แอนชิลี MUT2021 ก้าวแรกที่ก้าวข้าม กรอบความ(นาง)งามของสังคม

แอนชิลี MUT 2021 ก้าวแรกที่ก้าวข้าม กรอบความ(นาง)งามของสังคม

ความน่าสนใจบนเวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 ในปีนี้ นอกจากความท้าทายในการจัดงานท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาด และรูปแบบการจัดประกวดที่ก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มตัวแล้ว

ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นที่ประจักษ์ด้วยการก้าวเข้ามาของผู้เข้าประกวดที่ชื่อว่า “แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส” หรือ “แอน” สาวลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย ที่ลงสังเวียนนางงาม “ครั้งแรก” ก็คว้ามงกุฏมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 ไปครองได้สำเร็จ

เธอได้สร้างแรงกระเพื่อมต่อ กรอบมาตรฐานความงามของสังคม ที่ปฏิเสธได้ยากว่าเต็มไปด้วยกับดักของมายาคติ ไม่ว่าจะเป็น วาทกรรมผิวขาวเท่ากับสวย หรือเป็นนางงามต้องหุ่นดี สูงโปร่ง มีทรวดทรงองค์เอว

ทั้งนี้ในปัจจุบันแม้จะมีการรณรงค์และยกประเด็นมิติความงามที่หลากหลายมาแลกเปลี่ยนกันมากขึ้น ทว่าในด้านรูปธรรมกลับยังมีให้เห็นไม่มากนัก โดยเฉพาะบนเวที “ประชันความงาม”

ทว่าบนเวทีมิสยูฯ ปีนี้ นับเป็นก้าวแรกที่เปิดประตูต้อนรับความงามที่หลากหลาย ทั้งปรับเปลี่ยนคุณสมบัติของผู้เข้าประกวดเป็น “ไม่กำหนดส่วนสูง” เหล่าผู้เข้าประกวดที่ผ่านการคัดเลือกก็ต่างมีความงามที่หลากหลาย ทั้งความงามที่ผสมผสานอย่างลงตัวของสาวลูกครึ่ง สาวงามไซซ์มินิ สาวผิวแทนสวยสุขภาพดี ฯลฯ

แต่ที่โดดเด่นจับตาจับใจแฟนนางงามและคณะกรรมการมากที่สุดคือ แอนชิลี Curve Model ที่สูงที่สุดในบรรดาผู้เข้าประกวดด้วยความสูง 183 ซม. รูปร่างของแอนอาจจะไม่เข้ากับกรอบความงามของสังคมไทยเดิมที่ต้องสวยขาวและผอมเพรียว

แต่เธอพาตัวเองมา ณ ที่แห่งนี้เพื่อพิสูจน์ความเชื่อของเธอว่า “Real Size Beauty” ความงามไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของร่างกายเสมอไป ไซซ์ไหนก็สวยได้ และทุกคนสามารถสวยในแบบฉบับของตัวเอง

“แอนอยากจะเป็นผู้นำในเรื่องการยอมรับความงามที่หลากหลาย อยากให้คนเปลี่ยนโฟกัสจากมาตรฐานความงามเป็นเรื่องที่สำคัญกว่านั้น อาทิ ผู้หญิงวัยรุ่น อยากฆ่าตัวตาย มีปัญหาทางสุขภาพจิต เพราะพวกเธอเสพสื่อผ่านทางโซเชียลในช่องทางต่างๆ ที่นำเสนอเรื่องมาตรฐานความงามที่พวกเธอไม่ตรงกับกรอบความงามนั้น เราควรมีการตอบสนองหรือมีภาระหน้าที่ที่จะทำเพื่อวัยที่กำลังจะเติบโตมา เพราะเขาเป็นอนาคตของประเทศเรา” แอนกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับมติชนและเผยความรู้สึกหลังมงลงว่า

ราวกับอยู่ในฝัน ภูมิใจมาก เพราะตั้งแต่เข้ามาประกวดตั้งใจทำเพื่อสังคมและเหล่าเด็กสาวที่กำลังเติบโต แอนได้เป็นกระบอกเสียงให้พวกเธอเติบโตได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องหุ่นและกรอบความงามที่สังคมกำหนดไว้

แอนชิลี ยังได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรมของเธอด้วยว่า

“ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทย และฉันจะทำทุกอย่างด้วยพลังของฉันเพื่อทุกคนค่ะ ส่งไปถึงทุกๆคนที่กำลังอ่านถึงตรงนี้ ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในกรอบเกณฑ์มาตรฐาน(ความงาม) ว่าในค่ำคืนนี้พวกเราได้สร้างเส้นทางของเราเอง และเรายังทำมันเพื่อเด็กสาวของพวกเราที่กำลังเติบโตด้วย”

กับการประกวดในครั้งนี้ แอน ให้คะแนนตัวเอง 10 เต็ม 10 เพราะทำเต็มที่โดยไม่ปล่อยให้ตัวเองประมาทเลยสักครั้ง โดยเฉพาะในรอบตอบคำถามที่ตอบจากใจและความคิดของตัวเอง คำถามไม่ยากแต่สิ่งสำคัญคือ “ต้องมีสติเสมอ” สิ่งนี้แหล่ะที่ยากในความคิดของแอน

สำหรับการเตรียมตัวข้ามน้ำข้ามทะเลทำหน้าที่เป็นตัวแทนสาวไทยคว้ามงกุฏจักรวาลมาครอง ที่เมืองเอลลาธ ประเทศอิสราเอล ในเดือนหน้านี้ แอนเปิดใจว่า คิดว่าต้องพัฒนาทุกอย่าง เพราะเราไม่ได้เพอร์เฟคทุกอย่าง แต่เชื่อว่าพัฒนาได้เสมอ ฝึกไปเรื่อยๆ 3 อาทิตย์ แม้เวลาจะน้อย แต่ “พร้อมค่ะ สู้!”

ส่วนสิ่งที่ต้องปรับ คิดว่าอย่างแรกคือการเดิน ทว่าแอนมีสไตล์ของแอนเอง แล้วมันได้กลายเป็นบุคลิกของแอนแล้วจึงไม่ห่วงมากในเรื่องนั้น เพราะในทางหนึ่งสิ่งที่แอนทำได้ดีที่สุดและอาจจะเป็นสิ่งที่ส่งให้ถึงมงในวันนี้คือ  “ซินเซียร์” (Sincere) หรือ ความจริงใจ ในทุกอย่างที่แอนทำแอนเป็นตัวเองเสมออาจจะมีพัฒนาความคิด แต่ไม่เปลี่ยนความเชื่อ และแอนเชื่อว่าทุกคนได้สัมผัสถึงความจริงใจของแอนแล้ว

สำหรับ แอนชิลี เติบโตที่ประเทศไทย คุณพ่อเป็นชาวออสเตรเลีย ส่วนคุณแม่เป็นคนแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา กระทั่งอายุ 17 ปี แอนได้ย้ายไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ออสเตรเลีย ในคณะศิลปศาสตร์ สาขาสังคมวิทยา (Sociology) กระทั่งจบการศึกษาและกลับมาใช้ชีวิตที่ประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว โดยแอนมีความสามารถโดเด่นในการเล่นกีฬาวอลเลย์บอล และซอฟต์บอล ทำหน้าที่เป็นกัปตันทีมในสมัยไฮสกูลทั้งยังคว้าตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมมาครองถึง 3 ปีซ้อน

 

สุดท้าย แอน ขอกำลังใจจากคนไทยพร้อมย้ำทิ้งท้ายว่า

“มงสามมาแน่ค่ะ!”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon