เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นายวรวิทย์ ตันวุฒิบัณฑิตย์ ปราชญ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านดาราศาสตร์ไทยและที่ปรึกษาหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า “ดาวพฤหัสบดีจะอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี ในช่วงรุ่งเช้าวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 เวลาประมาณ 07.10 น. ที่ระยะทางประมาณ 658 ล้านกิโลเมตร หรือ 4.40 หน่วยดาราศาสตร์

“วันดังกล่าว ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏบนท้องฟ้ายาวนานตลอดคืน ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ตกดินจนถึงรุ่งเช้า สว่างสุกใส สังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีค่าความสว่างปรากฏประมาณ -2.5 (ความสว่างปรากฏของดวงจันทร์เต็มดวงประมาณ -12.6) และหลังจากนี้เรายังสามารถชื่นชมความสวยงามของดาวพฤหัสบดีได้จนถึงเดือนกันยายน
“ดาวพฤหัสบดีอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Jupiter Opposition) หมายถึง ตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ โลก และดาวพฤหัสบดี เรียงอยู่ในเส้นตรงเดียวกัน มีโลกอยู่ตรงกลาง จึงเป็นตำแหน่งที่ใกล้โลกที่สุด นอกจากนี้การที่ดาวพฤหัสบดีอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ หมายถึงเมื่อดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ดาวพฤหัสบดีก็จะโผล่พ้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออก และจะปรากฏบนท้องฟ้าให้เรายลโฉมเป็นเวลายาวนานตลอดทั้งคืน จนถึงดวงอาทิตย์ขึ้นในเช้าวันถัดไป

“ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 ดาวพฤหัสบดีจะขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณกลุ่มดาวคันชั่ง (Libra) ตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) สามารถสังเกตเห็นดาวพฤหัสบดีด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจนในทุกพื้นที่ของประเทศไทย และจะตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เวลาประมาณ 06.00 น. ในเช้าวันที่ 10 พฤษภาคม 2561
“โดยในการชมปรากฏการณ์ ที่จะเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่เวลา 20.00 น.เป็นต้นไป แต่ถ้าจะให้ดีก็เกือบใกล้ๆเที่ยงคืน สำหรับในวันที่ 9 พ.ค.เป็นวันที่เราสามารถเห็นเข็มขัดเมฆ เห็นเมฆที่ปรากฏอยู่บนดาวพฤหัสบดีอย่างชัดเจนถ้าชมผ่านกล้องดาว
“และข้อสำคัญเราจะเห็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่าสุริยุปราคาบนดาวพฤหัสบดีได้ด้วยเวลานั้น ซึ่งอยากให้ประชาชนทุกท่านนักเรียนนักศึกษาได้พบประสบการณ์ดีๆ ขอให้มาสังเกตการณ์ที่หอดูดาวฉะเชิงเทรา หอดูดาวภูมิภาคตะวันออกใกล้กรุงเทพฯที่สุด” นายวรวิทย์กล่าว
และกล่าวต่อไปว่า “ดาวพฤหัสบดี เป็นดาวที่กาลิเลโอได้ใช้กล้องส่องจนพบ พร้อมดาวบริวาร 4 ดวง เราจะเห็นดาวบริวารทั้ง 4 ดวงของดาวพฤหัสบดีนั้นเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ได้ ในระยะเวลาไม่นานซึ่งน่าสนใจมาก เห็นความเปลี่ยนแปลงของดาวบริวารขนาดยักษ์ทั้ง 4 ที่เห็นชัดเจน และสามารถสังเกตได้ด้วยกล้องดูดาว ประกอบไปด้วยไอโอ (Io) ยูโรปา (Europa) แกนิมีด (Ganymead) และคัลลิสโต (Callisto) ซึ่งเป็นดาวบริวารของดาวพฤหัสบดีที่ใหญ่และสังเกตได้ด้วยกล้องขนาดเล็กดังนั้นวันที่ใกล้โลกที่สุดเราจึงสามารถสังเกตดาวขนาดนี้ได้ดีที่สุดด้วย
“ขอเชิญชวนทุกท่านให้มาดูชม แล้วจะได้เห็นจุดแดงใหญ่ ที่เรียกว่าตาพายุของดาวพฤหัสบดีในวันนั้น ด้วยกล้องดูดาวขนาดใหญ่ของหอดูดาวฉะเชิงเทรา เริ่มเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป ใกล้เที่ยงคืน เราถึงจะปิดบริการ”
หอดูดาวฯที่ได้เตรียมตั้งกล้องดูดาวรวม 7 ตัว ให้ท่านได้รับชมหลายขนาด ให้เพียงพอต่อความต้องการเฉพาะประชาชนที่จะเข้ารับชม และหากสังเกตด้วยกล้องสองตา หรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก จะเห็นดวงจันทร์บริวารหลักทั้ง 4 ดวงของดาวพฤหัสบดี หรือที่เรียกว่า ดวงจันทร์ของกาลิเลียน (Galilean Moons) ได้แก่ ไอโอ (Io) ยูโรปา (Europa) แกนิมีด (Ganymead) และคัลลิสโต (Callisto) รวมถึงแถบเมฆบนดาวพฤหัสบดีได้อีกด้วย หากใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีหน้ากล้องตั้งแต่ 8 นิ้ว กำลังขยายตั้งแต่ 50 เท่าขึ้นไป จะมองเห็นจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดี (Great Red Spot) ได้อย่างชัดเจน ซึ่งคืนวันที่ 9 พฤษภาคม จะสังเกตเห็นจุดแดงใหญ่ได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00-20.00 น. และจะปรากฏอีกครั้งในเวลาประมาณ 02.00-06.00 น. ของวันที่ 10 พฤษภาคม 2561
นอกจากการสังเกตการณ์ดาวพฤหัสบดีที่ใกล้โลกที่สุดในรอบปีแล้ว วันดังกล่าวยังมีปรากฏการณ์สุริยุปราคาบนดาวพฤหัสบดีให้ได้ติดตามกันด้วย โดยดวงจันทร์ยูโรปาจะโคจรผ่านหน้าดาวพฤหัสบดี เกิดเป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาบนดาวพฤหัสบดี ในช่วงเวลาประมาณ 18.20-20.36 น. นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าติดตาม
และระหว่างรอชมปรากฏการณ์ มีห้องนิทรรศการดาราศาสตร์ซึ่งท่านสามารถสังเกต-เข้าใจการเกิดเมฆบนดาวพฤหัสบดี และพร้อมกันยังมีท้องฟ้าจำลองเปิดให้ประชาชนทุกท่านได้เข้าชมในภาพยนตร์เรื่องระบบสุริยะ” นายวรวิทย์กล่าวในที่สุด
ด้าน ด.ช.พล ซื่อวัฒนากูร อายุ 10 ปี โรงเรียนสาธิต มศว กล่าวว่า “ได้มาชมดาวพฤหัสบดีผ่านกล้องโทรทัศน์ ได้เห็นดาวบริวารทั้ง 4 คือ ไอโอ (Io) ยูโรปา (Europa) แกนิมีด (Ganymead) และคัลลิสโต (Callisto) พร้อมมองเห็นดาวพฤหัสบดีของจริงอย่างสวยงาม ก่อนหน้าเคยเห็นแต่ในคอมพิวเตอร์ในชั้นเรียนเท่านั้น”

