สถานะพัฒนาการของจักรวาลในช่วงก่อกำเนิดนั้นนับว่ายังเป็นปริศนา อย่างไรก็ตามล่าสุดผลการศึกษาของทีมวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่รายงานในวารสารเนเจอร์ ระบุเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาถึงการค้นพบหลักฐานของดาวดวงแรกในจักรวาลได้เป็นครั้งแรก การค้นพบซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นการค้นพบทางดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การค้นพบคลื่นแรงโน้มถ่วงเมื่อปี 2558 เลยทีเดียว
ผลการศึกษาดังกล่าวระบุว่า สัญญาณของดวงดาวดวงแรกในจักรวาลที่เริ่มต้นก่อตัวขึ้นเมื่อราว 13,600 ล้านปีก่อน หรือราว 180 ล้านปีหลังเกิด “บิ๊กแบง” นั้นสามารถจับสัญญาณได้โดยเครื่องตรวจวัดสเปคตรัมคลื่นเสียงขนาดเท่ากับโต๊ะกินข้าว ที่ติดตั้งอยู่ในทะเลทรายของประเทศออสเตรเลีย
การค้นพบดังกล่าวที่เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้นานนับปีนั้น จัดด์ โบว์แมน หัวหน้าทีมสืบสวนของโครงการจากมหาวิทยาลัยอาริโซนา สหรัฐ ระบุว่า การค้นพบสัญญาณเล็กๆดังกล่าวเป็นการเปิดหน้าต่างบานใหม่สู่ช่วงเวลากำเนิดจักรวาล นอกจากนี้ยังนำไปสู่ความหวังที่จะค้นพบ “สสารมืด” (dark matter)สสารปริศนาที่มองไม่เห็นที่เชื่อกันว่าเป็นส่วนประกอบของจักรวาลที่ยังไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อน ซึ่งสามารถรับรู้ได้จากอิทธิพลแรงโน้มถ่วงของสสารมืดที่มีต่อสสารปกติในจักรวาล
จากข้อมูลจากดาวเทียมที่พบเมื่อปี 2556 ะบว่า สาสารปกติที่เราสามารถมองเห็นและสัมผัสได้นั้นคิดเป็นสัดส่วนในจักรวาลเพียง 4.9 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สสารมืดนั้นคิดเป็นสัดส่วนถึง 26.8 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 68.3 เปอร์เซ็นต์เป็นพลังงานมืดหรือ dark energy
ด้านผู้เขียนงานวิจัยอย่าง เพนนัน บอร์คานา จากมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ระบุถึงข้อมูลบางอย่างที่ยังคงเป็นที่น่าสงสัยที่พบว่า อุณภูมิของจักรวาลในช่วงแรกนั้นเย็นกว่าที่คาดไว้ที่ติดลบ 270 องศาเซลเซียส โดยบอร์คานา ระบุว่า ความเย็นดังกล่าวอาจสามารถใช้อธิบายได้ว่าเกิดขึ้นจากสสารปกติทำปฏิกิริยาและสูญเสียพลังงานให้กับสสารมืด ด้านโบว์แมนระบุว่า หากเป็นไปตามสันนิษฐานดังกล่าวได้รับการยืนยัน นั่นนับเป็นการเรียนรู้ข้อมูลพื้นฐานใหม่ของสสารมืดที่คิดเป็นสัดส่วน 85 เปอร์เซ็นต์ของสสารในจักรวาล
อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลอย่าง ไบรอัน ชมิดต์ ระบุว่า การค้นพบดังกล่าวจะนับเป็นการค้นพบที่ปฏิวัติวงการหากผ่านการใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
ด้านคาร์ล แกลสบรูค จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสวินเบิร์น ระบุว่า นักดาราศาสตร์ทั่วโลกต้องอดทนรอจนกว่าจะได้รับการยืนผลจากการทดสอบที่เป็นอิสระ
ทั้งนี้ตามข้อมูลคากคณะสำรวจโลกและอวกาศของมหาวิทยาลัยอาริโซนา ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า จักรวาลหลังการเกิดบิ๊กแบง 400,000 ปีนั้น มีแต่ความมืดมิดเต็มไปด้วยแก๊สไฮโดรเจน แรงโน้มถ่วงค่อยๆดึงพื้นที่ซึ่งมีแก๊สอยู่หนาแน่นเข้าด้วยกันจนก่อตัวขึ้นเป็นดวงดาว ขณะที่ดวงอาทิตย์ และระบบสุริยะของเรานั้นเกิดขึ้นหลังจากนั้น 9,000 ล้านปีต่อมา ขณะที่ดาวดวงแรกในจักรวาลนั้นเป็นที่มาของสสารต่างๆในจักรวาล รวมไปถึงสสารที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่ด้วย


