20ปี “บราเดอร์ประเทศไทย” ก้าวต่อไปอย่างแข็งแกร่ง

19.03.18 | 10:15 น.

“บราเดอร์” อีกหนึ่งแบรนด์ที่ยังคงแข็งแกร่งอยู่ในตลาดไอทีของประเทศไทย และในปีนี้ บราเดอร์ก็มีอายุครบ 20 ปีแล้วสำหรับการเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ด้วยยอดขายที่ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็ท และเลเซอร์ จักรเย็บผ้า เครื่องพิมพ์ฉลาก และสแกนเนอร์

นายโทโมยูกิ ฟูจิโมโตะ กรรมการผู้จัดการบริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงภาพรวมความสำเร็จของปีงบประมาณ 2560 ที่จะจบในสิ้นเดือนมีนาคม 2561 นี้ว่า บราเดอร์คาดว่ามีอัตราการเติบโตที่ 6% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณก่อนหน้า โดยบราเดอร์สามารถสร้างการเติบโตในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์

สำหรับในกลุ่มอาเซียน 6 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย พบว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนยอดขายถึงสิ้นปีงบประมาณถึง 40% ของกลุ่ม ถือว่าเป็นอันดับ 1 และคาดว่าจะทำยอดรายได้โตขึ้นไม่ต่ำกว่า 6%

ส่วนภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา รวม 13 ประเทศ แต่ไม่รวมญี่ปุ่น พบว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 19% ซึ่งถือเป็นที่ 1 ของภูมิภาคเช่นกัน ดังนั้น ประเทศไทยจึงถือว่าเป็นประเทศที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับบราเดอร์

และในปีงบประมาณ 2561 บราเดอร์ก็คาดว่าจะโต 6% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2560 ผ่านกลยุทธ์ที่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลง 3 อย่าง ที่มีมา 2 ปีแล้วอย่างแรก คือ การปรับปรุงธุรกิจ ด้วยการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มคอร์ปอเรตมากขึ้น การใช้ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเพื่อกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น อย่างที่ 2 คือ การปรับปรุงกระบวนการทำงานของบราเดอร์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และอย่างที่ 3 คือการเพิ่มความรู้ความสามารถให้แก่พนักงานของบราเดอร์ให้มากยิ่งขึ้น

Advertisement

นายฟูจิโมโตะกล่าวถึงวิสัยทัศน์ทั้ง 3 อย่างของบราเดอร์ คือการสร้างยอดขายของบราเดอร์ให้เจริญเติบโตยั่งยืน การบริการลูกค้า และทำให้เป็นบริษัทที่ทุกคนอยากร่วมงานด้วย

นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงภาพรวมตลาดและการเติบโตของแต่ละผลิตภัณฑ์บราเดอร์ว่า จากตัวเลขของไอดีซี ภาพรวมของตลาดอิงค์เจ็ทในประเทศไทยจากมกราคมปี 2559 ถึงมกราคมปี 2560 เพิ่มขึ้นจาก 940,000 เครื่อง เป็น 980,000 เครื่อง หรือโตขึ้นราว 4% ในส่วนของอิงค์เจ็ทของบราเดอร์นั้น โตถึง 13% ขณะที่เลเซอร์พรินเตอร์ ของตลาดรวมลดลงจาก 310,000 เครื่อง เป็น 304,400 เครื่อง ลดลง 2% แต่ของบราเดอร์โตถึง 8%

สำหรับส่วนแบ่งตลาดของบราเดอร์ในช่วงเดียวกัน กลุ่มแรก โมโน เลเซอร์ มัลติฟังก์ชั่น บราเดอร์มีส่วนแบ่ง 37% เป็นอันดับ 1 ของตลาด ส่วนกลุ่มที่สอง คือกลุ่ม โมโน เลเซอร์ พรินเตอร์ มีส่วนแบ่ง 24% เป็นอันดับ 3 ของตลาด และสุดท้าย อิงค์เจ็ท มัลติฟังก์ชั่น แทงค์ มีส่วนแบ่ง 20% เป็นอันดับ 3 ของตลาด

ในส่วนของจักรเย็บผ้านั้น ตามปีงบประมาณของบราเดอร์โต 29% ซึ่งจะมีทั้งในส่วนของจักรเย็บผ้าตามบ้านกับจักรปัก โดยจักรเย็บผ้าตามบ้านเติบโตขึ้น เนื่องจากคนรุ่นใหม่ถูกปลูกฝังให้รู้จักผลิตสินค้าของตัวเอง ขณะที่จักรปักก็เติบโตขึ้นมาก โดยยอดขายในไทยสูงสุดในกลุ่มอาเซียน แซงหน้ามาเลเซีย เนื่องจากคนสนใจทำธุรกิจส่วนตัวกันมากขึ้น

สำหรับในปี 2561 นั้นนายธีรวุธกล่าวว่า จะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก เป็นการติดตามผลจากปี 2560 โดยบราเดอร์จะรุกคอร์ปอเรต ธุรกิจองค์กร และภาครัฐให้มากขึ้น จะมีการเพิ่มทีมคอร์ปอเรต เพิ่มโซลูชั่นต่างๆ เข้ามา และจะมีการขยายไปยังจังหวัดรอง 55 จังหวัด ตามที่รัฐบาลสนับสนุนหัวเมืองรอง ซึ่งบราเดอร์มองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการรุกเข้าไปยังจังหวัดรองเหล่านี้

ในส่วนของการรุกธุรกิจออนไลน์นั้น บราเดอร์พบว่า พฤติกรรมการซื้อของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปมาก ยอดขายออนไลน์ส่วนใหญ่โตขึ้นถึง 40% ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากซื้อหน้าร้านไปซื้อออนไลน์มากขึ้น โดยบราเดอร์จะเข้าไปร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ที่ปัจจุบันก็มีหน้าร้านออนไลน์กันอยู่แล้ว โดยจะช่วยสนับสนุนให้มากขึ้นตรงกลุ่มนี้

ด้าน นายวรศักดิ์ ประดิษฐ์กุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาบราเดอร์เองได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในด้านการสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า (The Best Customer Satisfaction Contact Center Award 2017) ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 พร้อมทั้งได้รับรางวัลใหญ่ คอนแทคเซ็นเตอร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2017 (The Best Contact Center of The Year 2017) จากการประกวดที่จัดโดย TCCTA (Thai Contact Center Trade Association)

บราเดอร์จึงได้ขยายองค์ความรู้ด้านงานบริการดังกล่าวสู่ภาคการศึกษาของไทย ด้วยการพัฒนาโครงการ The Academic Cooperation Program (โครงการความร่วมมือทางวิชาการ) เพื่อถ่ายทอดความรู้ในการซ่อมเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่น เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน โดยในปีที่ผ่านมา บราเดอร์ได้นำร่องโครงการดังกล่าวร่วมกับสถาบันการศึกษา 6 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี วิทยาลัยเทคนิคนครนายก วิทยาลัยสารพัดช่างปราจีนบุรี วิทยาลัยการอาชีพนครนายก วิทยาลัยเทคนิคบูรพาปราจีน และวิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรี และในปี 2561 บราเดอร์วางแผนที่จะขยายโครงการเพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยจะเพิ่มในภาคเหนือ 1 แห่ง ภาคอีสาน 1 แห่ง และภาคใต้อีก 1 แห่ง ซึ่งนักศึกษาที่ผ่านการอบรมในโครงการ The Academic Cooperation Program ครั้งนี้

นอกจากจะเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าทำงานในสถานประกอบการเมื่อจบการศึกษา นักศึกษาจะสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ เข้าร่วมกับโครงการ “Fix it Center” เพื่อช่วยซ่อมแซมอุปกรณ์ด้านไอทีให้แก่ชุมชนที่ใกล้เคียงสถานศึกษาต่อไป