เป็นความกังวลใจของผู้หญิงหลายคน ที่เมื่อตรวจพบว่าตัวเองเป็น “โรคภายในผู้หญิง” ที่แม้จะไม่ร้ายแรงเท่าโรคมะเร็ง แต่ก็เป็นโรคที่ “บั่นทอน” คุณภาพชีวิตไม่น้อย
โดยโรคที่พบมากเป็นอันดับแรก คือ เนื้องอกในมดลูก อันดับ 2 คือ ซีสต์รังไข่ และสุดท้าย เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ซึ่งสมัยก่อนหากเป็น 3 โรคนี้ ผู้หญิงจะมีความกังวล
กังวลที่เป็นโรคก็แย่แล้ว ยิ่งถ้าใครต้องรักษาด้วยการ “ผ่าตัดเปิดหน้าท้อง” ยิ่งทุกข์ใจ เพราะผ่าตัดแต่ละครั้งเปิดหน้าท้อง 10-12 เซนติเมตร ใช้เวลาพักฟื้นนานถึง 2 สัปดาห์ ทำให้ต้องลางาน สูญเสียรายได้ แถมยังมีรอยแผลเป็นทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าไปตลอดชีวิตอีก
แต่ด้วยเทคโนโลยีการรักษาที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถพิชิตโรคภายในผู้หญิงได้ด้วยการ “ผ่าตัดผ่านกล้อง” ที่ไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบเดิมอีกต่อไป

พญ.หยิงฉี หวัง สูติ-นรีแพทย์ด้านการผ่าตัดผ่านกล้อง โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า การผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็กทางนรีเวช (Minimal Invasive Surgery หรือ MIS) เป็นวิธีการผ่าตัด โดยการเจาะรูเล็กๆ ขนาด 5-10 มม. จำนวน 3-5 รูขึ้น (อยู่กับโรคที่กำลังรักษา) เสียเลือดน้อย สามารถช่วยลดภาวะแทรกซ้อน หรือการติดเชื้อ ทั้งยังฟื้นตัวเร็ว 1-2 วันก็สามารถกลับบ้านได้ และใช้ชีวิตปกติได้ใน 1 สัปดาห์
“การผ่าตัดผ่านกล้อง แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว เป็นเทคโนโลยีที่คนไข้ได้รับประโยชน์สูงสุด อย่างเนื้องอกในมดลูก ไม่ว่าจะมีขนาดใหญ่แค่ไหนก็สามารถผ่าตัดผ่านกล้องได้ โดยที่ผ่านมาวงการแพทย์พบเนื้องอกในมดลูกที่ใหญ่ที่สุดในโลกขนาด 35 ซม. หนัก 6 กก. และเพื่อความปลอดภัย ปัจจุบันมีการนำเอาเนื้องอกออกด้วยการใส่ถุงปั่นให้มีขนาดเล็กก่อน แล้วค่อยๆ ดึงออกมา เพื่อให้มั่นใจว่า ถ้าเป็นเนื้อร้ายจะได้ไม่มีการแพร่กระจายของเนื้องอก ซึ่งแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมากเพียง 5-10 มม.”
“จึงเรียกได้ว่า เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็กทางนรีเวชเข้ามาช่วยให้คุณภาพชีวิตผู้หญิงดีขึ้น” พญ.หยิงฉี หวัง กล่าว ก่อนแนะทิ้งท้ายว่า การมาพบแพทย์เพื่อตรวจภายในและอัลตราซาวด์เป็นประจำทุกปี จึงมีความสำคัญกับผู้หญิงทุกๆ คน หากตรวจพบความผิดปกติ ควรรีบรักษา”
ซึ่งแม้จะเป็นโรคร้าย แต่ก็ “คลายกังวล” ลงไปได้มาก ด้วยเทคโนโลยีทางการรักษาที่ล้ำสมัย ซึ่งปัจจุบันทุกโรงพยาบาลชั้นนำทั้งรัฐและเอกชนใช้การผ่าตัดผ่านกล้องในการรักษาโรคภายในผู้หญิงทั่วประเทศไทยแล้ว


