ดร.สุเมธเปิดใจหลังรับโล่ประกาศเกียรติคุณผู้สูงอายุแห่งชาติ ปี2561

เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการเป็นประธานเปิดงาน “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2561” ภายใต้แนวคิด “เตรียมพร้อมทุกวัย สู่สังคมผู้สูงอายุยุคใหม่ที่มั่นคง” ว่า เนื่องในวันที่ 13 เมษายนของทุกปีเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ จึงมีการจัดงานนี้ขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของผู้สูงอายุ โดยได้มอบหมาย พม.โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายในการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ตามแนวทางประชารัฐ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นสังคมสูงอายุ อาทิ การจ้างงานผู้สูงอายุพร้อมลดหย่อนภาษีให้แก่สถานประกอบการ การสร้างที่พักอาศัยพร้อมสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ การบูรณาการระบบบำเหน็จบำนาญเพื่อผู้สูงอายุ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ภาคเอกชนที่ประกอบการเกี่ยวกับการจัดสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ และการส่งเสริมการประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงการจัดระบบสวัสดิการ และการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ

ขณะที่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวภายหลังรับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณผู้สูงอายุแห่งชาติ พ.ศ. 2561 จากพล.อ.ฉัตรชัยว่า ตนโชคดีที่ได้มีโอกาสทำ บางคนอยากทำดีและทำประโยชน์ แต่โอกาสไม่ให้ ตนมีชีวิตแปลกประหลาดไปเรียนต่างประเทศมาเพื่อหวังเป็นทูตเป็นอะไรที่โก้หรู ปรากฏว่าได้มาอยู่สภาพัฒน์ ตอนนั้นเป็น 8 เดือนที่ไม่ได้ทำงานที่สภาพัฒน์แต่ต้องทำงานเรื่องความมั่นคง ไปอยู่ป่าพื้นที่สีแดงรอบประเทศถึง 11 ปี ทุกก้าวย่างที่ไปไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น จะเหยียบระเบิดหรือโดนซุ่มยิงกลางทาง ก็กลัวนะ แต่ก็ทำมาตลอด 11 ปี เพราะถือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ ในฐานะเป็นคนไทย เป็นข้าราชการ ทุกคนปฏิเสธหน้าที่รับผิดชอบไม่ได้ ตนโชคดีเมื่อเสร็จศึกปี 2524 ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการกปร.ทำให้มีโอกาสถวายงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และถวายต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 35 ปี

ดร.สุเมธ กล่าวอีกว่า พระองค์สอนทุกอย่างโดยทรงทำให้ดู ซึ่งทรงสอนเพียง 3 ประโยคสำคัญคือ “มองทุกอย่างที่ฉันทำ” คือพระองค์ไม่สอนแต่ให้มองทุกอย่างที่พระองค์ทำ “จดทุกอย่างที่ฉันพูด สรุปทุกอย่างที่ฉันคิด” คือทุกจังหวะต้องคิดถึงปัจจุบัน อย่าลืมบทเรียนในอดีตด้วยการทำบันทึก และมุ่งไปสู่อนาคต ก็เหมือนการเดินเข้าไปสู่ความสูงอายุ ต้องการหรือไม่ต้องการก็ต้องเดินไป ซึ่งเคล็ดลับของผู้สูงอายุที่ได้รับจากพระองค์มาคือ “อย่าหยุดทำงาน” จะหาเรื่องอะไรทำต่อไปก็ได้

“จึงอยากฝากไปถึงทุกคนว่า จะอายุขนาดไหนให้ทำงานต่อไป อย่านึกว่างานเสร็จ งานแก้ไขปัญหาแผ่นดิน งานแก้ปัญหาของบ้านเมือง งานแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และที่อยู่รอบๆตัวเรา มันไม่มีวันเสร็จ ตราบใดที่โลกยังเต็มไปด้วยมนุษย์ซึ่งเป็นผู้สร้างและทำลาย ฉะนั้นขณะที่สร้างไปด้วย ทำลายไปด้วย เราก็ต้องไปแก้ไขสิ่งที่เราทำลายอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการแก้ไขการสร้างนั้นไม่มีอายุ วันไหนหมรี่ยวแรงแล้ว สังขารไม่เอื้อจะเป้นวันที่รู้ว่าเราต้องหยุดแล้ว แต่ตราบใดที่วันนั้นยังมาไม่ถึง ขอฝากว่าพวกเราจะทำเพื่อแผ่นดินที่เป็นของเรา รอบตัวเป็นญาติมิตรของเรา แล้วต้องนึกถึงอนาคตตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 รับสั่งไว้ด้วย การพัมนาที่ยั่งยืน รักษาแผ่นดินวันนี้ เพื่อให้ลูกเราได้อยู่ต่อ รักษาต่อไปจนอยู่ไม่รู้จบ ตนจะรักษาความสูงอายุที่มีคุณภาพต่อไป และฝากน้องๆที่จะตามมาเป็นผู้สูงอายุ ให้เตรียมตัวตั้งแต่บัดนี้ ระหว่างที่อยู่ อยู่ให้สง่า และตายอย่างสงบ” ดร.สุเมธ กล่าว

 

บทความก่อนหน้านี้กรุงศรี ออโต้ คว้ารางวัล ICT Awards จากสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA)
บทความถัดไปเรียกผู้ชุมนุม”คนอยากเลือกตั้ง” ส่งฟ้องศาล (ชมคลิป)