เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ CEO of SPCG ได้รับเกียรติจาก สถาบันพลังงานระหว่างประเทศ(IEA) กล่าวบรรยายเรื่องปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนา โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เชิงพาณิชย์แห่งแรกของประเทศไทยว่า เมื่อปี 2010 หลังจากที่รัฐบาลไทยได้ออกนโยบายรับซื้อไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์แล้ว แต่เนื่องจากสถาบันการเงินและนักลงทุนยังขาดความเข้าใจ และความเชื่อมั่น ต้องใช้เวลาในการสร้างความเชื่อมั่น ต้องหาทุนโดยการขายทรัพย์สินเพื่อมาใช้เป็นทุน ต้องใช้การค้ำประกันส่วนตัวในการกู้เงินจากธนาคาร ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมมาร่วมลงทุนในโครงการที่ 1 จนกระทั่งสามารถพัฒนาโครงการแรกสำเร็จเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2010 และผลการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ดีกว่าที่ธนาคารคาดหวังไว้ จึงสามารถทำการพัฒนาโครงการที่ 2-36 ต่อได้ ทั้งนี้ต้องมีการระดมทุนโดยนำ SPCG เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กู้เงินเป็นทุน เชิญ International Finance Corporation, World Bank เข้าร่วมเป็นผู้ให้การสนับสนุนทางด้านการเงินทั้งในรูปแบบเงินลงทุนและเงินกู้ สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทั้งนักลงทุนและสถาบันการเงิน

ดร.วันดี กล่าวว่า จากโครงการที่ 1 ด้วยอัตราหนี้สินต่อทุนที่ร้อยละ 60/40 เป็นร้อยละ 75/25 ในโครงการที่เหลือและมีสถาบันการเงินร่วมสนับสนุนถึง 7 แห่ง สุดท้านทีการออก บอนด์ ขนาด 16,500 ล้าน เพื่อชำระหนี้แก่ธนาคารทั้งจำนวน ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI)ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และลด 50%อีก 5 ปีจากปีที่ 9-14 ในช่วงการพัฒนาโครงการ SPCG ช่วยสร้างงานกว่า 20,000 แรงงาน ขณะก่อสร้าง และกว่า 1,000 แรงงานในช่วงเวลาอีก 25 ปี อีกทั้งยังช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สู่ชั้นบรรยากาศกว่า 200,000 ตัน/CO2/เทียบเท่า จากผลความสำเร็จดังกล่าวสร้างความเชื่อมั่นแก่รัฐบาลโดยมีการกำหนดแผนการใช้พลังงานหมุนเวียนและทดแทน กว่า 30% ของการใช้พลังงานทั้งหมดในประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน คาดว่าจะมีแผนการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนและพลังงานทดแทน กว่า 1 ล้านล้านบาทในอีก 20 ปีข้างหน้า



