หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที องค์การอนามัย...

องค์การอนามัยโลก เตือนภัย “ดิซีส เอ็กซ์”

15.03.18 | 17:25 น.
(ภาพ WHO)

องค์การอนามัยโลก (ฮู) จัดประชุมนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดและระบาดวิทยาเป็นประจำทุกปี

เพื่อระดมสมองจัดทำรายการของเชื้อและโรคระบาดซึ่งจำเป็นต้องเฝ้าระวังเนื่องจากมีศักยภาพสูงที่จะก่อให้เกิดอันตรายทางด้านสาธารณสุขนานาชาติในระดับที่ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินได้ และในเวลาเดียวกันก็เป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาหรือมีหนทางรักษาอยู่แต่ไม่เพียงพอ

ในปีที่ผ่านๆ มา รายชื่อโรคระบาดต้องเฝ้าระวัง จำกัดอยู่เฉพาะโรคระบาดร้ายแรงที่เป็นที่รู้จักกันดี อาทิ โรคไข้ลัสซา ซึ่งกำลังแพร่ระบาดอย่างหนักอยู่ในไนจีเรีย หรืออีโบลา เชื้อไวรัสที่มีการระบาดรุนแรงและคร่าชีวิตคนไปมากกว่า 11,000 คนในหลายประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกระหว่างปี 2013 จนกระทั่งถึงปี 2016

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้คณะแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการระบาด บรรจุรายชื่อพิเศษไว้เป็นลำดับที่ 9 ของเชื้อโรคที่ต้องเฝ้าระวังอย่างจงใจ โดยใช้อักษรโรมัน “เอ็กซ์” แทนชื่อของโรคลำดับที่ 9 นี้ ในถ้อยแถลงขององค์การอนามัยโลกระบุว่า โรคทั้ง 9 รายการนี้เป็นโรคซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงทางสาธารณสุขร้ายแรงขึ้นได้ จำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับกระบวนการเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดและเยียวยาผู้ป่วย รวมถึงการ

เฝ้าระวังและการวินิจฉัยโรคอีกด้วย

Advertisement

ถ้อยแถลงดังกล่าวระบุถึง “ดิซีส เอ็กซ์” ไว้โดยตรงว่า เป็นคำที่ใช้เป็นตัวแทนของความรู้ความเข้าใจของคณะผู้เชี่ยวชาญที่ว่า การระบาดของโรคในระดับนานาชาติที่ร้ายแรงนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากเชื้อโรคที่ในปัจจุบันนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักกันว่าสามารถก่อโรคในคนได้ โดยเป็นโรคอุบัติใหม่ชนิดใดชนิดหนึ่งซึ่งสามารถเกิดแพร่ระบาดได้จากแหล่งที่มาหลากหลายและเกิดการระบาดขึ้นในเวลาใดก็ได้เช่นกัน

จอห์น-อาร์เน รอททิงเกน ประธานบริหารสภาเพื่อการวิจัยแห่งนอร์เวย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ปรึกษาของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลก ให้เหตุผลว่า ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาสอนให้เรารู้ว่า มีความเป็นไปได้ที่การระบาดใหญ่ครั้งต่อไป จะเป็นอะไรบางอย่างที่เราไม่เคยพบเห็นมาก่อน การระบุชื่อโรคเป็นเอ็กซ์อาจดูแปลก แต่เป็นความตั้งใจของคณะกรรมการที่จะทำให้แน่ใจได้ว่าเรามีการเตรียมการ และแผนที่จัดเตรียมไว้มี

ความยืดหยุ่นเพียงพอ ทั้งในแง่ของวัคซีนเพื่อป้องกันโรคและในแง่ของการตรวจวินิจฉัยเพื่อคัดกรองผู้ป่วย

ทางองค์การอนามัยโลกต้องการแบบฉบับการทำงานที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้สามารถทำงานได้ในทันทีและได้ผลดีกับโรคระบาดจำนวนหนึ่ง ระบบที่เอื้อให้สามารถสร้างมาตรการต่อต้านตอบโต้กับการระบาดได้โดยเร็วนั่นเอง รอททิงเกนระบุ

ในทรรศนะของผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลก เทคโนโลยีด้านการตัดแต่งพันธุกรรม หรือ ยีน เอดิทติง ในเวลานี้รุดหน้าไปอย่างมาก ส่งผลให้การเข้าควบคุม หรือการสร้างเชื้อไวรัสใหม่ๆ ขึ้นมามีความเป็นไปได้มากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งหมายความว่า “ดิซีส เอ็กซ์” ในรายการเฝ้าระวังนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากอุบัติเหตุหรือจากเจตนารมณ์ในทางร้ายของผู้ก่อการร้ายก็ได้ ตัวอย่างเช่น การใช้แก๊สมอมประสาทเพื่อประทุษร้าย ที่เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ

หรือการสร้างเชื้อโรคฝีดาษม้า (ฮอร์สพ็อกซ์) ขึ้นในห้องทดลองในแคนาดาเมื่อปีที่ผ่านมา ล้วนเป็นตัวอย่างที่ดีว่า “ดิซีสเอ็กซ์” คืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม รอททิงเกนเชื่อว่า “ดิซีสเอ็กซ์” ที่คนคิดค้นขึ้นนั้น มีความเป็นไปได้น้อยกว่าการเกิดขึ้นในธรรมชาติ แต่ไม่มีใครรู้จัก ไม่มียาต่อต้าน ซึ่งทำให้เกิดระบาดออกไปในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคที่มีที่มาจากสัตว์ แล้วพัฒนาขึ้นกลายเป็นโรคระบาดร้ายแรงในมนุษย์

ตัวอย่างที่ชัดเจนของ “ดิซีสเอ็กซ์” ในกรณีนี้ก็คือ ไข้หวัดนก, ไข้หวัดหมู เรื่อยไปจนถึงเชื้อเอชไอวีที่ก่อให้เกิดโรคเอดส์ ซึ่งล้วนมาจากสัตว์และก่อนหน้านี้ไม่เป็นที่รู้จักกันมาก่อนทั้งสิ้น