ร่อนตามลม…2 ผู้หญิงเก่งที่ ‘ยืนหยัด’ ได้อย่างสง่าในอาชีพของผู้ชาย

12.03.18 | 11:00 น.

 

วันสตรีสากลเพิ่งผ่านไปหมาดๆ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ในบทความของเอเอฟพี มีการยกตัวอย่างสตรีคนเก่งที่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ กระทั่งสามารถยืนหยัดในโลกการทำงานของผู้ชายได้อย่างสง่าผ่าเผย และน่ายกย่องใน “ใจสู้” ของพวกเธอ

คนแรกได้แก่ เดิฟริม ออซดีเมียร์ ผู้หญิงคนแรกที่ได้สวมเครื่องแบบ “เจ้าหน้าที่ดับเพลิง” ในตุรกี ซึ่งเล่าให้เอเอฟพีฟังว่า “เริ่มแรก ครอบครัวของฉันก็พูดกับฉันว่า เลิกคิดซะเถอะ เธอไม่มีวันทำได้หรอก นี่มันเป็นงานของผู้ชาย”

แต่ออซดีเมียร์เล่าว่า เธอไม่เคยเชื่อคำพูดเหล่านั้น และตั้งใจมุ่งมั่นเดินตามทางที่ฝันไว้ กระทั่งได้สวมเครื่องแบบนักผจญเพลิง และเป็นผู้หญิงคนแรกในตุรกีที่ได้สวมเครื่องแบบนี้เมื่อปี 2551

Advertisement

“ทุกวันนี้ ทุกคนในบ้านต่างให้กำลังใจและเชื่อมั่นในตัวฉัน” ออซดีเมียร์ในวัย 37 ปีกล่าว

กับการทำงาน 10 ปีในหน่วยดับเพลิงของเมืองอิซเมียร์ ทุกวันนี้เธอยังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงคนอื่นๆ กล้าก้าวมาในอาชีพที่ถูกมองเป็นอาชีพของผู้ชาย ทำให้ในเมืองอิซเมียร์มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เป็นผู้หญิงอยู่ 51 ราย ซึ่งแม้จะเป็นสัดส่วนที่ยังน้อยนิดอยู่เมื่อเทียบกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่มีอยู่ 1,200 ราย แต่ก็เป็นประกายความหวังให้แก่ผู้หญิงที่อยากจะเดินเข้ามาในอาชีพนี้ในอนาคต

ออซดีเมียร์เล่าถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เธออยากทำอาชีพนี้ และทำงานอย่างภาคภูมิใจว่า “ทุกวันนี้ฉันเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ยืนอยู่เคียงข้างประชาชนในยามที่พวกเขากำลังเผชิญกับความทุกข์”

อย่างไรก็ตามแม้จิตใจจะแข็งแกร่งไม่แพ้ผู้ชาย แต่เธอก็ยอมรับว่าความแข็งแรงทางสรีระของผู้หญิงย่อมสู้ผู้ชายไม่ได้อยู่แล้ว “อย่างเช่นเวลาที่ต้องแบกอุปกรณ์ในการดับเพลิง บางครั้งมันก็หนักอยู่เหมือนกัน แต่นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว ฉันก็ไม่เคยมีปัญหาใดๆ ในการทำงาน”

ออซดีเมียร์ยังได้เชิญชวนผู้หญิงให้กล้าก้าวเข้าไปในสายอาชีพที่เป็นงานของผู้ชาย ทั้งยังพูดถึงความสำคัญของความเท่าเทียมเรื่องผลตอบแทนด้วยว่า หญิงชายควรจะได้ค่าแรงเสมอภาคกัน

“สำหรับฉัน นี่เป็นเรื่องสำคัญ ใครอาจคิดว่า เราสามารถได้ค่าแรงน้อยกว่าหน่อยก็ได้ในการทำงานสายอาชีพเดียวกัน แต่สำหรับฉัน คำตอบคือไม่ คนที่ทำงานแบบเดียวกัน ควรจะได้รับเงินเดือนเท่ากัน”

ความภาคภูมิใจในอาชีพ ความกระตือรือร้นในการทำงานของออซดีเมียร์ ยังกลายเป็นแรงบันดาลใจแก่เด็กรุ่นหลัง รวมทั้งลูกชายวัย 6 ขวบของเธอที่บอกว่า โตขึ้นอยากเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเหมือนแม่

“ลูกชายมองฉันเป็นฮีโร่ของเขา มันช่างเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมากอย่างบอกไม่ถูก และเขาก็อยากโตขึ้นเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง” คุณแม่นักผจญเพลิงคนเก่งเล่าพร้อมรอยยิ้ม และว่า ขณะที่คุณแม่ทั่วไปจะอ่านนิทานให้ลูกฟังก่อนนอน แต่เธอจะเล่าเรื่องการทำงานของเธอให้ลูกชายฟังก่อนนอน

เดิฟริม ออซดีเมียร์

 

ผู้หญิงเก่งรายต่อมาได้แก่ เวนดี้ ลอว์เรนซ์ วัย 58 ปี อดีตนักบินอวกาศขององค์การนาซาที่เล่าว่า “ฉันอายุ 10 ขวบตอนที่ยานอวกาศอพอลโล 11 ลงจอดบนดวงจันทร์ และนั่นก็เป็นช่วงเวลาที่ฉันปิ๊งเลยว่า นี่ล่ะที่ฉันอยากทำ ฉันเห็นนีล อาร์มสตรอง และบัซ อัลดริน กำลังเดินบนดวงจันทร์ และความคิดของฉันตอนนั้นก็คือ โตขึ้นฉันอยากทำแบบนี้ล่ะ ฉันจะเป็นนักบินอวกาศ ฉันจะบินไปในอวกาศสักวัน”

เวนดี้เริ่มจากเข้ารับการฝึกอบรมเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือ และได้เข้าเป็นนักบินอวกาศของนาซาระหว่างปี 2538-2548 เธอเติบโตในเมืองแจ๊คสันวิลล์ รัฐฟลอริดา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแหลมคานาเวอรัลที่ปล่อยกระสวยอวกาศ

“ฉันคิดว่าในอเมริกา เรามักจะได้ยินคำพูดที่ว่า เธอขว้างลูกบอลเหมือนผู้หญิง หรือเธอวิ่งเหมือนผู้หญิง ซึ่งมันไม่ใช่คำพูดที่เป็นผลบวกเลย ฉันยังเคยคิดสงสัยเหมือนกันว่า ตอนฉันเรียนอยู่ที่โรงเรียนสอนขับเครื่องบิน พวกเพื่อนนักเรียนผู้ชายก็คงจะคิดว่า ฉันก็คงจะขับเครื่องบินเหมือนผู้หญิง”

เวนดี้เล่าว่า อคติดังกล่าวทำให้เธอต้องขยัน ต้องพยายามให้หนักขึ้น เพื่อให้เป็นที่ยอมรับว่า เธอก็ทำได้ดีกว่าที่พวกเขาคิด ฉันยอมที่จะอดทนและมองผลลัพธ์ในระยะยาว เพราะฉันมีธงในใจแล้วว่า ฉันจะพิสูจน์ให้ดูว่าพวกเธอคิดผิด”

เวนดี้เกษียณจากนาซาเมื่อปี 2549 และมีคำแนะนำแก่ผู้หญิงว่า “จงอย่าใส่ใจต่ออคติใดๆ ที่ชอบชี้นำว่า ผู้หญิงสามารถทำอะไรได้? หรือทำอะไรไม่ได้?”

“ฉันจะพูดเสมอว่า ให้โอกาสผู้หญิงได้ลองทำดูก่อน แล้วคุณอาจประหลาดใจในสิ่งที่พวกเธอทำ ในความสามารถของพวกเธอ”

เวนดี้ ลอว์เรนซ์