นับว่าเป็นดาวเด่นบนเส้นทางสายดนตรีที่กำลังมาแรงสุดๆ
สำหรับ “นายกฤษฎา ชัยรัตนศักดิ์” หรือ “ปลื้ม” นักศึกษาชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะนักดนตรีแซกโซโฟนรุ่นใหม่ การันตีความสามารถด้วยรางวัลล่าสุดจากเวที “SET เยาวชนดนตรีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 20” ที่หนุ่มปลื้มลงแข่งขันถึง 2 รายการ คือ อัลโต้แซกโซโฟน และโซปราโนแซกโซโฟน
โดยคว้ารางวัลเหรียญเงินในประเภทอัลโต้แซกโซโฟน และเหรียญทองในประเภทโซปราโนแซกโซโฟน ซึ่งเป็นเหรียญทองเหรียญแรกในการแข่งขันเดี่ยวแซกโซโฟน คว้าไปครองได้สำเร็จด้วยอายุเพียง 20 ปี

มีคนกล่าวกันว่า แซกโซโฟนเป็นเครื่องดนตรีที่มักจะเล่นแบบอ่อนหวานนุ่มนวล หรือจะแผดให้แสบโสตประสาทก็ทำได้
และดูเหมือนว่าจะใช้บรรยายบุคลิกของหนุ่มปลื้มได้เป็นอย่างดี ด้วยบนเวทีแข่งขันอัลโต้แซกโซโฟน ปลื้มโชว์เทคนิคในโทน “นุ่มละมุน” ส่วนเวทีแข่งขันโซปราโนแซกโซโฟน ก็เล่นได้อย่าง “แพรวพราวและเผ็ดมันส์”
แต่กว่าจะถึงวันที่ได้รับรางวัล “เหรียญทอง” เป็นครั้งแรก คำว่า “เหรียญเงิน” ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ปลื้มเกือบล้มเลิกการเข้าแข่งขัน
“ก่อนหน้านี้ผมมีความคิดที่จะไม่ลงแข่งขันงาน SET ครั้งที่ 20 เพราะที่ผ่านมาผมร่วมแข่งแทบทุกปีตั้งแต่ก่อนเข้าเรียน ม.ปลาย โดย 2 ครั้งแรกไม่ได้รับเหรียญรางวัลเลย จากนั้นก็ลงสมัครมาเรื่อยๆ และได้รับรางวัลเหรียญเงินติดต่อกัน 4 ครั้งรวด ในการประกวด SET ครั้งที่ 16-19
ตอนนั้นผมคิดว่าทำไมไม่ได้เหรียญทองสักที ทั้งๆ ที่ก็พยายามปรับปรุง และพัฒนามาโดยตลอด เลยรู้สึกท้อครับ แต่ในที่สุดก็คิดว่าเป็นไงเป็นกัน ถ้าจะได้เหรียญเงินอีกปีก็ไม่เป็นไร เพราะอายุผมยังไม่มาก ยังลงสมัครได้ และในที่สุดก็ได้เหรียญทองแรกมาครอง” ปลื้มเล่าด้วยความภูมิใจ
เมื่อถามว่าวินาทีที่รับเหรียญทองตอนนั้นรู้สึกยังไง หนุ่มปลื้มตอบกลับทันทีว่า “ผมลืมเรื่องที่เคยท้อไปหมดเลย ตอนนั้นคือดีใจมาก เพราะทำสำเร็จแล้ว”

ทั้งนี้ สิ่งที่ทำให้ปลื้มประสบความสำเร็จมาจากการนำเอาข้อติชมจากคณะกรรมการมาพัฒนาตนเองตลอด เช่น เรื่องการเลือกเพลงที่ต้องเอื้อให้โชว์ดีขึ้น และได้แสดงทักษะความสามารถ ตลอดจนผู้ฟังทั่วไปสามารถเข้าถึงอารมณ์ของเพลงได้ และอีกส่วนที่สำคัญ คือ “ครอบครัว” ที่นอกจากจะคอยสนับสนุนมาโดยตลอดแล้ว ครอบครัวยังคอยผลักดันให้เขาได้เจอกับ “สิ่งที่ชอบ” และ “สิ่งที่ใช่” ด้วย
“ผมชอบดนตรีมาตั้งแต่เด็ก จำได้ว่า ตอนเรียนอยู่ ป.1 เห็นวงโยธวาทิตที่โรงเรียนมาบรรเลงเพลงตอนเคารพธงชาติทุกเช้าแล้วรู้สึกว่าคนตีกลองดูเท่มาก ที่บ้านจะมีกลองของเล่นอยู่ ผมก็ตีทั้งวัน จนคุณพ่อคุณแม่ถามว่าอยากเรียนจริงๆ ไหม ผมก็ตอบไปว่าอยากเรียน ท่านเลยพาไปหาครูที่โรงเรียนให้ช่วยสอน”
ปลื้มเล่าย้อนกลับไปถึงวัยเด็กที่ “กลองชุด” กลายมาเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกในสายดนตรี จนกระทั่งคุณแม่พบว่า ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มม. เปิดรับสมัครเข้าเรียนแต่ในขณะนั้นไม่มีหลักสูตรกลองชุดในระดับ ม.ปลาย ปลื้มจึงต้องเปลี่ยนเครื่องดนตรีเพื่อใช้ในการสอบเข้า
“ตอนแรกผมไม่รู้จักเลยว่าแซกโซโฟนเป็นยังไง แล้วคุณแม่พาไปสถาบันดนตรีที่สยามพารากอน เพื่อเลือกเครื่องดนตรีซึ่งขณะนั้นมีวงดนตรีกำลังแสดงอยู่ พอผมได้ฟังก็ชี้บอกแม่เลยว่าจะเล่นเครื่องดนตรีชิ้นนี้ เพราะเสียงเพราะดี” หนุ่มนักดนตรีเผยถึงจุดเริ่มต้นที่หลงใหลในเสียงของแซกโซโฟน
นอกจาก “พรสวรรค์” ที่มีแล้ว ปลื้มก็มุมานะใช้ “พรแสวง” ในการพัฒนาตนเอง ทั้งศึกษาหาความรู้เองและสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญ โดยไอดอลในดวงใจของเขาคือ “นายเศกพล อุ่นสำราญ” หรือ “โก้ มิสเตอร์ แซกแมน” นักประพันธ์เพลง และนักดนตรีแซกโซโฟนชั้นนำของเมืองไทย
“ผมมองว่าพรสวรรค์เป็นแค่ส่วนเล็กๆ เพราะไม่ว่าเรื่องอะไรต้องมีการฝึกซ้อม มีระเบียบวินัย และขยัน ไม่มีใครที่วาดรูปครั้งแรกแล้วสวยเลย หรือทำอาหารครั้งแรกแล้วอร่อยเลย สำหรับผมดนตรีได้เข้ามาเติมเต็มชีวิตในด้านใหม่ๆ ที่ไม่คิดว่าจะพบเจอมาก่อน” ปลื้มกล่าว และทิ้งท้ายถึงเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังเริ่มเล่นดนตรีว่า

“ไม่ต้องกลัวว่าจะยากหรือไม่ เพราะรับประกันได้เลยว่าทุกอย่างยากเหมือนกันหมด แต่อยู่ที่ว่าใจเราสู้ไหม ถ้าใจเราสู้ก็ไม่มีคำว่ายาก และที่สำคัญคือต้องมีระเบียบวินัยและความขยัน ฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าทุกอย่างจะเป็นไปไม่ได้ เพราะเดี๋ยวจะมีทางออกมาให้เราเห็นเอง” ปลื้มกล่าวทิ้งท้าย
อย่างไรก็ตาม หนุ่มนักดนตรีคนนี้ยังมีฝันที่จะก้าวไปเป็น “นักดนตรีแซกโซโฟนมืออาชีพ” ในอนาคต และฝันที่ว่าคงอยู่ไม่ไกลแล้ว เมื่อไอดอลในดวงใจอย่าง “โก้ มิสเตอร์ แซกแมน” ได้ชักชวนให้ไปเป็นครูสอนแซกโซโฟนที่สถาบันดนตรีของเขา จนตอนนี้หนุ่มปลื้มก็สอนจบไปหลายคอร์ส กลายเป็นขวัญใจของลูกศิษย์ที่มีทั้งเด็กเล็กไปจนถึงคุณตาคุณยาย
และนี่คืออีกหนึ่งหนุ่มที่ตามความฝันด้วยแรงพยายาม จนประสบความสำเร็จใน “สิ่งที่ชอบและสิ่งที่ใช่”

