เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่งานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ซึ่งจัดขึ้นบริเวณพระลานพระราชวังดุสิตและสนามเสือป่า ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศต่างแต่งกายด้วยชุดไทย หลากรูปแบบมาร่วมงานอย่างต่อเนื่อง โดยต่างมารอคิวตั้งแต่ช่วงเช้าจนแถวยาวไปถึงหน้าวัดเบญจมบพิตร จนกระทั่งเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดจุดคัดกรองให้ประชาชนเข้าบริเวณภายในงาน โดยประชาชนจะต้องนำบัตรประชาชนแสดงแก่เจ้าหน้าที่เพื่อสแกนบัตรเก็บเป็นข้อมูล สำหรับวันนี้มีนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ใส่ชุดไทยมาทัศนศึกษาตั้งแต่ช่วงเช้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจำนวนมากต่างไปใช้บริการการเช่าชุดไทยของร้านต่างๆ อาทิ ร้านจิตอาสา 904 ซึ่งได้ย้ายจุดเช่าชุดผู้หญิงไปอยู่ที่ห้อง 606 อาคารสำนักพระราชวัง สนามเสือป่า มีผู้ใช้บริการจำนวนมากกว่า 140 รายในวันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยในช่วงเช้ามีประชาชนมาเลือกเช่าชุดมากกว่า 40 ราย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าได้เตรียมชุดไว้พร้อมสำหรับประชาชน และได้นำชุดไทยจากผ้าของมูลนิธิศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาให้เช่าอีกด้วย โดยประชาชนจะได้เลือกชุดรูปแบบต่างๆ อาทิ เสื้อ ผ้าซิ่น โจงกระเบน บริการให้เช่าพร้อมฝากของได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ประชาชนยังสนใจนวดที่โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

นิโคล วอกซ์ ชาวฝรั่งเศส ซึ่งมาเช่าชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5 ที่เป็นเสื้อลูกไม้ โจงกระเบน เข้าร่วมงาน กล่าวว่า ตนชอบประเทศไทยมาก เพราะอากาศดี ผู้คนน่ารักและวัฒนธรรมที่ดีงาม ทำให้รู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่เมืองไทย และประทับใจที่ได้ท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ โดยครั้งนี้ได้เช่าชุดไทยสมัยร.5 ที่หาข้อมูลมาก่อนหน้านี้ว่าเป็นแบบไหน ซึ่งมีเพื่อนคนไทยบอกว่ามีให้บริการเช่า การใส่ชุดไทยก็เหมือนแสดงความเคารพและให้เกียรติในวัฒนธรรมไทย ที่เปิดพื้นที่ต้อนรับตนให้ได้อยู่เมืองไทย นอกจากนี้บริเวณร้านต่างๆ ยังมีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม รวมถึงพระราชกรณียกิจของสถาบันกษัตริย์ต่อประชาชนไทย ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องดีที่คนในชาติจะได้เรียนรู้ เพราะวัฒนธรรม เป็นสิ่งสำคัญของชาติ เป็นรากฐาน ซึ่งทุกคนควรจะรู้ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเพื่อดำเนินชีวิต ทั้งนี้การได้เห็นคนไทยใส่ชุดไทยร่วมงานถือว่ามีเสน่ห์มาก เช่นเดียวกับญี่ปุ่น ที่เห็นแล้วรู้ว่าเป็นชาติใด ไม่เหมือนกับที่ฝรั่งเศสที่ปัจจุบันนี้อาจแยกไม่ออกแล้ว

นางอภิรดา นำเจริญวุฒิเวช อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดนครพนม กล่าวว่า เดินทางมาครั้งนี้เป็นวันที่ 2 ตั้งแต่เช้า เนื่องจากวานนี้มาเข้าคิวเช่าชุดแล้วมีคนรอจำนวนมาก ทำให้รอไม่ไหว จึงได้ไปซื้อชุดที่พาหุรัดมาใส่ถ่ายภาพเก็บเป็นความประทับใจ ตนรู้สึกดีใจที่ได้มีงานนี้เกิดขึ้น ได้เห็นสิ่งเก่าๆ อย่างตำรวจในเครื่องแบบเดิม หรือชุดไทยที่จะเห็นได้แต่ในทีวี รวมทั้งพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่เด็กรุ่นใหม่จะได้เรียนรู้ โดยตั้งใจจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับเพื่อนๆที่นครพนม

ขณะที่เด็กๆ จากโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบชั้นป.5 ซึ่งมาทัศนศึกษาทั้งระดับ โดย ด.ช.กัลป์ธภัทร์ เผื่อนประถม ตัวแทนเพื่อนๆ กล่าวว่า ที่โรงเรียนพามาทัศนศึกษา 100 กว่าคน ดีใจมากที่ได้มาในวันนี้ เพราะได้ใส่ชุดไทย ซึ่งบางคนเป็นชุดที่มีอยู่แล้ว บางคนก็ซื้อมาใหม่ เป็นครั้งหนึ่งที่จะได้ทำอะไรที่ไม่เหมือนเดิม นอกจากนี้ยังได้มาชมสิ่งต่างๆที่เรียนมาอย่างเช่น พระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 5 เรื่องการเลิกทาส การประปา รถไฟ ธนาคาร นอกจากนี้ยังมีการหล่อแก้ว ทอผ้า กังหันชัยพัฒนา ถือเป็นแรงบันดาลใจที่ดีได้ ซึ่งมาวันนี้ก็ได้กินอาหารไทยโบราณหลายอย่างที่ไม่เคยเห็น มีน้ำอัดลมโซดา ก็ได้ถ่ายภาพให้ครอบครัวได้ชม

ด.ญ.พรลภัส แดงเพชร ชั้นป.5 โรงเรียนนาสาน จ.สุราษฎร์ธานี ที่มาพร้อมเพื่อนๆ 3 คนและครูอีก 2 คน โดยมารับรางวัลแข่งขันด้านศิลปะที่ม.ธรรมศาสตร์ และได้มาร่วมงาน ซึ่งคุณครูได้เตรียมชุดของนาฏศิลป์ที่โรงเรียนมาให้ใส่ กล่าวว่าแม้จะเคยใส่ชุดนี้ที่งานกีฬาสีโรงเรียน แต่ไม่เคยใส่มาร่วมเที่ยวงานแบบนี้ ดีใจที่ได้มาชมในสิ่งที่เห็นแต่ในข่าว สามารถนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์กับการเรียนได้ ทั้งนาขั้นบันได การทอผ้า พระที่นั่งอนันตสมาคม ที่งดงามและได้ความรู้มาก



