ภาพของพสกนิกรไทยที่หลั่งไหลเข้าร่วมชมนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” และ “นิทรรศการพระเมรุมาศพิมานนฤมิต” ณ พระที่นั่งทรงธรรม ภายในพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง กว่า 4 ล้านคน กลายเป็นภาพอันประทับในใจของคนไทยถึงความรักและความทรงจำอันล้ำค่า แต่ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่พลาดโอกาสไปด้วยระยะเวลาที่จำกัด
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม กรมแพทย์ทหารบก และมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท จึงได้นำเอานิทรรศการพระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ ซึ่งรวบรวมพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจมาจัดแสดง ณ บริเวณโถงพระที่นั่งพิมานจักรี พระราชวังพญาไท ซึ่งได้จัดงานแถลงข่าว โดยมี วีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ร่วมงาน
อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เผยว่า นับแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระเมรุมาศ มีประชาชนได้เข้าไปชมมากกว่า 4 ล้านคน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน-31 ธันวาคม 2560 แต่ยังมีประชาชนที่พลาดโอกาสไป จึงได้นำนิทรรศการพระผู้ทรงเป็นนิรันดร์มาจัดแสดงที่พระราชวังพญาไท
“นิทรรศการนี้จะนำเอาบอร์ดนิทรรศการทั้ง 54 บอร์ด รวมถึงสื่อมัลติมีเดียและสิ่งของต่างๆ มาจัดแสดง แบ่งออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่ 1.เมื่อเสด็จอวตาร แสดงพระราชประวัติ พระราชจริยวัตร เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ 2.รัชกาลที่ร่มเย็น นำเสนอเรื่องราวอุปกรณ์ทรงงานที่พระองค์ใช้ในการบริหารประเทศ อาทิ แผนที่ ดินสอ ตัวอย่างถุงยังชีพพระราชทาน 3.เพ็ญพระราชธรรม นำเสนอเรื่องราวธรรมิกราชาผู้ครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม การทรงผนวช ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก 4.นำพระราชไมตรี นำเสนอการทรงงานด้านการต่างประเทศ การเสด็จฯเยือนประเทศต่างๆ และความสัมพันธ์ไทยและต่างชาติ 5.พระจักรีนิวัตฟ้า ซึ่งประมวลภาพหลังการประกาศของสำนักพระราชวังทั้งที่โรงพยาบาลศิริราช และพระบรมมหาราชวัง




ขณะที่ พล.ท.นพ.ธำรงรัตน์ แก้วกาญจน์ ประธานมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท เผยว่า การนำเอานิทรรศการมาจัดแสดงที่วังพญาไท ซึ่งมีพื้นที่ติดกับโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานกำเนิดเป็นสถาบันการแพทย์ทหารแห่งเดียวในประเทศ และเสด็จฯมาหลายครั้ง ทรงเยี่ยมทหารที่บาดเจ็บทั้งหลาย ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้พระราชวังพญาไทเป็นที่รู้จักมากขึ้น และประชาชนยังได้สัมผัสกับโบราณสถานสำคัญของชาติแห่งนี้ด้วย
พล.ท.นพ.ธำรงรัตน์เผยว่า พระราชวังพญาไทถือเป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ นับแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชชนนี ซึ่งในช่วงของรัชกาลที่ 6 นี้ถือได้ว่ามีความสำคัญอย่างมาก พระองค์ประทับอยู่ที่พระราชวังพญาไทเกือบถาวรเป็นเวลา 6 ปี ทรงออกว่าราชการกับขุนนางที่พระตำหนักองค์ต่างๆ ทรงพระราชนิพนธ์วรรณศิลป์หลายเรื่อง รวมทั้งมัทนะพาธา และยังโปรดให้ย้ายดุสิตธานี เมืองจำลองจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มาที่นี่ เพื่อฝึกหัดสั่งสอนวิธีการปกครองแบบประชาธิปไตย
“นอกจากจะเป็นที่ประทับของกษัตริย์แล้ว ที่นี่ยังเคยมีพิธีแรกนาขวัญ รวมถึงการเป็นโรงแรม “โฮเต็ลพญาไท” ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ เป็นโรงหมอ ที่กำเนิดโรตารีประเทศไทย และสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย มากไปกว่านั้นการก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมโกธิคและโรมาเนสก์ สมัยเดียวกับพระที่นั่งอนันตสมาคม ถือเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ดีของประชาชนด้านศิลปะได้ไม่น้อย” พล.ท.นพ.ธำรงรัตน์เผย
นิทรรศการเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00-15.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ผู้เข้าชมควรแต่งกายสุภาพ หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะที่ต้องการผู้นำชมได้ที่ 0-2354-7732



