เครือข่ายเพื่อนกะเทยฯ ลงพื้นที่จับตาเกณฑ์ทหาร เผยเคารพสิทธิแต่งเซ็กซี่ ลดสายตาจับจ้อง ชุดสุภาพดีกว่า

2.04.18 | 16:12 น.

เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่หอประชุมโรงเรียนวัดราชสิทธาราม แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหน่วยตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ เขตบางกอกใหญ่ มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ ร่วมกับ มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และภาคีเครือข่าย ร่วมลงพื้นที่สังเกตการณ์กลุ่มกะเทยเกณฑ์หทาร ในการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2561 ซึ่งมียอดชายไทยต้องมารายงานตัวประมาณ 400 กว่าคน ยอดรับเป็นทหารเกณฑ์ 48 คน

โดย จันทร์จิรา บุญประเสริฐ ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเครือข่ายได้ขอความร่วมมือกองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ให้ช่วยประชาสัมพันธ์กับน้องๆกลุ่มกะเทยที่ได้รับหมายเรียก ให้ไปตรวจสุขภาพในโรงพยาบาลที่กองทัพรับรอง เพื่อนำในรับรองแพทย์มาขอรับการยกเว้น เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีเพศภาวะไม่ตรงกับเพศกำเนิด รวมถึงขอให้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทหารในหน่วย จะต้องให้เกียรติและไม่คุมคามทางเพศ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือดีระดับหนึ่ง

ขณะเดียวกันปีนี้เราได้ขยายเครือข่ายจัดทีมลงพื้นที่สังเกตการณ์การเกณฑ์ทหารในหลายจังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ลพบุรี สงขลา ภูเก็ต เชียงใหม่ ตรัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างการเกณฑ์ทหารปีที่ผ่านมา ที่พบกะเทยจากจังหวัดอุดรธานีหลุดเข้าไปจับใบแดงต้องไปเกณฑ์ทหาร หรือกระเทยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ถูกระบุใน สด.43 ว่าเป็นกลุ่มคนจำพวก 4 คือกลุ่มพิการทุพพลภาพ และที่ยังมีถ้อยคำระบุว่า ‘โรคจิต’ ซึ่งกฎหมายปัจจุบันไม่ให้ใช้คำดังกล่าวแล้ว โดยเหล่านี้เราได้ช่วยเหลือจนเสร็จสิ้นหมดแล้ว

จันทร์จิรากล่าวอีกว่า ส่วนที่เลือกลงพื้นที่หน่วยนี้เป็นหน่วยแรก เนื่องจากพบน้องๆกะเทยมักมีปัญหาที่หน่วยนี้ทุกปี แต่ปีนี้กลับออกมาดีเกินคาด จากการสังเกตการณ์ที่พบมีน้องกะเทยมารายงานตัวประมาณ 7 คน ทุกคนได้พิจารณาได้ใบสด.43 ระบุเพศภาวะไม่ตรงกับเพศกำเนิดหมดเลย ทั้งคนที่มีใบรับรองแพทย์และไม่มีใบรับรองแพทย์มา การจัดสถานที่ก็โอเค มีแบ่งพื้นที่ชัดเจน มีเก้าอี้ให้นั่งรอทั้งผู้ชายและกลุ่มกะเทย มีห้องรับตรวจโรคที่มิดชิด ขณะที่สถานการณ์ภาพรวม ทีมสังเกตการณ์ในต่างจังหวัดจะทยอยรายงานสถานการณ์เข้ามา เราก็จะค่อยๆรวบรวมข้อมูลและแก้ปัญหากันไป

อย่างไรก็ตาม ฝากถึงน้องๆกะเทยที่ถูกหมายเรียก แต่ไม่ได้ขอใบรับรองแพทย์มา ให้ไปที่หน่วยตรวจเลือกตามวันและเวลาที่กำหนด อย่าไปกลัว เพราะเข้าไปแล้วจะมีขั้นตอนการตรวจโดยแพทย์ที่หน่วยตรวจเลือกอีกครั้ง หรือหากตรวจไม่ผ่านเพราะไม่ได้เปลี่ยนแปลงร่างกายมา แล้วเข้าสู่การจับสลากได้ใบแดงต้องไปเกณฑ์ทหาร ก็ยังสามารถยื่นคำร้องที่สัสดีอำเภอ/จังหวัดที่แจ้งรับหมายเรียกภายใน 30 เมษายนนี้ เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการชั้นสูง จากนั้นจะถูกส่งมาตรวจกับจิตแพทย์ เมื่อผ่านก็นำเรื่องขอปลดต่อไปได้

Advertisement

 

ขณะที่ เจษฎา แต้สมบัติ ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ช่วงนี้จะเริ่มเห็นปรากฏการณ์ข่าว กะเทยแต่งตัวเซ็กซี่ไปเกณฑ์ทหาร เนื่องจากหากแต่งตัวมิดชิดจะถูกมองเป็นผู้ชาย จึงต้องการบ่งบอกเพศ ซึ่งเราก็เคารพการตัดสินใจ แต่ก็อยากแนะนำให้น้องๆกะเทยใส่ชุดสุภาพ อย่างหากยังอยู่ระหว่างเรียน ก็ให้ใส่ชุดนิสิตนักศึกษามา หากอยู่นอกระบบการศึกษาให้ใส่ชุดสุภาพ อาทิ เสื้อเชิ้ตกระดุมหน้า กางเกงขายาวมา เพื่อสามารถเคลื่อนไหวสะดวก และลดสายตาจับจ้อง

ด้าน เอกวิทย์ โทคะ อายุ 23 ปี พร้อม ฐิติพงศ์ อินทร์ประเสริฐ อายุ 20 ปี และเกล (ไม่ประสงค์เปิดเผยตัวตน) ซึ่งนำใบรับรองแพทย์มา กล่าวร่วมกันภายหลังได้ใบสด.43 ระบุเพศภาวะไม่ตรงกับเพศกำเนิดว่า เพราะทำการบ้านมาดี จึงไปขอใบรับรองแพทย์มาตั้งแต่เนิ่นๆ มาวันนี้จึงมั่นใจและไม่กังวล มาถึงก็ได้รับการต้อนรับดี พี่ๆเจ้าหน้าที่ไม่พูดจาแทะโลม อาจมีบางคนที่ถามเป็นนัยๆว่าทำไมแต่งตัวมิดชิดจัง ซึ่งเพราะพวกเราเคารพในสถานที่ราชการ และอยากเป็นแบบอย่างว่ากะเทยก็แต่งตัวเรียบร้อยได้

ส่วนราชานนท์ เล่าศิลา อายุ 21 ปี ซึ่งไม่ได้เตรียมใบรับรองแพทย์มาด้วย กล่าวว่า ตอนแรกก็กลัวมาก เพราะไม่มีใบรับรองแพทย์มา แต่ก็ไม่คิดหนี จนถูกเรียกชื่อเข้าไปตามลำดับ ได้พบแพทย์ประจำหน่วยตรวจเลือก เขาประเมินจากสภาพภายนอก ก็ประเมินให้อยู่ในจำพวกเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด ซึ่งทำให้โล่งใจมาก อย่างไรก็ตาม แนะนำเพื่อนๆและน้องๆ ให้ไปขอใบรับรองแพทย์ให้ถูกต้อง อย่ามาเสี่ยงเอาดาบหน้าแบบตน

รชานนท์-ฐิติพงศ์-เอกวิทย์
ห้องลับตรวจโรค
เจษฎา แต้สมบัติ
จันทร์จิรา บุญประเสริฐ