เปิดใจ นักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น ยิ่ง “ให้” ยิ่ง “สุข”

15.02.18 | 11:35 น.

ทุกปีจะมีนักสังคมสงเคราะห์ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้ได้รับประกาศเกียรติคุณนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น เนื่องในวันปกรณ์ ซึ่งปีนี้คณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกมอบรางวัลแก่นักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น 24 ท่าน

โอกาสนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น ประจำปี 2560 เนื่องในวันปกรณ์ 61 พร้อมทั้งมอบโล่เกียรติคุณนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น ณ ห้องประชุมชั้น 2 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ

ถือโอกาสพูดคุยกับผู้ได้รับรางวัล เริ่มที่ น.ส.รัชวรรณ สิงหะเนติ อายุ 41 ปี นักสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กได้รับ

รางวัลประเภทผู้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ เล่าว่า แม้ไม่ได้เรียนจบด้านสังคมสงเคราะห์มาโดยตรง แต่สนใจเรื่องเด็กเร่ร่อน จึงทำให้ได้รู้จักและมาทำงานที่มูลนิธิ ซึ่งหลังเข้ามาก็ได้รับหน้าที่ให้ดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีภาวะยากลำบาก เปราะบาง และถูกทารุณกรรม ให้ได้รับการฟื้นฟูเยียวยาจากแพทย์ จิตแพทย์ นักจิตวิทยา ที่จะประเมินเด็กและให้คำแนะนำ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็ก เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจให้เหมาะสมต่อไป ซึ่งทำตรงนี้มากว่า 21 ปี

“งานตรงนี้ยากและเหนื่อย แต่ก็ทำมาได้เพราะอาศัยใจรักและเรียนรู้อยู่ตลอด โดยรวมต้องถือว่ากว่าจะทำให้เด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงคนหนึ่งได้ฟื้นฟูเยียวยาจนสำเร็จต้องใช้เวลามาก ซึ่งพอได้เห็นพวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น ดิฉันก็มีความสุข” น.ส.รัชวรรณกล่าว และว่า

Advertisement

งานที่ดิฉันทำเป็นปลายทางของการช่วยเหลือเด็ก จึงฝากต้นทางอย่างครอบครัวที่มีลูกหลาน ทำอย่างไรจะไม่เลี้ยงเด็กด้วยการดุด่าตีเหมือนที่เราเคยถูกเลี้ยงดูมา เพราะวิธีการต่างๆ ก็มีทั้งคุณและโทษ แต่ทำอย่างไรที่จะสนับสนุนเขาให้ได้นำเสนอความเป็นตัวของตัวเองออกมา โดยที่มีผู้ใหญ่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจ รวมถึงต้องฟังเสียงเขาบ้าง เพื่อให้เขาอยู่อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี และโดยเฉพาะการที่ผู้ใหญ่จะทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กเสียก่อน

 

รัชวรรณ สิงหะเนติ
พลากร สุวรรณรัฐ

 

นางจิตรี จิวะสันติการ อายุ 64 ปี ประธานคณะกรรมการบริหารสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้รับรางวัลประเภทนักสังคมสงเคราะห์อาสาสมัคร เล่าว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคุณแม่ของสามีที่ทำงานช่วยเหลือสังคมมาก่อน ซึ่งเวลาขับรถไปส่งท่านทำให้ได้เห็นความยากลำบาก ความขาดโอกาสของคนไทย บางครั้งไปเจอ

ผู้ประสบภัยธรรมชาติ ผู้ได้รับผลกระทบทุกรูปแบบ จึงเริ่มช่วยเหลือสังคม แรกๆ อาจช่วยได้เล็กน้อยๆ ตามกำลัง แต่ก็พอได้ช่วยเขาให้ดีขึ้น เห็นแล้วเราก็มีความสุข จึงทำเรื่อยมา 30 กว่าปี

จิตรีให้ความสำคัญด้านเด็ก จึงก่อตั้งมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน จ.ลำปาง เพื่อให้โอกาสทางการศึกษา อาชีพ โดยเฉพาะการช่วยเหลือดูแลเด็กหญิงที่ถูกข่มขืน ซึ่งเธอมองว่า

“เด็กกลุ่มนี้น่าสงสาร เพราะอยู่เหมือนตายทั้งเป็น หลังจากประสบเหตุมีอาการหวาดกลัว และที่สำคัญคือ ไม่มีที่ไป ไปไหนก็ไม่ถูก จะกลับบ้านก็ไม่ได้ เพราะผู้กระทำมักเป็นคนใกล้ตัว เช่น พ่อ ลุง ปู่ ตา ระหว่างฟื้นฟูเยียวยาเราจึงพยายามให้โอกาส เพื่อให้กลับไปมีที่ยืนในสังคม ไม่ว่าจะชวนทำกิจกรรมต่างๆ หากอยากเรียนเราให้ทุนการศึกษา หากอยากคืนสู่สังคมเรายินดี”

จิตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า ฝากถึงคนไทยให้ลองหยิบยื่นโอกาสให้กับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเวลา ความรู้ ความอบอุ่น เชื่อว่าก็จะได้พบความสุขและรู้คุณค่าในตัวเองเหมือนที่ตนได้รับเช่นกัน

จิตรี จิวะสันติการ