หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที ปฏิบัติการ &#...

ปฏิบัติการ ‘เร่งด่วน’ สำรวจชีวิตใต้ ‘แอนตาร์กติก’

22.02.18 | 17:07 น.
(ภาพ-NASA)

เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา “เอ-68” แผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ น้ำหนักหลายล้านล้านตัน ปริแตกและหลุดออกมาจากหิ้งน้ำแข็ง หรือไอซ์เชลฟ์ “ลาร์เซน ซี” ไอซ์เชลฟ์มหึมาของทวีปแอนตาร์กติกาซึ่งปกคลุมด้วยน้ำแข็งตลอดทั้งปี กลายเป็น “ภูเขาน้ำแข็ง” เคลื่อนห่างออกไปจาก “ลาร์เซน ซี” สู่ทะเลเวดเดลล์ ส่งผลให้ผืนน้ำทะเลใต้หิ้งน้ำแข็งดังกล่าวเจอแสงแดดส่องเป็นครั้งแรกในรอบ 120,000 ปี และกลายเป็นสาเหตุสำคัญให้ที่ทำให้เกิดปฏิบัติการเร่งด่วนของทีมสำรวจซึ่งนำโดยสำนักงานสำรวจแอนตาร์ติกแห่งอังกฤษ (บีเอเอส) ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์นี้

ท้องทะเลที่เพิ่งเปิดเผยต่อแสงแดดเป็นครั้งแรกนี้มีพื้นที่ราว 5,818 ตารางกิโลเมตร จำเป็นต้องเร่งสำรวจระบบนิเวศลึกลับซึ่งถูกปกปิดอยู่ใต้หิ้งน้ำแข็งมายาวนานนี้โดยเร็ว ก่อนที่แสงแดดจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณพื้นผิวซึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้เร็วที่สุด

แคทริน ลินส์ นักวิทยาศาสตร์ประจำบีเอเอส ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นโอกาสที่น้อยครั้งจะเกิดขึ้นสำหรับศึกษาวิจัยชีวิตในทะเลที่ไม่เคยมีการสำรวจมาก่อน และสามารถศึกษาการตอบสนองของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมครั้งใหญ่ แต่จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ระบบนิเวศใต้ท้องทะเลจะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อแสงแดดส่องมาถึงและสัตว์สปีชีส์ใหม่ๆ เริ่มตั้งนิคมขึ้น

นักวิทยาศาสตร์มีองค์ความรู้น้อยมากเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่ใช้ชีวิตอยู่ใต้หิ้งน้ำแข็งของแอนตาร์กติกา เท่าที่รู้มาก็เป็นความรู้ที่ได้จากการเกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกัน เมื่อส่วนหนึ่งของไอซ์เชลฟ์ ลาร์เซน เอ และ ลาร์เซน บี ซึ่งอยู่ทางเหนือของลาร์เซน ซี แตกตัวออกมา ในปี 1995 และ ปี 2002 ตามลำดับ ตอนนั้นทีมสำรวจเยอรมัน 2 ทีมเดินทางเข้าไปสำรวจและพบสิ่งมีชีวิตเบาบางในบริเวณดังกล่าว แต่อาจเป็นเพราะต้องใช้เวลาตั้งแต่ 5 ถึง 12 ปี เพื่อเข้าถึงพื้นที่สำรวจในตอนนั้น ทำให้เมื่อเข้าไปถึง สิ่งมีชีวิตจากพื้นที่อื่นๆ ก็เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในทั้งสองจุดดังกล่าวแล้ว

ทีมสำรวจของบีเอเอส ซึ่งคัดเลือกจากสถาบันวิจัยต่างๆ รวม 9 สถาบัน เดินทางออกจากแหล่งรวมพลบนเกาะฟอล์กแลนด์ ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ โดยจะใช้เวลานาน 3 สัปดาห์ บนเรือ อาร์อาร์เอส เจมส์ คลาร์ก รอสส์ เรือเพื่อการสำรวจวิจัยของบีเอเอส ทั้งนี้เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นในท้องทะเลที่เต็มไปด้วยภูเขาน้ำแข็งเจมส์ คลาร์ก รอสส์ จำเป็นต้องใช้การติดต่อกับดาวเทียมเพื่อนำร่องอยู่ตลอดเวลา

Advertisement

เมื่อเดินทางถึงพื้นที่เป้าหมาย ทีมวิจัยมีแผนจะเก็บรวบรวมตัวอย่างสิ่งมีชีวิต ตั้งแต่สัตว์ที่อาศัยอยู่บนผิวดินใต้ทะเล, จุลชีพ, แพลงตอน และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่ใช้ชีวิตอยู่ในบริเวณที่เคยถูกปกปิดจากแสงแดดชั่วนาตาปีดังกล่าวนั้น นอกจากนั้นก็ยังเตรียมเก็บตัวอย่าง ตะกอน และน้ำในบริเวณดังกล่าวนำกลับมาศึกษาวิจัยด้วยเช่นกัน

ใต้แผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกาและพื้นที่ใกล้เคียง มีสิ่งมีชีวิตประหลาดอยู่มากมาย เช่น หนอนทะเลที่มีขนแข็ง ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในเซาเทิร์น โอเชียน ซึ่งมีลำคอยืดยาวออกมาโดยที่ปลายสุดมีฟันเป็นเข็มแหลม หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ในภาวะยากลำบากสูงสุด อาทิ สัตว์น้ำมีเปลือกแข็งที่เรียกว่า “ลิสเซียนาซิด แอมฟิพอด” ซึ่งพบมีเป็นจำนวนมากใต้รอสส์ ไอซ์ เชลฟ์ ทางตะวันตกของทวีปแอนตาร์กติกา

หรือสัตว์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของแอนตาร์กติกาคือ “ไอซ์ฟิช” ซึ่งมีสารต่อต้านการเยือกแข็งอยู่ในเลือดและของเหลวหล่อเลี้ยงร่างกาย เป็นต้น