รัฐโรดไอแลนด์ เล็งออกกฎหมาย ห้ามพ่อแม่ทิ้งลูกไว้ในรถ หรือในบ้านตามลำพัง

ภาพจาก www.salon.com

ขนาดผู้ใหญ่บางคนเวลาเจอสถานการณ์คับขัน ยังคิดไม่ออก ยังเอาตัวรอดไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับเด็กเล็กๆ อายุยังไม่ถึง 8 ขวบ หรือ 10 ขวบที่จะสามารถคิดหาทางเอาตัวรอด หากเกิดเหตุร้าย หรือเหตุการณ์คับขันระหว่างถูกพ่อแม่ทิ้งไว้ในรถ หรือในบ้านตามลำพัง

เรื่องที่พ่อแม่ ผู้ปกครองอาจคิดว่า “แค่ประเดี๋ยว” คงไม่เป็นไรหรอก ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมน่าเศร้าใจมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง อย่างที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ย้อนไปเมื่อปี 2544 ก็เคยมีข่าวเด็กทารกวัย 6 เดือนเสียชีวิต หลังจากถูกทิ้งอยู่ในรถตามลำพังท่ามกลางอากาศร้อน กระทั่งเป็นสาเหตุให้รัฐแคลิฟอร์เนีย ออกกฎหมายเอาผิดใครก็ตามที่ทิ้งเด็กไว้ในรถตามลำพัง และปัจจุบันตามรัฐต่างๆ กว่า 12 รัฐในสหรัฐอเมริกา ก็มีการออกกฎหมายลักษณะเดียวกันนี้

ล่าสุดก็มีข่าวว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติรัฐโรดไอแลนด์ ก็กำลังหารือกันถึงการออกร่างกฎหมายลงโทษพ่อแม่ที่ทิ้งลูกอายุต่ำกว่า 7 ขวบอยู่ในรถยนต์ตามลำพัง ทั้งยังมีการเสนอให้มีร่างกฎหมาย “ห้าม” พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือใครก็ตามทิ้งเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบอยู่บ้านตามลำพัง และเด็กอายุมากกว่านั้นอยู่บ้านตามลำพังในยามวิกาลด้วย

ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะในการหารือกันครั้งนี้ ยังมีการพูดกันถึงการออกกฎหมายที่ครอบคลุมไปถึงการห้ามโรงเรียนเตรียมอนุบาลปล่อยเด็กออกไปเล่นกลางแจ้งในช่วงที่อากาศหนาวจัด มีอุณหภูมิลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็งอีกด้วย

ภาพจาก homecaprice.com
ภาพจาก homecaprice.com

ทั้งนี้จากข่าวเล่าว่า นี่เป็นความพยายามหนล่าสุดของฝ่ายนิติบัญญัติรัฐโรดไอแลนด์ หลังจากพยายามผลักดันให้มีร่างกฎหมายนี้มาหลายปี หลังจากที่เห็นว่าหลายรัฐในสหรัฐอเมริกาต่างมีร่างกฎหมายลักษณะนี้ออกบังคับใช้แล้ว แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมาถูกกลุ่มพ่อแม่ ผู้ปกครอง พยายาม “สกัด” มาตลอด โดยว่าคนเป็นพ่อแม่ย่อมรู้ดีว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ

“คุณไม่สามารถจะมาออกกฎหมายบัญญัติเรื่องการเป็นพ่อแม่ และคุณก็ไม่สามารถจะมาออกกฎหมายบัญญัติถึงเรื่องสามัญสำนึก” รีมา ทอมก้า คุณแม่ลูกสาม ในเมืองโพรวิเดนซ์ รัฐโรดไอแลนด์บอก ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ฉันเป็นชาวบ้านคนหนึ่งในย่านที่พักอาศัยหลายพื้นที่ ที่ลูกๆ ของเราสามารถวิ่งเล่นได้อย่างอิสระ พวกเขาต่างรู้ขอบเขตของพวกเขา และเราก็เฝ้าดูพวกเขาอยู่”

ไม่ใช่แค่กลุ่มพ่อแม่ ผู้ปกครองเท่านั้น ประเด็นนี้ยังมีกลุ่มนักวิจารณ์ที่ออกมาติงว่า การมีกฎหมายออกมาบังคับอาจส่งผลเสีย อย่างเช่น อาจสร้างความร้าวฉานภายในครอบครัว และอาจส่งผลกระทบ สร้างความลำบากให้แก่ “พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว” ที่ไม่มีเงินพอจะนำลูกไปฝากไว้ในสถานที่รับเลี้ยงเด็ก

“ถ้ามีกฎหมายนี้ออกมา มันจะกลายเป็นว่า เรากำลังลงโทษคนที่ไม่มีต้นทุน ไม่มีความพร้อมพอที่จะเป็นพ่อแม่ที่คอยเฝ้าดูแลลูกๆ ได้อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา เราทำราวกับว่าพ่อแม่แบบนี้คือเรื่องจำเป็น ทั้งที่จริงแล้วไม่ใช่” ลีนอร์ สเกนาซี คอลัมนิสต์ชาวนิวยอร์ก และเจ้าของบล็อกดังฟรี Free-Range Kids ให้ความเห็น

ภาพจาก cornishmutual.azurewebsites.net
ภาพจาก cornishmutual.azurewebsites.net

ขณะที่ฝ่ายสมาชิกนิติบัญญัติรัฐโรดไอแลนด์ที่สนับสนุนร่างกฎหมายนี้ให้เหตุผลว่า พวกเขาแค่ต้องการอยากให้รัฐไรดไอแลนดมีกฎหมายลักษณะนี้เหมือนกับรัฐอื่นๆ ในการป้องกันเด็กให้ปลอดภัยจากพ่อแม่ที่ไร้ความรับผิดชอบ

วิลเลียม วาลาสก้า สมาชิกสภานิติบัญญัติรัฐโรดไอแลนด์ ที่เสนอให้มีกฎหมาย “โฮม-อโลน” ที่มีการกำหนดอายุเด็ก ซึ่งบทลงโทษสามารถส่งผลกระทบถึงสิทธิการเลี้ยงดูเด็ก หากผู้ใดฝ่าฝืน ให้ความเห็นถึงความสำคัญที่ควรมีกฎหมายนี้ว่า “เรามีเด็กๆ ที่ถูกทิ้งอยู่บ้านตามลำพังมาตลอด ซึ่งมันอันตราย คุณลองคิดดูสิว่า หากพวกเด็กไปเปิดกล่องกระดาษที่มีสารเคมีอยู่ในนั้น มันจะเกิดอะไรขึ้น”

ทั้งนี้ จากข่าวว่า ที่รัฐอิลลินอยส์มีกฎหมาย “ห้าม” ทิ้งเด็กอยู่บ้านตามลำพังตั้งแต่ช่วงปี 1990 ขณะที่ปัจจุบัน แอมเบอร์ โรลลินส์ ผู้อำนวยการคิดส์ แอนด์ คาร์ ( Kids and Cars) ซึ่งรณรงค์ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นหากทิ้งเด็กไว้ในรถตามลำพัง ซึ่งมีตั้งแต่เด็กอาจเสียชีวิตจากอากาศร้อนจัด หรือรถถูกโจรกรรม บอกว่า มี 19 รัฐที่มีกฎหมายห้ามทิ้งเด็กอยู่ในรถตามลำพัง “ที่จริงเรารู้สึกว่า ทุกรัฐควรจะมีกฎหมายนี้”

สำหรับที่รัฐโรดไอแลนด์ก็ต้องรอดูต่อไปว่า จะสามารถผลักดันกฎหมายนี้สำเร็จหรือไม่?

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon