ทักษะการอ่านหนังสือของเด็กนักเรียนในอังกฤษ กำลังกลายเป็นปัญหาน่าห่วง เมื่อมีผลสำรวจ ที่สำรวจเจาะว่าเด็กๆ ในอังกฤษอ่านหนังสืออะไรกันบ้าง โดยเก็บข้อมูลจากเด็กนักเรียน 1,000,000 คนทั่วอังกฤษแล้วพบว่า เด็กนักเรียนส่วนใหญ่เลือกอ่านหนังสือที่อ่านง่ายกว่าวัยของพวกเขา
เดอะ ซัน อ้างผลสำรวจจาก The Renaissance ระบุว่า จากผลสำรวจที่พบนี้ ทำให้นักการศึกษาเกรงว่า เด็กนักเรียนอายุ 16 ปี อาจไม่สามารถแยกหรือบอกได้ถึงความแตกต่างระหว่างข่าวจริง ข่าวเท็จ เนื่องจากขาดทักษะในการอ่านหนังสือ
ในผลสำรวจอ้างข้อมูลพบว่า เด็กนักเรียนอายุ 16 ปี จะเลือกอ่านหนังสือของเด็กอายุ 13 ปี หรือหนังสือของเด็กอายุน้อยกว่านั้น ขณะที่เด็กในช่วงอายุต่างๆ ก็จะเลือกอ่านหนังสือที่อ่านง่าย หรือต่ำกว่าระดับอายุของตัวเอง

คีธ ท็อปปิง อาจารย์มหาวิทยาลัยดันดี เตือนว่า การที่เด็กๆ มีทักษะการอ่านลดลง หรือต่ำกว่าเกณฑ์อายุ จะส่งผลกระทบต่อเด็กนักเรียน และเป็นความท้าทายอย่างใหญ่หลวงต่อโรงเรียนต่างๆ และฝ่ายจัดทำแผน นโยบายทางการศึกษา
อาจารย์คีธให้สัมภาษณ์เดอะ ซัน ถึงประเด็นนี้ว่า “การที่เด็กๆ มีทักษะการอ่านต่ำกว่าอายุของพวกเขา จะทำให้เด็กๆ มีความยากลำบากในการทำความเข้าใจต่อคำถามในการทำข้อสอบ และยังจะส่งผลกระทบต่อพวกเขาเมื่อเติบโตขึ้น และถ้าหากเด็กๆ ยังไม่หัดอ่านหนังสือที่ยากขึ้น อีกหน่อยพวกเขาก็จะไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างข่าวจริงและข่าวเท็จ”
อาจารย์คีธยังบอกด้วยว่า “ทักษะการอ่านของเด็กนักเรียนทั้งหญิงและชายต่างลดลงเหมือนกันหมดทั่วทุกภาคของอังกฤษ และเพื่อหลีกเลี่ยงการที่จะเกิดการลดลงของทักษะการอ่านในเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ดังนั้น เด็กนักเรียนควรได้รับการ
กระตุ้น ส่งเสริมให้ผลักดันตัวเองให้อ่านหนังสือที่มีความยากขึ้น และในกลุ่มเด็กนักเรียนวัยรุ่น มักจะถามเพื่อน หรือขอคำแนะนำจากเพื่อนๆ มากกว่าครูหรือพ่อแม่เกี่ยวกับหนังสือที่จะหามาอ่าน ดังนั้น เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว คุณครูควรจะกระตุ้น สนับสนุนให้เด็กๆ มีการพูดคุยกันในชั้นเรียนถึงหนังสือที่พวกเขาอ่าน และให้คำแนะนำที่เหมาะสม
แก่เพื่อนๆ ในชั้นเรียน”

