สัมผัสความงดงามแห่ง ‘อัญมณีไทย’ พิพิธภัณฑ์ ‘สยามเจมส์ เฮอริเทจ’

3.03.18 | 13:32 น.

ขึ้นชื่อว่า “อัญมณี” แล้ว ถือเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครย่อมคิดถึง ไทย ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายเป็นอันดับต้นๆ สร้างชื่อเสียงทั้งฝีมือ และการดีไซน์ ที่พิเศษไม่เหมือนใคร

แต่จะดีแค่ไหน หากชาวต่างชาติไม่เพียงแต่ซื้ออัญมณีเหล่านี้กลับประเทศสร้างรายได้ แต่ยังได้ซึมซับกับภูมิปัญญาต่างๆ ของไทย บริษัท เอส จี เซ็นเตอร์ จำกัด ศูนย์การค้าปลีกอัญมณีและเครื่องประดับ จึงได้เกิดไอเดียสร้างพิพิธภัณฑ์อัญมณีขึ้นในชื่อ “สยามเจมส์ เฮอริเทจ” พิพิธภัณฑ์อัญมณีไทยแห่งใหม่ล่าสุดให้ผู้สนใจได้ศึกษาเอกลักษณ์และความยิ่งใหญ่ บริเวณเลียบทางด่วนรามอินทรา

ก้าวเข้ามาสู่พื้นที่พิพิธภัณฑ์ ด้านหน้าผู้เยี่ยมชมจะได้พบกับประติมากรรมช้างทองคำพ่อลูก หุ้มด้วยทองคำ 99.99% ประดับด้วยนพรัตน์บนเครื่องทรง ตามแบบกรุวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะนำผู้ชมเข้าสู่โดมภาพยนตร์แบบ 360 องศา เส้นผ่านศูนย์กลาง 15 เมตร ให้ได้เรียนรู้กำเนิดอัญมณีผ่าน แสง สี เสียง รอบทิศ และซึมซับความรู้ผ่านห้องต่างๆ ทั้งผลงานชิ้นเอก และวิธีการทำ รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่ได้เหล่าช่างฝีมือมาเจียระไนให้ชมทีละขั้นตอน

กว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั้น ปานชนก จิตชินะกุล ผู้จัดการทั่วไปแห่งสยามเจมส์ เฮอริเทจ เผยว่า ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนจีนเข้ามาซื้ออัญมณีไทยกลับไปเยอะมาก เพราะเราขึ้นชื่อว่าเราทำได้ดี ละเอียด ต่างชาติยังต้องมาจ้างเราทำ แต่ก็คิดว่าหากแค่มาซื้อกลับก็จบเราควรจะให้เขารู้ว่าภูมิปัญญาของเราเป็นอย่างไร จึงได้ทำพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้น ส่วนหนึ่งคืออยากให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เห็นว่านี่ไม่ใช่สิ่งไกลตัว หากเขาอ่านเจอในหนังสือก็สามารถมาดูของจริงได้ โดยเปิดทำการไปเมื่อพฤศจิกายน 2559 โดยเราได้ทีมที่ปรึกษามาช่วยดูว่าข้อมูลแต่ละส่วนควรเป็นอย่างไร ค้นหาอัญมณีจากทั่วโลกมาเสนอ

ปานชนก

นั่นทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ รวบรวมอัญมณีหายากจากทั่วโลกไว้ด้วยกัน

Advertisement

ปานชนกเผยว่า หากพูดถึงที่สุดของอัญมณีก็ต้องเป็น “ทับทิมสยาม” ซึ่งเมื่อ 100 ปีก่อนคนไม่เห็นค่าขนาดโยนไว้ในตู้ปลา แต่ทุกวันนี้หาไม่ได้แล้ว ต้องซื้อของเก่าเท่านั้น ซึ่งเราได้นำมารังสรรค์เป็น สยามเจมส์ เทียร่า มงกุฎประดับยอดด้วยทับทิมสยาม มีน้ำหนักถึง 21.09 กะรัต ประกอบด้วยทับทิมสยามเม็ดเล็ก 24 เม็ด น้ำหนักรวม 25.58 กะรัต และตัวเรือนทองคำขาว รวมทั้งเพชรอีกนับ 187.79 กะรัต นอกจากนี้ ยังมีพัดพารัชชา พลอยน้ำงามที่เป็นแหวนหมั้นของเจ้าหญิงยูจินี แห่งราชวงศ์อังกฤษ ตระกูลคอรันดัม ที่เป็นสีส้มอมชมพู และอเล็กซานไดรท์ หรือแชฟไฟร์เจ้าสามสี สามารถเปลี่ยนสีได้ตามมุมมองแต่ละด้านของพลอย จากสีสดเข้มเป็นเขียวมรกต และสีแดงทับทิม ซึ่งที่มีน้ำดีจริงๆ หาได้ยาก


“เมื่อพูดถึงอัญมณีนั้น เรียกได้ว่าเป็นสิ่งมีเสน่ห์ เพชรเองอาจจะมีมาตรฐานที่เทียบได้ง่าย แต่กับพลอยมันคือเดสทินี่ เพราะจะหาสีที่ดีๆ นั้นยาก คนไทยเองหากเป็นทับทิมจะนิยมสีแดงเข้ม หากเป็นบุษราคัมจะนิยมสีแบบสุราแม่โขง ขณะที่ไพลินจะเป็นสีน้ำเงินเข้มแต่ไม่ดำ ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมทับทิม ซึ่งที่พิพิธภัณฑ์พยายามจะหาตัวอย่างที่ดีจากทั่วโลกมาให้ได้สัมผัส” ปานชนกเผย

ความงดงามแห่งอัญมณีไทย