมีสมาชิกอยู่ใน 17 ประเทศในสหภาพยุโรปและไทย เล่าว่า หญิงไทยที่แต่งงานแล้วตามไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศ ส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัวและมีความสุข มากกว่าไปอยู่แล้วมีปัญหา ซึ่งด้วยคุณลักษณะของหญิงไทยที่เป็นคนนอบน้อม ปรนนิบัติเก่ง ช่วยทำโน่นทำนี่ ช่วยเหลือดูแลเวลาสามีและครอบครัวไม่สบายและแก่ชรา ครอบครัวต่างชาติจึงรักสะใภ้ไทยมาก
ข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น ระบุว่ามีผู้หญิงไทยอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์กว่า 8,000 คน ไม่รวมกับผู้หญิงไทยที่อยู่นานจนได้สัญชาติสวิสไปแล้ว และเด็กลูกครึ่งไทย-สวิส ซึ่งรวมๆ แล้วมีเกือบ 2 หมื่นคน
ขณะที่ภาพรวมหญิงไทยในยุโรป นงลักษณ์บอกว่า เยอรมนีเป็นประเทศที่หญิงไทยไปอยู่มากที่สุดประมาณ 5 หมื่นคน เพราะเป็นประเทศใหญ่ แต่ก่อนไม่ต้องทำวีซ่า ทำให้เข้าง่าย แต่ก็มีทิศทางน้อยลง เพราะระยะหลังเข้ายากขึ้น เนื่องจากต้องเรียนภาษาก่อน ส่วนคนที่ไม่ได้จบปริญญาตรีต้องสอบภาษาให้ผ่านก่อน แม้จะแต่งงานแล้วหากภาษายังไม่ได้ เขาก็ไม่ให้เข้าไปอยู่กับสามี

“เพราะภาษาเป็นประตูเปิดสู่สังคม การทำงาน การศึกษา โดยเฉพาะการพูดคุยกับคู่ชีวิตให้รู้เรื่อง ซึ่งเป็นเหตุให้หญิงไทยหลายคนถึงกับประสบความล้มเหลว อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยและเป็นปัญหาใหญ่มากคือ การส่งเงินกลับมาให้พ่อแม่ ตรงนี้เป็นวัฒนธรรมคนไทยที่รักครอบครัว เวลาทำงานเดือนแรก ระหว่างทำงาน ก็มักแบ่งให้พ่อแม่ แม้ฐานะครอบครัวอาจไม่ได้ยากจนอะไร แต่ที่นั่นไม่มีอย่างนี้ วัฒนธรรมเขาคือเงินใครเงินมัน ซึ่งพอเวลาสามีฝรั่งมาทราบทีหลัง ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่โต ถูกยกมาเป็นเหตุผลให้เลิกรากัน เพราะเขารับไม่ได้ คิดว่าทำไมไปคิดถึงคนอื่นก่อนสามี ฉะนั้นต้องคุยและตกลงให้รู้เรื่องก่อนว่าทำได้หรือไม่”
นงลักษณ์เผยว่า ฉะนั้นก่อนตกลงใจแต่งงานกัน ทั้งคู่ควรต้องรู้จักและเรียนรู้กันให้มากก่อน ตั้งแต่รู้จักเขา ครอบครัวเขา วัฒนธรรม ประเพณีของเขา เมื่อรู้เขาแล้วก็ต้องรู้เราคือ รู้ใจตัวเองว่าต้องการอะไร ศึกษาข้อมูลด้านกฎหมายของประเทศที่จะไป อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ โดยเฉพาะกฎหมายเข้าเมือง การเข้าพำนัก รวมถึงต้องคิดศึกษาหาข้อมูลว่าไปอยู่ที่นั่นแล้วจะทำอะไร ไม่ใช่ไปถึงก่อนแล้วค่อยคิด ค่อยเตรียมตัว
“หญิงไทยหลายคนไม่ได้เตรียมตัวอะไรไป ภาษาก็ไม่ได้ จึงต้องเลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน นานวันเข้าก็เบื่อ อยากกลับบ้าน ส่วนผู้หญิงที่ภาษาพอได้และออกไปทำงาน ก็กลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาตรี แต่ขอให้มีทักษะงานฝีมือ อาทิ ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า ทำอาหาร ซ่อมรองเท้า ซึ่งเป็นทักษะอาชีพที่ต้องการในยุโรป ก็ทำให้อยู่ได้”
แต่ถึงอย่างไร ก็มีหญิงไทยจำนวนไม่น้อยที่ถูกหลอก ซึ่งเครือข่ายพบและให้การช่วยเหลือ อาทิ แต่งงานกับสามีฝรั่ง แต่ไม่เคยบอกว่ากินเงินหลวงอยู่ บ้างก็ติดยาเสพติด ทำให้หญิงไทยหลายคนพอไปถึงก็ถูกส่งไปทำงานค้าบริการทางเพศ แทนที่จะไปเป็นแม่บ้านอย่างที่ตั้งใจ ส่วนหญิงไทยบางคนที่ตั้งใจไปค้าบริการทางเพศ ก็พบว่าถูกหลอกจะได้เงินเดือน 5 แสนบาท แต่พอไปถึงก็ไม่ได้ตามนั้น เหล่านี้เป็นเคสที่เครือข่ายหญิงไทยในยุโรปเข้าไปช่วยเหลือดูแล และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นทาง เครือข่ายได้ทำงานเชิงรุกด้วยการจัดให้คำแนะนำ ความรู้ข้อมูล และการแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งสามารถพิมพ์ชื่อ “http://twne.eu” ในอินเตอร์เน็ตแล้วเข้าไปอ่านข้อมูลได้เลย
40 กว่าปี ชีวิตหลังแต่งงานกับสามีฝรั่ง นงลักษณ์ในอายุ 69 ปี เล่าถึงชีวิตส่วนตัวว่า พบรักกับสามีตอนเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่สหรัฐอเมริกาเหมือนกัน เราพูดคุยกันรู้เรื่องเพราะได้ภาษาต่างประเทศตั้งแต่ต้น ที่เหลือแค่ปรับตัวเข้าหากัน ซึ่งเราก็คบหาดูใจกันกว่า 20 ปี ก่อนจะตกลงแต่งงานกัน
“ทั้งนี้ จากที่สังเกตในการใช้ชีวิตคู่ ฝรั่งจะชอบผู้หญิงที่มีความมั่นใจในตัวเอง ชอบอยู่กับผู้หญิงที่มองตากันได้ จริงใจ มองโลกในแง่ดี”

