ถ้าเราต้องเลือกเพื่อนร่วมงานคนใหม่มาร่วมทีม เราอยากได้คนที่อัธยาศัยดีและน่ารักหรือคนเก่งและไหวพริบดีมากกว่ากัน เอาเข้าจริงแล้วความอยากของเราไม่ได้สำคัญมากไปกว่าประโยชน์ที่จะเกิดแก่ทีมค่ะ ที่ทำงานทุกแห่งอยากได้คนใหม่ที่เข้ามาแล้วสามารถทำงานร่วมกับทีมได้ พูดคุยสื่อสารเข้าใจ ฉลาดในการเรียนรู้งานและมีความสามารถมากพอที่จะทำให้งานประสบความสำเร็จ ทั้งหมดนี้คือคุณสมบัติด้านดีที่มองหาจากผู้สมัคร ถ้ามองในทางกลับกันเราควรจะคัดคนแบบไหนออกไปมากกว่ากันระหว่างคนที่อัธยาศัยไม่ดี สื่อสารก็ไม่ค่อยได้เรื่อง หรือคนไม่ฉลาดที่งานเก่าก็ไม่เดิน งานใหม่ก็ไม่ได้ ถ้าถามผู้บริหารองค์กรคงอยากคัดประเภทหลังออกแน่ๆ แล้วในชีวิตจริงคนประเภทใดกันแน่ระหว่างคนอัธยาศัยดีกับคนเก่งที่จะช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จได้มากกว่า
คุณสุภาพสตรีท่านหนึ่งจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำมาได้ 4 ปีแล้ว และผ่านการเปลี่ยนที่ทำงานมา 2 รอบ ตอนนี้เธออยู่ในช่วงเริ่มงานแห่งที่ 3 แห่งแรกเป็นบริษัทใหญ่โตมั่นคงที่ตั้งใจรับเธอเข้าไปเพราะเธอจบจากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงด้วยผลการเรียนดี แต่เมื่อเข้าไปทำงานเธอไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ เธอมองว่าคนที่แก่กว่าและทำงานมานานกว่ายังฉลาดน้อยกว่าเธอจึงไม่สบอารมณ์นักเวลารุ่นพี่มาสอนงาน แย่กว่านั้นคือเธอเก็บสีหน้าและน้ำเสียงไม่ได้เลย ถ้าไม่พอใจก็จะแสดงออกอย่างชัดเจน ผ่านไปหลายปีความสัมพันธ์ของเธอกับเพื่อนร่วมงานก็แย่ลงเรื่อยๆ จนเริ่มมีผลกระทบกับงานเพราะเพื่อนร่วมงานคนอื่นไม่ยินดีช่วยเหลือเธอ ไม่ยอมช่วยประสานงานหรือแม้แต่แลก OT ผู้บริหารเรียกเธอไปสอบถามเนื่องจากเธอได้รับการร้องเรียนจากลูกค้าเรื่องงานช้า ซึ่งเธอก็อธิบายได้ว่าปัญหาไม่ได้เกิดที่ขั้นตอนของเธอแต่เกิดจากเพื่อนร่วมงานคนอื่นซึ่งไม่ยอมพูดคุยกับเธอให้ดีเอง (และเธอก็ไม่ยอมคุยกับเพื่อนร่วมงานคนนั้นด้วย) ทีนี้เรื่องที่เธอมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานจึงแดงออกมา
“หนูคิดว่าเขาไม่ชอบหนู หนูก็เลยไม่ชอบเขาด้วย ถึงเขาพูดกับหนูดีๆ แต่หนูรู้ว่าเขาเฟคเพราะสุดท้ายก็ไปนินทาลับหลัง หนูคิดว่ามีอะไรก็พูดตรงๆ เลยดีกว่า เพราะยังไงหนูก็เป็นฝ่ายถูกอยู่แล้ว”
“หมอเห็นว่าคุณเป็นคนทำงานเก่ง แล้วคุณเคยปรึกษาคุณแม่ไหมว่าทำไมทั้งที่คุณทำงานเก่งแต่เพื่อนร่วมงานกลับไม่ให้การยอมรับแถมยังนินทาลับหลังด้วย”
“ก็หนูเป็นคนหน้าดุค่ะ หนูเฟคยิ้มไม่เป็น แล้วหนูคิดว่างานของหนูไม่จำเป็นต้องยิ้มเพราะติดต่อลูกค้าผ่านโทรศัพท์ แค่แก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ก็พอ”
หลังพบกันหลายครั้งเธอก็ยอมอ่อนลงบ้าง เริ่มเข้าไปพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานหรือซื้อขนมไปฝากบ้างแต่สุดท้ายความสัมพันธ์ก็ไม่กลับมาดี ความฉลาดไม่ช่วยให้เธอทำงานที่นี่รอด แต่ช่วยในการทำงานแห่งที่ 3 ค่ะ เธอเรียนรู้แล้วว่าต้องยิ้ม ต้องพูดกับคนอื่นดีๆ และต้องยอมเสียเปรียบช่วยเหลือคนอื่นบ้าง ยืดหยุ่นบ้าง ในที่สุดความฉลาดในการเรียนรู้และปรับตัวก็ช่วยเธอได้
ไปดูภาพยนตร์เอาใจเด็กและคนชอบหุ่นยนต์ Pacific Rim: Uprising มา ก็พบว่าค่านิยมของเด็กรุ่นใหม่คือต้อง เกรียน ค่ะ เรื่องนี้กล่าวถึงอดีตนักขับหุ่นยนต์ เจค ซึ่งผันตัวไปเป็นหัวขโมยจนกระทั่งถูกจับมาให้เป็นครูฝึกนักขับรุ่นใหม่ และ นามานิ เด็กสาวอายุสิบกว่าปีที่สามารถสร้างหุ่นยนต์ของตัวเองได้ ทั้งสองคนนี้มีความเก่งและฉลาดแต่ไม่สามารถอยู่ร่วมในสังคมหรือทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่นได้ดีนัก ด้วยเหตุผลว่าเถรตรงและปากเสียเหลือเกิน ถ้าอัธยาศัยดีเป็นปัจจัยที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จได้จริง ทีมนี้ก็ควรจะล้มเหลวแต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น ทั้งสองคนกลายเป็นเกรียนที่ดีของทีมซึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทีมยอมรับคือความสามารถของทั้งสอง แบบนี้เราจะสรุปได้ไหมว่าสุดท้ายคนเก่งก็จำเป็นกับทีมมากกว่าคนอัธยาศัยดี
งานวิจัยของ ศ.โปรโต ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Political Economy ตั้งคำถามว่าการเป็นคนอัธยาศัยดีเป็นสมาชิกที่ดีของทีมจริงหรือ ถ้าเราวัดว่าสมาชิกที่ดีจะทำให้ทีมประสบความสำเร็จ คนส่วนใหญ่ชอบคนอัธยาศัยดี มีมโนธรรม และใจกว้าง เพราะคนเหล่านี้ทำให้เราจินตนาการว่าคงทำงานร่วมกับเราได้เป็นอย่างดีแน่ๆ แต่ผลการวิจัยบอกว่าไม่แน่เสมอไปค่ะ ผู้วิจัยให้อาสาสมัครเล่นเกมที่ต้องมีการร่วมมือกันเพื่อให้ได้เงิน ผลพบว่าคนที่มีสติปัญญา (IQ) สูงกว่ามีแนวโน้มจะชนะและได้เงินมากกว่าในแต่ละรอบโดยเฉลี่ยเพราะคนเหล่านี้เมื่อถึงเวลาที่ต้องประสานงานกับคนในทีม เขาจะเรียนรู้และปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ได้ดี ส่วนคนมโนธรรมสูงมักประสบปัญหาระมัดระวังการกระทำของตัวเองมากเกินไปจนไม่สามารถประสานงานกับคนในทีมได้ดีพอ ผู้วิจัยจึงสรุปว่าคนเก่งทำให้ทีมประสบความสำเร็จมากกว่าในแง่ที่คนกลุ่มนี้สามารถประมวลข้อมูล เรียนรู้จากประสบการณ์ และปรับตัวได้ดีกว่านั่นเอง
ดังนั้น หนังของชาวเกรียนที่ประสบความสำเร็จและเพื่อนรักในตอนจบจึงต้องมีฉากการเติบโตของเหล่าเกรียนเสมอ เขาจะมีวุฒิภาวะมากขึ้นจากความผิดพลาดที่ประสบแล้วปรับปรุงตัวเองให้ได้ก่อนจบเรื่อง บางทีการศึกษาในปัจจุบันอาจไม่ต้องเน้นสอนให้เป็นคนดีมากเท่าสอนให้เก่งในการเรียนรู้จากประสบการณ์และปรับตัวให้เข้ากับสังคมให้ได้ค่ะ

