นางสาวอัจฉรา สรวารี นักสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิอิสรชน กล่าวถึงกรณีทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ว่า มูลนิธิได้ทำงานช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งมากว่า 22 ปี และมีส่วนร่วมแก้ปัญหาคนไร้ที่พึ่งกับ พม.มา 10 กว่าปีแล้ว มองกรณีการทุจริตเงินสงเคราะห์ดังกล่าว เป็นเรื่องการขาดจิตสำนึกรายบุคคล มากกว่าระบบที่จะมีช่องโหว่ เพราะบางครั้งพวกเขาต้องทำงาน 24 ชั่วโมง ทำงานอย่างไม่ปลอดภัยเพราะเจอเคสคลุ้มคลั่ง แต่สวัสดิการไม่ค่อยดี เมื่อมีช่องทางให้คดโกงได้ ก็อาจเอาผลประโยชน์ส่วนรวมมาเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะกับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในหลายจังหวัดที่ได้ทำงานด้วย ส่วนใหญ่เป็นเพียงเจ้าหน้าที่จ้างเหมารายปี ไม่มีสวัสดิการใดๆ ฉะนั้นฝ่ายบริหารอาจต้องหันมาใส่ใจกำลังใจของคนทำงาน ว่าสอดคล้องกับเนื้องานแล้วหรือไม่ เพื่อให้พวกเขาได้รับการดูแลจริงๆ
“วันนี้ปัญหาคนไร้ที่พึ่งมีแต่จะเพิ่มขึ้นๆ เพราะการทำงานที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน การจัดสวัสดิการที่ยังกระจัดกระจาย อย่างรัฐก็มุ่งสงเคราะห์ด้วยเงินอย่างเดียว แต่ไม่ได้เน้นพัฒนาเขาให้ลุกขึ้นและเดินต่อไปได้ รัฐยังติดกับการทำงานแบบเดิมๆ ไม่ชินกับการลงพื้นที่ใหม่ ทำให้มอบเงินสงเคราะห์กับคนหน้าเดิมๆ กลุ่มเดิมๆ คนหน้าใหม่ก็ไม่ได้ เป็นการจัดสวัสดิการสังคมไม่ทั่วถึง” นางสาวอัจฉรา กล่าว
ถามว่าเห็นด้วยกับแนวคิดยกเลิกจ่ายเงินสงเคราะห์ แต่ไปช่วยเหลือรูปแบบอื่นของปลัดพม.หรือไม่ นางสาวอัจฉรากล่าวว่า มองว่าการช่วยด้วยการให้เงินสงเคราะห์ยังควรมีอยู่ แต่ต้องควบคู่ไปกับการจัดสวัสดิการสังคม คือให้เงินเขาตอนแรกเพื่อให้เขากินอิ่มมีแรง จากนั้นก็หาอาชีพที่เหมาะสมให้ ฝึกอบรมอาชีพ ให้ทุนตั้งต้นอาชีพ และติดตาม เพื่อให้เขายืนได้ ขณะเดียวกันรัฐก็ควรมีสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาและสภาพสังคม อย่างในอนาคตจะมีผู้สูงอายุมากขึ้น และส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่อยู่โดดเดี่ยว ทำอย่างไรจะให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าต่อครอบครัวและชุมชน ไม่ตัดสินใจออกมาเร่ร่อน ซึ่งนอกจากสิทธิรักษาพยาบาลฟรีถ้วนหน้า เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการที่เหมาะสมกับสภาพบุคคล ถ้าหากมีระบบที่รัฐจะเข้าไปส่งเสริมชุมชน ไม่ว่าจะให้ความรู้ งบประมาณ ชวนให้ผู้สูงอายุมาเป็นอาสาสมัครชุมชน เพื่อให้เขาดูแลกันเองก่อน ก็จะเป็นการสกัดคนไม่ให้ออกมาเร่ร่อนได้ และไม่จำเป็นต้องมีสถานสงเคราะห์เพิ่ม

