เมื่อวานนี้มีนักศึกษาสาวคนหนึ่งมาพบตามนัดค่ะ ครั้งที่แล้วเธอประสบปัญหาทางบ้าน คุณแม่ของเธอป่วยทำให้ภาระการเงินของเธอตกอยู่กับพี่สาวซึ่งก็เพิ่งมีลูกเล็ก เธอกังวลหลายเรื่องตั้งแต่ปัญหาการเรียนซึ่งสอบตกหลายวิชาเนื่องจากโรคซึมเศร้าที่ยังไม่ได้รับการรักษาจนอาจจะต้องออกจากมหาวิทยาลัยหากสอบตกอีก เรื่องค่าใช้จ่ายประจำเดือนที่ต้องลดลงก็ทำให้เครียดเหมือนกัน วันนี้เธอมาพบพร้อมกับอาการซึมเศร้าที่ดีขึ้นแล้ว จึงมีเวลาได้คุยเรื่องวิธีคิดและการใช้ชีวิตของเธอค่ะ
“เรื่องที่บ้านตอนนี้ก็ทำใจได้แล้วค่ะ ห่วงเรื่องเรียนเท่านั้นเอง ที่จริงถ้าสอบไม่ตกก็จะไม่โดนรีไทร์แล้วสอบที่ผ่านมาก็ทำได้พอผ่าน”
“หมอฟังดูแค่สอบไม่ให้ตกไม่น่าเป็นเรื่องยากสำหรับหนูตอนนี้นะคะ อาการโรคซึมเศร้าก็หายแล้ว ดังนั้นหนูก็สามารถอ่านหนังสือได้ปกติแล้ว”
“ที่เครียดคือสอบครั้งที่ผ่านมาอ่านเยอะมาก พยายามมากกว่าทุกครั้งแล้วก็รู้สึกว่าทำข้อสอบได้ดีด้วย แต่คะแนนออกมาแค่เกิน 60 นิดหน่อยเท่านั้นเอง ที่จริงหนูก็ไม่ควรเครียดเพราะเพื่อนคนอื่นที่คะแนนน้อยกว่านี้เขาก็ดูไม่ได้เครียดมากเท่านี้แต่มันรู้สึกไม่ดีที่พยายามมากแค่ไหนคะแนนก็ไม่ดีขึ้นกว่านี้เลย”
เธอพูดด้วยสีหน้าเครียดและหงุดหงิดค่ะ ที่จริงแล้วตอนมัธยมปลายเธอเรียนเก่งมาก สอบได้คะแนนดีโดยแทบไม่ต้องอ่านหนังสือ สอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้เรียนในคณะและมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แต่ความทุกข์คือชีวิตไม่ได้ง่ายอย่างที่คาดหวัง
“หนูไม่ได้คิดว่าการรีไทร์คือการล้มเหลว แค่คิดว่าถ้าหนูไม่ได้เรียนที่นี่ก็ต้องไปเรียนที่อื่น อาจจะเรียนมหาวิทยาลัยที่แย่กว่านี้ แล้วก็จะไม่มีสิทธิเข้าทำงานในบริษัทใหญ่ๆ ชั้นนำ ชีวิตหนูถึงจะไปล้มเหลวตอนนั้น พอคิดเรื่องนี้ก็เครียดจนอ่านหนังสือไม่ได้เลย”
“หมอคิดว่าหนูกังวลไกลเกินไป แบบนี้จะไม่มีสมาธิกับหนังสือ หนูเคยลองนั่งสมาธิหรือสวดมนต์เวลาจิตใจว้าวุ่นบ้างไหมคะ”
“หนูไม่ได้นับถือศาสนา”
“แล้วเวลาเครียดมากๆ เรื่องการเรียนหนูทำยังไงเพื่อผ่อนคลาย”
“ก็ต้องอ่านหนังสือให้มากขึ้น ถ้าสอบผ่านก็จะไม่เครียด”
“หมอเห็นว่าหนูลองใช้วิธีนั้นไปแล้ว มันไม่ผิดนะคะ แต่มันไม่เวิร์กเพราะสอบผ่านแล้วก็ยังเครียดอยู่ ถ้าหนูไม่นับถือศาสนา หนูก็ลองใช้กระบวนการที่เพิ่มพลังทางสปิริชวลที่ไม่เกี่ยวกับศาสนาดูไหมคะ อย่างนั่งสมาธิ เจริญสติ”
เธอดูสนใจค่ะแต่ก็ยังไม่รับปากว่าจะทำ คาดว่าเพราะเธอใช้ชีวิตด้วยการพึ่งพาความสามารถและความอึดของตัวเองมาตลอด ที่ประสบความสำเร็จเข้าเรียนในคณะดีๆ ได้ก็มาจากความเหนื่อยยากของเธอเอง เรื่องพลังใจจึงเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับคนที่พึ่งพาพลังกายอย่างเธอ
พลังใจในทางจิตวิญญาณ (spiritual power) ปัจจุบันเชื่อว่าเป็นคนละเรื่องกับกิจกรรมทางศาสนาค่ะ ความที่มีการพูดถึงจิตวิญญาณในเชิงศาสนามาตลอดจึงทำให้เกิดความสับสน จากนิยามในงานวิจัยของมิลเลอร์และคณะ นักวิจัยจากสถาบัน Spirituality Mind Body Institute ในนิวยอร์ก เขาต้องการทดสอบแนวคิดนี้ว่าการฝึกฝนทางจิตวิญญาณ (spiriyual practices) กับการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนา (religious pratices) น่าจะเกิดผลแตกต่างกันในระดับสมอง การฝึกฝนทางจิตวิญญาณในงานวิจัยนี้ทำโดยให้อาสาสมัครอธิบายสถานการณ์ที่ทำให้ตนรู้สึก “เชื่อมโยง” กับพลังบางอย่างที่ยิ่งใหญ่เหนือตัวเรา เช่น รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับมหาสมุทรหรือภูเขา ซึ่งอาจได้มาจากการจินตนาการถึงความรู้สึกเชื่อมโยงหรือจากการรับรู้ความรู้สึกภายหลังออกกำลังกายหรือเล่นโยคะ อาจเป็นความรู้สึกภายหลังการนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ก็ได้ ผลพบว่าสมองส่วน parietal lobe ซึ่งมีหน้าที่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นภายในตัวเราและผู้อื่นจะทำงานลดลงเมื่อทำปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนา ในระหว่างที่ทำงานเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดพลังทางจิตวิญญาณซึ่งส่งผลให้อารมณ์และความเครียดได้รับการปรับเข้าสู่ระดับสมดุล ดังนั้นจึงเชื่อว่าการฝึกฝนให้เกิดพลังทางจิตวิญญาณจะช่วยลดความเครียดและอาการซึมเศร้าได้
แอนิเมชั่นที่ได้รับรางวัลจาก Japan Media Arts Festival ปี 2012 ประเภทการ์ตูนสั้น (6 นาที) เรื่อง “Futon” (ผ้านวมแบบญี่ปุ่นที่นุ่มและอุ่นมาก) โดยมิสุชิริ โยริโกะ อาจช่วยให้เราเชื่อมโยงกับสิ่งของที่เรียบง่ายรอบตัวได้อย่างเช่นผ้าห่มค่ะ ผู้สร้างนำเสนอความรู้สึกสบายตัวในช่วงกำลังจะตื่นนอนตอนเช้าด้วยการใช้การเคลื่อนไหวของเส้นการ์ตูนอย่างนุ่มนวล พูดถึงความรู้สึกที่ได้กอดผ้านวมนุ่ม กลิ่นหอมของกาแฟแตะจมูกยามเช้า ความนุ่มของข้าวซูชิที่ละลายในปาก เปรียบเทียบไปถึงความรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้เห็นขนมเค้กหรือการมีเพศสัมพันธ์ สุดท้ายก็ย้อนกลับมาสู่ความสบายจากการม้วนผ้านวมเป็นหมอนข้างแล้วกอด เป็นแอนิเมชั่นที่ทำให้รู้สึก “เชื่อมโยง” กับสิ่งรอบตัวและเกิดพลังทางจิตวิญญาณขึ้นได้หลังดูจบเลยค่ะ
การทำใจให้สงบไม่จำเป็นต้องเกิดจากกิจกรรมทางศาสนาเท่านั้นค่ะ เพียงแค่ลดความหมกมุ่นอยู่กับความคิดที่เกี่ยวกับตัวเองแล้วหันไปรับรู้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับสิ่งรอบตัว มีสติอยู่กับปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับธรรมชาติรอบข้าง ก็จะเกิดพลังทางจิตวิญญาณขึ้นและส่งผลให้ใจสงบลดความเครียดได้ค่ะ

