คอลัมน์ประสานักดูนก : ไก่ฟ้าอกสีเลือด

11.03.18 | 15:15 น.

เป้าหมายของทริปไก่ฟ้าเหอหนานอีกชนิด คือ ไก่ฟ้าอกสีเลือด Koklass Pheasant

ถ้าไก่ฟ้าสีทอง งดงามอย่างกรุยกรายด้วยหงอนสีเหลืองทอง ตัดกับขนสีแดงชาด แต้มด้วยขนคลุมโคนหางลายพร้อยที่ยาวสลวยกว่า 1 เมตร เจ้าอกสีเลือดก็คงจะงามอย่างน่าเกรงขาม เพราะขนหางสั้น แต่ลวดลายบนลำตัว ที่ประดับด้วยขนยาวปลายแหลมคล้ายแหลน ใบหน้าเด่นด้วยหงอนยาวสีเข้ม ตัดกับขนสีดำบนใบหน้า เมื่อโดนแสงแดดต้องถึงจะเกิดสีเหลือบวาวขึ้นมา ลักษณะภายนอกของไก่ฟ้าเพศผู้ และนกอีกมากมายหลายชนิดเพื่อแสดงความสมบูรณ์ ความพร้อมที่จะเป็นพ่อพันธุ์ไว้ดึงดูดเร้าล่อเพศเมียให้สนใจยอมตกร่องปล่องชิ้น แถบสีเลือดนกที่พาดยาวตั้งแต่อกจรดท้อง ชวนให้รู้สึกหนักแน่น น่าเกรงขามมากกว่าความรู้สึกเย้ายวนกรุยกราย เช่น ไก่ฟ้าหางยาวๆ

เหมือนไก่ฟ้าชนิดอื่นๆ เจ้าอกสีเลือดหนุ่มจะมีเฉดสีและลวดลายงดงามกว่าคู่ของมัน ที่ทำหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ชุดขนสีน้ำตาลกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม จึงช่วยอำพรางกาย ลดโอกาสถูกเห็น ถูกล่าได้ง่ายจากผู้ล่ารวมทั้งมนุษย์

“ไก่ฟ้าอกสีเลือด” นับเป็นไก่ฟ้าขนาดกลาง ยาว 58-64 ซม. เล็กกว่าไก่ป่าบ้านเรา 1 ใน 3 ส่วน มองเผินๆ แล้วก็ไม่เหมือนไก่ป่าหรือไก่ฟ้า เพราะขาดขนหางยาวสลวย อีกทั้ง ลักษณะของหงอนก็ยาวตั้งชูขัน ต่างหากไก่ฟ้าทั่วไปที่หงอนจะยาวหมอบราบไปกับท้ายทอย ชื่อวิทยาศาสตร์ Pucrasia macrolopha แปลว่า ไก่บนภูเขาที่มีหงอนขนาดใหญ่ ซึ่งคำว่า Pucras แผลงมาจากภาษาเนปาลี ซึ่งเป็นถิ่นแพร่กระจายของไก่ชนิดนี้ ตั้งแต่แถบตะวันตกของเทือกเขาหิมาลัย ในประเทศอัฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย เนปาล ไปทางตะวันออก ในประเทศจีน

พันธุ์ที่พบในประเทศจีน จะต่างจากประชากรบนเทือกเขาหิมาลัย โดยจะมีสร้อยคอสีเหลือง ยิ่งขับเน้นลายแหลนของขนลำตัว แก้มสีขาวและหัวสีดำ แต่เมื่อต้องแสงจะมองเห็นเป็นสีเขียวหัวเป็ด

Advertisement

ไก่ฟ้าอกสีเลือดจะอาศัยอยู่บนเขาสูงระดับ 1,600-4,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล แต่ในฤดูหนาวจะอพยพลงต่ำเพราะอาหารบนที่สูงหนาวจัดหาได้ยาก เมื่อหิมะตก อาหารหลักของพวกมันคือ ยอดไม้ หน่ออ่อนของใบไม้ที่กำลังแตกหน่อ ไก่จะใช้จะงอยปากสั้นๆ จิกกินเป็นชิ้นๆ ที่หมู่บ้านกัวไป่ฉือ มีเนินเขาสูงหลายลูก เมื่อชาวบ้านสังเกตทราบว่ามีเจ้าอกสีเลือด 1 คู่ จะหากินวนเวียนแถวหน้าผา บนเขาสูง 1,000 เมตร แทนที่จะล่าเอามากิน เหมือนที่อื่นๆ ก็นำอาหารจำพวกข้าวโพด มาโปรยให้ แล้วทำบังไพรให้คนที่รักชอบนกป่าในธรรมชาติมาเฝ้าดูหรือถ่ายภาพ

วันนั้น อากาศหนาวระดับ 2-3 องศาเซนติเกรด แต่อุ่นขึ้นนิดหน่อย ทำให้หิมะบนเขาละลาย แต่โชคดีเป็นของเราหลังจากอัดอั้นกับสภาพอากาศหมอกลงจัดตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ได้เห็นไก่ฟ้าอกสีเลือดในม่านหมอก! เมื่อนั่งรออย่างอดทนกว่า 4 ชั่วโมง หมอกสลายไป ไก่ 1 คู่ ออกมาจากพุ่มไม้บังกาย ยืนคู่เด่นเป็นสง่าตามภาพที่บันทึกมาได้

เพียงเท่านี้ 16 คนทั้งจีนไทยในบังไพรตามประสา “พรานล่าด้วยภาพ แต่ไม่พรากชีวิตสัตว์ป่า” ก็เฮกันขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงหลังจากไก่เดินกลับเข้าไปแล้ว ชื่นใจไปตามๆ กัน!