4 กับดัก ‘ทำลาย’ อนาคตชาติ ‘หายนะ’ ใกล้ตัวเด็ก เยาวชน

4 กับดัก 'ทำลาย' อนาคตชาติ 'หายนะ' ใกล้ตัวเด็ก เยาวชน

4 กับดัก ‘ทำลาย’ อนาคตชาติ ‘หายนะ’ ใกล้ตัวเด็ก เยาวชน

ยังอยู่ในบรรยากาศวันเยาวชนแห่งชาติ ช่วงนี้นอกจากจะได้เห็นเด็กและเยาวชนทั่วประเทศออกมาเคลื่อนไหวทำกิจกรรมรณรงค์แล้ว ยังเป็นโอกาสรับรู้ความต้องการ รวมถึงปัญหาอุปสรรคที่พวกเขาประสบอยู่ เพื่อให้ทุกภาคส่วนช่วยแก้ไข

อย่าง 4 ปัญหาใหญ่ ที่เด็กและเยาวชนไทยกำลังเผชิญอย่างท้าทาย ถูกสะท้อนผ่านเรื่องเล่าประสบการณ์ ในงานเสวนา “ปัจจัยเสี่ยง…หายนะใกล้ตัวเด็ก เยาวชน” จัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายเยาวชน เช่น เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก ณ โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพฯ

นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวเปิดงานว่า จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2560 เรื่องพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชน อายุ 15-19 ปี พบมีแนวโน้มการดื่มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 11 ในปี 2544 เป็นร้อยละ 13.6 ในปี 2560 การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังนำไปสู่ปัญหาต่างๆ เช่น การใช้ความรุนแรง ส่วนเด็กแว้น เรา เด็กและเยาวชนต้องประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน เฉลี่ย 13 คนต่อวัน ต้องพิการ 7 คนต่อวัน พาหนะส่วนใหญ่คือ รถจักรยานยนต์

ขณะที่ปัญหาการพนัน พบว่าเยาวชนเล่นพนันกว่า 3.6 ล้านคน ร้อยละ 28 ระบุอยากเล่นพนันออนไลน์ และปัญหาล่วงละเมิดทางเพศ พบผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่คือ วัยนักเรียน นักศึกษา อย่างไรก็ตาม จากปัญหาดังกล่าว สะท้อนสถานการณ์กับดักเยาวชนได้ชัดเจน ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องจริงจังแก้ไข

การแสดงเปิดงาน
การแสดงเปิดงาน
การเสวนา

ในงานเปิดโอกาส 4 เยาวชนผู้เคยติดกับ มาถ่ายทอดประสบการณ์ ส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยความไม่รู้ เผชิญปัญหาไม่มีใครช่วย สุดท้ายลงเอยด้วยความเจ็บปวด

เริ่มที่ ข้างกาย เอรียาสกุล จากเหยื่อถูกละเมิดทางเพศในวัยเด็ก เก็บงำความช้ำใจมาตลอด กระทั่งปัจจุบันเป็นนักต่อสู้และคอยให้คำปรึกษาผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ผ่านเพจเฟซบุ๊กKhangGuy-ผู้หญิงที่ชื่อข้างกาย เล่าว่า ดิฉันถูกล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เรื่อยมาจนถึง 18 ปี จากผู้ร้ายที่มากระทำ 16 คน ในจำนวนนี้ 15 คน เป็นคนใกล้ชิดที่ดิฉันรู้จักทั้งสิ้น มีเพียงคนเดียวเจอตามท้องถนนมาข่มขืน ฉะนั้นคำสอนที่บอก “ไม่ให้ไว้ใจคนแปลกหน้า” ควรเปลี่ยนเป็น “อย่าไว้ใจใคร” เพราะจากประสบการณ์ยืนยันว่า คนที่มีหน้าที่การงานดี ดูรักเด็ก ซื้อของขวัญให้เด็ก กอดหอมเรา ดูเมตตา สุดท้ายก็เป็นผู้ร้ายได้

“ต้องโทษระบบการศึกษา ระบบครอบครัว ที่ไม่สอนเพศศึกษา เพราะหากสอน เช่น สอนเด็กเล็กให้รู้ว่าอะไรคือของสงวน อย่าให้ใครมาจับของสงวน ถ้าถูกจับแล้วต้องทำอย่างไร ที่ผ่านมาพอไม่สอน เราก็ไม่รู้ว่าที่มาจับอย่างนี้ นิ้วล้วงตรงนี้ คือล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ใช่ความเอ็นดู

ขณะเดียวกัน อยากชวนสังคมมาเปลี่ยนทัศนคติเมื่อเจอข่าวข่มขืน แล้วตั้งคำถามเหยื่อว่า แต่งตัวแบบนั้นทำไม ไปอยู่ในสถานที่เสี่ยงเอง เหมือนหาข้ออ้างให้ผู้ร้าย เพราะจากประสบการณ์ดิฉัน ต่อให้ใส่เสื้อกันหนาวแขนยาวกางเกงวอร์ม คนมันจะข่มขืน มันก็ทำอยู่ดี และไม่มีผู้หญิงที่ถูกข่มขืนคนใดแฮปปี้กับการถูกข่มขืน”

ข้างกายยังตั้งคำถามไปที่ “ค่านิยมสังคม” ที่มองผู้หญิงมีค่า จะต้องเก็บความบริสุทธิ์ไว้จนถึงวันแต่งงาน นี่ทำให้เหยื่อหลายคนไม่กล้าออกมาเปิดเผยหลังถูกกระทำ เพราะกลัวถูกมองมีตำหนิ ไร้ค่า เธอมองว่า การเก็บเงียบไม่ช่วยอะไร เพราะพิสูจน์ชัดแล้วว่าสถานการณ์ข่มขืนก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่ตลอด ในวันที่เธอประสบความสำเร็จทางธุรกิจ มีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง จึงออกมาเปิดเผยเรื่องราว เปิดเพจเฟซบุ๊กคอยให้คำปรึกษา และเป็นกระบอกเสียงเรียกร้องไปยังภาคการเมือง ให้จัดการปัญหาข่มขืน หนึ่งในนั้นคือ เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณากฎหมายที่มาจัดการผู้ต้องโทษคดีข่มขืน ให้เข้ารับการฉีดฮอร์โมนให้หมดความต้องการทางเพศ

“ผู้หญิงหลายคนอินบ็อกซ์เข้ามา พวกเธอไม่ต้องการแจ้งความดำเนินคดี ดิฉันก็จะแนะนำว่า หลังเกิดเหตุให้หายาคุมฉุกเฉินมารับประทานก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อม แล้วไปโรงพยาบาล บอกกับแพทย์ว่าถูกกระทำมา ขอยาต้านเชื้อ HIV เขาก็จะจัดยาให้ ตรวจร่างกายและออกเอกสารให้สามารถไปแจ้งความได้” นางสาวข้างกายเล่าด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง

ข้างกาย เอรียาสกุล
นิทรรศการเด็กแว้น

ถัดมาที่กับดัก “การพนัน” เอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี เริ่มเล่นการพนันออนไลน์ตั้งแต่อายุ 16 ปี จากเพื่อนและรุ่นพี่ที่แนะนำ เอเห็นบางคนเล่นแล้วได้ จึงอยากได้บ้าง ซึ่งทุกอย่างก็ง่ายดายมาก ใช้มือถือสมัคร เติมเงินเข้าระบบ และเล่นได้ทันที

เอเล่าว่า ผมเล่นบาคาร่า เป็นการพนันที่ทราบผลใน 1-2 นาที ช่วงแรกก็ได้บ้าง แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ มีแต่เสียกับเสีย ผมเคยเสียมากสุดวันละ 4 หมื่นบาท ตอนนั้นอายุเพียง 16 ปี ทำเอาเงินเก็บหมดเกลี้ยง รถมอเตอร์ไซค์สุดรักก็ต้องขาย แต่ไม่เพียงพอ ต้องยืมเงินคนอื่นมาจ่ายให้ครบอีก อีกทั้งเสียเวลา ผมเคยใช้เวลาเล่นตั้งแต่เวลา 21.00 น. ถึง 08.00 น.ของอีกวัน หรือ 13 ชั่วโมง เพื่อต้องการถอนทุนคืน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ผมเก็บเงียบไม่บอกครอบครัว ก้มหน้าทำงานชดใช้หนี้เพียงผู้เดียว เป็นความยากลำบากที่ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันไม่กลับไปเล่นอีก จึงอยากฝากเพื่อนๆ ว่า ไม่มีใครรวยจากการพนัน หากอยากได้อยากมี ต้องสร้างเอาเอง

ส่วน บี (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี เยาวชนที่เคยติดกับดักเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากสารตั้งต้นที่อยู่ในครอบครัวไม่สมบูรณ์ ทำให้เด็กชายคนนี้ฝังใจเริ่มลองดื่มตั้งแต่อายุ 12 ปี ก่อนติดงอมแงมตั้งแต่อายุ 14 ปี

“ผมและเพื่อนๆ ในวงเหล้ามาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์เหมือนกัน เรารวมตัวกันทุกเย็น ดื่มหนัก หลังจากการดื่มวันหนึ่ง ผมขับมอเตอร์ไซค์ไปประสบอุบัติเหตุ นอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ 8 เดือน 15 วัน ครอบครัวเสียเงินเสียทองรักษาไปมาก จนมีปาฏิหาริย์ฟื้นมาได้ แต่สติปัญญาและร่างกายก็ไม่เหมือนเดิม มิตรภาพในวงเหล้า ไม่เคยมีใครมาเยี่ยม จึงอยากฝากเพื่อนๆ ว่า การดื่ม ดื่มได้ แต่ให้คิดถึงผลกระทบที่ตามมาให้มาก

จุดพลิกผันของบี คือการเข้าไปที่ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก เขาได้ผ่านกระบวนการฝึกจิตใจ เสมือนวัคซีนเยียวยาบาดแผลในใจเขา ชีวิตกลับมามีคุณค่า และไม่หันกลับไปดื่มอีก เช่นเดียวกับ ซี (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี อดีตเด็กแว้นที่ติดกับดัก ชีวิตก็เปลี่ยนไปหลังเข้าบ้านกาญจนาฯ เช่นกัน

ซีเล่าว่า ผมเติบโตมาในซอยที่รุ่นพี่ เพื่อนๆ ชอบขับรถมอเตอร์ไซค์ หรือเป็นเด็กแว้น เป็นสภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมให้ผมต้องเป็นอย่างนั้น จนต้องขโมยรถพ่อออกไปซิ่ง เบิ้ลท่อตามท้องถนน เราปิดถนนกันอย่างไม่แคร์

“ตอนนั้นออกไปซิ่ง เราไม่คิดถึงอุบัติเหตุ เพราะในสมองคิดว่า คนขับรถเก่ง ต้องมีบาดแผล แต่เอาเข้าจริง บางคนยังไม่ทันเก่ง ก็ตายในที่เกิดเหตุเลย ก็ทำให้นึกถึงข้อเสนอผู้ใหญ่บางคน ที่จะเปิดสนามแข่งรถให้เด็กแว้นไปแข่ง ก็อยากถามว่าจะเข้าถึงอย่างทั่วถึงหรือไม่ เพราะสนามแข่งมีน้อย ไกล ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ยังมีปัญหาเด็กแว้นตามท้องถนน อย่างไรก็ตาม ฝากเพื่อนๆ แม้เราไม่เก่งเรื่องการเรียนในโรงเรียน แต่เราสามารถทำสิ่งที่รักในทางที่ถูกต้อง ทำให้เกิดประโยชน์ได้” ซีเล่าอย่างเปิดอก

กับดักอนาคตชาติ กับดักการพัฒนาประเทศ

นิทรรศการ
ฐานกิจกรรมเรียนรู้ 4 กับดัก

รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สุทิน’ ขอ ส.ว.เห็นแก่ประโยชน์ชาติ รับญัตติแก้ รธน.ใดไม่ผ่านยื่นต่อสมัยหน้า
บทความถัดไประทึก! รถทัวร์ อสม.เบรกแตกขณะลงจากเขา พุ่งชนรถ 3 คัน เจ็บ 15 ราย (คลิป)