คอลัมน์เดินไปในเงาฝัน : ปิดศูนย์การประชุม 3 ปี

25.03.18 | 16:51 น.

ไม่ทันที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 46 จะมีขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม – 8 เมษายน 2561 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ข่าวเรื่องการปิดปรับปรุง ซ่อมแซม ขยายพื้นที่ใหม่บริเวณศูนย์การประชุมก็ปูดขึ้น

แรกๆ นึกว่าไม่จริง

แต่พอเช็กข่าวจากหลายภาคส่วน ปรากฏว่าข่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงแน่นอนแล้วว่าหลังจากปลายปี 2561 เป็นต้นไป ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ปิดแน่นอน

ทั้งหมด 3 ปีด้วยกัน

Advertisement

คำถามจึงเกิดขึ้นว่าเขาจะทำอะไรต่อไป อย่างไร ?

ใครจะรับอานิสงส์ส้มหล่นครั้งนี้บ้าง ?

แล้วตลอด 3 ปี งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และงานมหกรรมหนังสือระดับนานาชาติที่เคยจัดเดือนตุลาคมจะไปใช้สถานที่ไหนในการจัดงาน ?

ประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่ 19-22 มีนาคม 2561 เขาลงข่าวละเอียดดังนี้ครับ

ศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล ผู้บริหารศูนย์ประชุม บอกว่า ปลายปี 2561 ปิดศูนย์ประชุมแน่นอน และล่าสุดได้ส่งหนังสือแจ้งให้ร้านค้า บริษัทออร์แกไนเซอร์ และลูกค้าทราบทั้งหมดแล้ว

โดยจะใช้เวลา 3 ปี เพื่อปิดปรับปรุงศูนย์ประชุมให้มีขนาดพื้นที่เพิ่มขึ้น เพราะจากเดิมรองรับลูกค้าเพียง 20,000 ตารางเมตร แต่หลังจากปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยจะรองรับลูกค้ามากถึง 70,000 ตารางเมตร เพื่อรับพื้นที่เพื่อการพาณิชย์ และที่จอดรถรวมไม่น้อยกว่า 1.8 แสนตารางเมตร

ซึ่งมูลค่าการลงทุนประมาณ 6,000 ล้านบาท

ทั้งนั้นเพื่อตอกย้ำให้ศูนย์ประชุมก้าวสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจสัมมนา และจัดนิทรรศการของภูมิภาคอาเซียน
นอกจากนั้น ในเนื้อหาของข่าวยังลงรายละเอียด กล่าวถึงเหตุผลในการลงทุนเพิ่มเติมว่าสาเหตุที่กล้าลงทุนถึง 6,000 ล้านบาท เพราะเขามีการแก้ไขสัญญาเช่าจากเดิม 25 ปี เป็น 50 ปีจากกรมธนารักษ์ และตอนนี้อยู่ระหว่างส่งคู่สัญญาเพื่อพิจารณา

ดังนั้น หากไม่มีข้อขัดข้องแต่อย่างใด กรมธนารักษ์จะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อเห็นชอบในลำดับต่อไป

ซึ่งฟังดูแล้วพอเข้าใจได้

เพราะศูนย์ประชุมตั้งอยู่กลางเมือง การเดินทางสะดวก แถมยังมีรถไฟฟ้าใต้ดินวิ่งผ่าน ดังนั้น ถ้าใครมาจัดงานที่นี่จึงค่อนข้างเป็นที่ชื่นชอบของคนมาร่วมงาน

โดยเฉพาะงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และงานมหกรรมหนังสือระดับชาติที่ทุกคนย่อมรู้จัก และไม่เฉพาะแต่เหล่าบรรดาหนอนหนังสือเท่านั้น หากเยาวชน พ่อแม่ผู้ปกครองก็ต่างต้องตามใจลูกเพื่อพามาซื้อหนังสืออ่าน

แต่เมื่อไม่มีศูนย์ประชุม อานิสงส์จะตกกับใครต่อไป ?

ตอบแบบไม่คิดอะไรคงเป็นศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา และอิมแพค เมืองทองธานี เพราะทั้ง 2 แห่งน่าจะรองรับงานใหญ่ๆ ขนาดพื้นที่มากกว่า 20,000 ตารางเมตรขึ้นไปได้

ดังนั้น เมื่ออ่านจากข่าวก็เป็นเรื่องจริง เพราะ ปนิษฐา บุรี ผู้บริหารระดับสูงของไบเทค บางนา ออกมายอมรับว่าตอนนี้เริ่มมีลูกค้าบางส่วนเริ่มย้ายสถานที่จัดงานจากศูนย์ประชุมมาที่ไบเทคบ้างแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสหพัฒน์ที่จัดงาน สินค้าดี เครือสหพัฒน์ รับตรุษจีนŽ เมื่อต้นปี 2561 ผ่านมา ทั้งยังจะมีงานสหกรุ๊ปแฟร์อีกในช่วงของกลางปีนี้ รวมถึงรายอื่นๆ ที่เริ่มติดต่อเข้ามาเพิ่มเติม

อันไปสอดคล้องกับ พอล กาญจนพาสน์ ผู้บริหารระดับสูงของอิมแพค เมืองทองธานี ก็ออกมายอมรับในลักษณะเดียวกันว่าตอนนี้เริ่มมีลูกค้าติดต่อเข้ามาบ้างแล้ว แต่เราเองมีลูกค้าประจำที่จองพื้นที่กับเรามาตลอดทั้งปี 2561 รวมเบ็ดเสร็จประมาณ 900 งาน

ดังนั้น เมื่อมีการปิดศูนย์ประชุมจึงเชื่อแน่ว่าน่าจะมีลูกค้าแห่มาใช้ที่นี่กันค่อนข้างมาก

เพราะช่วงผ่านมาเรามีการก่อสร้างทางเดินเชื่อมจากโรงแรมไอบิสกับอาคารอิมแพค ฮอลล์ 8 เพื่อรองรับลูกค้าที่จอดรถกลางแจ้งบริเวณด้านหลัง ให้สามารถเดินเข้าอาคารได้สะดวก

โดยส่วนนี้จะแล้วเสร็จราวเดือนกรกฎาคม 2561

ทั้งยังมีแผนที่จะลงทุนเพิ่มอีก 600 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์การค้าเดอะ พอร์ทอล แหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหาร ฟู้ดส์คอร์ต เอาต์เล็ตแบรนด์ชั้นนำไว้บริการลูกค้าอีกด้วย

ฉะนั้น จึงเชื่อแน่ว่าอิมแพค เมืองทองธานี น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับลูกค้า ที่จะทำให้ตัดสินใจได้ไม่ยาก เพราะอย่างน้อยเมื่อมาจัดงานที่นี่ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้กิน เดิน เที่ยว จนทำให้คนที่มางานไม่เกิดความเบื่อหน่าย

ทั้งๆ ที่อิมแพค เมืองทองธานี อยู่ไกลจากกลางเมืองพอสมควร

รถไฟฟ้าก็ไม่มี

แถมรถยังติดมโหฬาร

จึงทำให้หลายคนขยาด ไม่กล้าที่จะไป

แต่สำหรับไบเทค บางนา แม้จะอยู่ไกลไปบ้าง แต่สำหรับคู่ค้า ลูกค้า และประชาชนที่อยู่ฝั่งตะวันออกอาจจะชอบก็ได้ เพราะสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าถึงที่เลย

ตรงนี้จึงกลายเป็นจุดแข็งของไบเทค

แต่สำหรับผู้ที่จัดงานประจำคงต้องชั่งน้ำหนักอีกที เหมือนอย่างสมาคมสมาคมผู้จัดพิมพ์ และผู้จำหน่ายแห่งประเทศไทย (PUBAT) ซึ่งมี สุชาดา สหัสกุล เป็นนายกสมาคม ทั้งยังเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และงานมหกรรมหนังสือระดับนานาชาติ

ซึ่งเดิมทีเคยใช้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

แต่พอต้องปิด 3 ปีในการปรับปรุง เธอ และคณะกรรมการสมาคมจึงต้องมองหาสถานที่ใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาทางศูนย์ประชุมให้ค่าเช่าในราคาถูก เพราะผู้บริหารศูนย์ประชุมเป็นพาร์ทเนอร์ไปในทางเดียวกันด้วย
สมาคมจึงขายบูธให้สำนักพิมพ์ต่างๆ ในราคาค่อนข้างถูก

แต่สำหรับไบเทค บางนา และอิมแพค เมืองทองธานี ค่าเช่าพื้นที่สูงกว่ามาก ตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่สมาคมผู้จัดพิมพ์ค่อนข้างคิดเยอะ เพราะสมาชิกในสมาคมมีมากว่า 479 บริษัท พวกเขาคงอยากรู้ก่อนว่าทางสมาคมผู้จัดพิมพ์จะพาไปจัดงานที่ไหน

ไกลมากไปก็ไม่ดี

ใกล้มาก แต่สิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้เดินทางมาน้อยก็ไม่คุ้ม

ที่สุด สุชาดาŽ จึงมองทางเลือกใหม่ไปยังศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ และที่อื่นๆ แต่กระนั้น ต้องขอมติที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมอีกที เพราะเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องถึงการจัดงานทั้งหมด 6 ครั้ง ภายใน 3 ปี

เราได้ เขาต้องได้ด้วย

หาไม่เช่นนั้นสำนักพิมพ์ต่างๆ คงไม่เห็นด้วย

เรื่องนี้น่าติดตามนะครับ

จึงนำมาเล่าให้ฟังเสียก่อน