มหัศจรรย์การ์ตูน การอยู่อย่างมีความหมาย โดย : วินิทรา นวลละออง

13.05.18 | 13:39 น.

มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ป่วยหลายท่านที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป หลายคนในจำนวนนี้คิดถึงการฆ่าตัวตายเพื่อจบชีวิตตัวเองด้วย บางคนแม้ไม่อยากลงมือฆ่าตัวตายแต่ก็ไม่อยากตื่นขึ้นมาตอนเช้าเพื่อจะพบกับชีวิตที่มีปัญหา อยากหลับไปเลยโดยไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีก เพราะสำหรับเขาแล้วการตื่นนอนก็เหมือนการเผชิญกับความทุกข์ไร้ที่สิ้นสุด

นักศึกษาสาวคนหนึ่งอาการซึมเศร้าดีขึ้นหลังได้รับยาแก้ซึมเศร้าค่ะ ครั้งล่าสุดเธอมาด้วยสีหน้าไม่ดีเท่าไรและบอกว่าอาการกลับแย่ลงไปอีก สาเหตุคือเธอตั้งครรภ์โดยไม่ได้วางแผนและสุดท้ายต้องยุติการตั้งครรภ์ไป เหตุการณ์นี้ทำให้เธอรู้สึกผิดต่อตัวเองเพราะรู้สึกเหมือนฆ่าคนที่ไม่มีความผิดไปคนหนึ่ง รู้สึกผิดต่อพ่อแม่เพราะทั้งสองท่านอุตส่าห์ช่วยเหลือดูแลหลังจากเธอพยายามกินยาเกินขนาดเพื่อฆ่าตัวตายเมื่อปีก่อนและรู้สึกผิดต่อแฟนที่ทำให้แฟนลำบากดูแลเธอ

“หนูรู้สึกผิดต่อทุกคน คิดว่าตัวเองได้รับโอกาสให้มีชีวิตอยู่อีกครั้งแล้วแท้ๆ แต่กลับทำให้ทุกคนผิดหวัง หนูคิดอยากตายทุกวันตั้งแต่ยุติการตั้งครรภ์ ไม่รู้จะอยู่ต่อไปทำไม อยู่ไปก็มีแต่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน”

“แล้วหนูคิดจะทำยังไงต่อไปคะ”

“หนูซื้อของมาเตรียมไว้แล้วค่ะ คิดว่าถ้าทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็จะตายดีกว่า”

Advertisement

“ของอะไรคะ”

“น้ำยาล้างห้องน้ำ”

“หมอเข้าใจในความรู้สึกผิดและเศร้าของหนูแต่หมอขอพูดอะไรสักนิด อย่างแรกคือถ้าหนูไม่ตาย น้ำยาล้างห้องน้ำจะทำให้ร่างกายของหนูมีปัญหาในระยะยาวได้ อย่างที่สองคือหมอมีคนไข้หลายคนที่รู้สึกสิ้นหวังจนอยากตายและหลายคนคิดฆ่าตัวตาย วิธีนี้ทำให้หนูหายเศร้าได้ก็จริงแต่หมอคิดว่าเรามีวิธีอื่นให้เลือกนอกจากตาย ยาช่วยได้ค่ะ”

เธอยังดูเศร้ามากและร้องไห้ไม่หยุด ดูสับสนและไม่รู้ว่าควรจะต้องใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรดี

“หมอขอเสนอให้เราแบ่งงานกันทำไหมคะ งานของหมอคือรักษาหนูให้อาการเศร้าและความทรมานของหนูดีขึ้น ให้หนูกินได้ นอนหลับ ไปเรียนได้ ส่วนงานของหนูคือค้นหาว่าในช่วงเวลานี้หนูมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร บางคนก็เพื่อเรียนให้จบแล้วได้งานดีๆ บางคนก็เพื่อคบกับแฟนและสร้างครอบครัว บางคนก็เพื่อดูแลพ่อแม่ ลองหาอะไรสักอย่างที่ทำให้รู้สึกดีกับการมีชีวิตอยู่”

เธอก็ยังดูกังวลมากแต่เชื่อว่าเธอจะไม่ตายค่ะเพราะเธอบอกได้ว่าสิ่งที่อยากทำต่อจากนี้คือไปเรียนภาษาซึ่งเป็นสิ่งที่เธอชอบมานานแล้ว อย่างน้อยก็เป็นความหมายเล็กๆ ของชีวิตที่ทำให้เธอยังมีแรงใช้ชีวิตในแต่ละวันค่ะ

การ์ตูนเรื่องหนึ่งมีพล็อตน่าสนใจมากเกี่ยวกับความหมายของการมีชีวิตอยู่ “Tendouke Monogatari” (เรื่องเล่าของตระกูลเทนโด) โดยไซโต้ เคน นักเขียนการ์ตูนผู้หญิงแนวน่ารักสายดาร์กค่ะ เรื่องนี้กล่าวถึงญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เด็กสาวชาวบ้านคนหนึ่งช่วย “รัน” หญิงสาวตระกูลขุนนางที่กำลังจะถูกส่งตัวไปเป็นเจ้าสาวตระกูลเทนโด เธอไม่อยากไปเพราะมีข่าวลือว่าใครก็ตามที่เข้าตระกูลต้องสาปแห่งนั้นจะไม่มีวันได้กลับมาทั้งที่มีชีวิต สาวน้อยนางเอกจึงอาสาปลอมตัวเป็นเจ้าสาวในวันส่งตัวและคิดจะลอบหนีออกจากตระกูลในภายหลัง เสียดายที่เธอโดนจับได้ค่ะ คุณชายบ้านเทนโดถามว่าทำไมเธอจึงยอมเอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยงแทนคนไม่รู้จัก เธอตอบได้น่าสนใจว่าเธอเป็นเด็กกำพร้าที่ได้รับการเลี้ยงดูโดยชายชราคนหนึ่งซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นานก่อนหน้านี้ ดังนั้นตอนนี้เธอจึงไม่เหลือสิ่งใดให้ติดค้างกับโลกนี้อีก เธอต้องการตายแต่ไม่อยากฆ่าตัวตายจึงคิดเพียงว่าจะขอตายเพราะช่วยเหลือคนดีกว่า ดังนั้นความต้องการ “ช่วยเหลือคนจนตัวตาย” จึงเป็นความหมายของการมีชีวิตอยู่ที่ย้อนแย้งกันแต่มันเวิร์กสำหรับเธอค่ะ

ถ้าเรานึกถึงใครสักคนที่อาจจะไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วเพราะไม่รู้ว่าจะอยู่เพื่ออะไร เราคงนึกถึงผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตมาเต็มที่จนอยากพักผ่อนแล้ว มีงานวิจัยโดยอาร์ลีเนอร์ เทอร์เนอร์ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sleep Science and Practice บอกว่าการพบความหมายของชีวิตช่วยให้เรานอนหลับได้ดีด้วยนะคะ คุณเทอร์เนอร์ศึกษาในผู้สูงอายุ 60-100 ปี จำนวน 825 คน โดยสอบถามคุณภาพการนอนและความมุ่งหมายของชีวิตแล้วติดตามต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี

ผลพบว่าคนที่ใช้ชีวิตอย่างมีความมุ่งหมาย (sense of purpose) มีโอกาสเกิดโรคหยุดหายใจขณะนอนหลับลดลง 63% และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคขากระตุกขณะนอนหลับลง 52% ซึ่งทั้งสองโรคนี้พบได้บ่อยในผู้มีปัญหาการนอน ผู้วิจัยจึงสรุปว่าการค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ช่วยให้ผู้สูงอายุหลับเป็นปกติได้โดยไม่ต้องพึ่งยาค่ะ

และสำหรับวัยรุ่น ความหมายของการมีชีวิตอยู่ยังช่วยให้เราฟื้นตัวจากความทุกข์ได้เร็วอีกด้วย หมายถึงเมื่อทุกข์ถึงจุดต่ำสุดของชีวิตก็จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วเหมือนลูกบอลตกพื้นแล้วกระเด้งกลับขึ้นมาได้ ไม่ใช่ไข่ที่ตกแล้วก็แตกอยู่ที่พื้น