ทีมนักวิจัยภูเขาไฟใต้น้ำ นำโดย โยชิ ทัตสึมิ ผู้เชี่ยวชาญภูเขาไฟชาวญี่ปุ่น เผยแพร่ผลการค้นพบแหล่งแม็กมาขนาดมหึมาอยู่ใน “แคลดีรา” หรือหลุมปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ชื่อ “คิคาอิ” ซึ่งเป็นปากปล่องภูเขาไฟใต้น้ำตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะกิวชิว ของประเทศญี่ปุ่น มีปริมาณแม็กมามหาศาลถึง 8 ล้านล้านแกลลอน หรือมีปริมาตรเทียบเท่ากับ 32 ลูกบาศก์กิโลเมตรทีเดียว
แม็กมา หรือหินหลอมเหลวมหาศาลดังกล่าว ทำให้บริเวณใจกลาง “คิคาอิ แคลดีรา” ปล่องภูเขาไฟขนาดยักษ์ เกิดเนินลาวาทรงโดมกว้างราว 10 กิโลเมตร สูง 600 เมตรขึ้นมา แต่ในขณะนี้มีสภาพเป็นหินลาวาแข็งแล้ว เห็นได้ชัดเจนบนพื้นของหลุมปล่องภูเขาไฟคิคาอิ ซึ่งเคยเกิดการระเบิดครั้งใหญ่มากระดับ “ซุปเปอร์ อีรัปชัน” เมื่อประมาณ 6,300 ถึง 7,300 ปีก่อน (ระยะห่างถึง 1,000 ปีดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจากการใช้วิธีการคำนวณที่แตกต่างกันเพื่อกำหนดเวลาการระเบิดย้อนหลัง) การระเบิดดังกล่าวส่งผลให้เกิดไพโรคลาสติกที่มีความร้อนสูงหรือลาวาไหลออกไปเป็นระยะทางกว่า 80 กิโลเมตรในท้องทะเล และแพร่กระจายเถ้าถ่านออกไปไกลมากถึงกว่า 1,000 กิโลเมตร
คิคาอิ แคลดีรา เป็นระบบภูเขาไฟที่ยังมีพลังคุกรุ่นอยู่ เอริค คลีเมทติ นักภูเขาไฟวิทยาจากมหาวิทยาลัยเดนิสัน ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริการะบุว่า มันเคยส่งแม็กมาและเถ้าถ่านออกมาและทำให้น้ำกลายเป็นไอพุ่งออกมาเป็นครั้งคราว ที่บันทึกได้ล่าสุดเกิดขึ้นระหว่างปี 2013 และ 2014 นี่เอง
ทีมวิจัยของทัตสึมิ ศึกษาคิคาอิ แคลดีรา โดยอาศัยยานสำรวจไร้คนขับบังคับจากระยะไกล และใช้เชื้อปะทุระเบิดใต้น้ำสร้างแรงระเบิดขึ้นในบริเวณพื้นของหลุมปล่องเพื่อวัดคลื่นสะท้อนสำหรับนำมาจัดทำแผนที่ รวมทั้งตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีของลำน้ำและเก็บตัวอย่างหินมาตรวจสอบด้วย
ทัตสึมิระบุว่า ทีมสำรวจพบว่าบริเวณใจกลางหลุมที่ปูดเป็นรูปโดมขึ้นมานั้น ก่อรูปขึ้นมาจากหินลาวาที่เรียกว่า หินไรโอไลต์ แต่เมื่อตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีพบว่าแตกต่างออกไปจากลาวาที่เคยถูกพ่นออกมาจากการระเบิดระดับซุปเปอร์ อีรัปชัน ที่ผ่านมา แสดงว่าเกิดขึ้นมาหลังจากการระเบิดดังกล่าว
และแสดงให้เห็นว่า คิคาอิ แคลดีรา กำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมการก่อนการระเบิดใหญ่อีกครั้ง ไม่ใช่เป็นขั้นตอนของการค่อยๆ สงบลงหลังการระเบิดใหญ่แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ทัตสึมิยืนยันว่า นั่นไม่ได้หมายความว่าคิคาอิกำลังจะระเบิดใหญ่อีกครั้งอย่างแน่นอนแต่อย่างใด

